Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

88



มีหลายเหตุการณ์ให้ลุ้น กดดันตลาดอาจพักได้

HORIZON MARKET VIEW
• เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเกือบ 3% ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และล่าสุด ปธน. ทรัมป์ เผยว่า รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง (TOTALLYUNACCEPTABLE) ออกมาตอบโต้อิหร่านทันที หลังอิหร่านส่งข้อเสนอกลับต่อแผน14 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม สะท้อนถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งกร้าวต่ออิหร่านทำให้ผลกระทบต่อ SUPPLY การผลิตน้ำมันยังหยุดชะงักต่อเนื่อง
• ด้วยผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำให้เห้นภาพตลาดหุ้นผันผวนในระยะกลาง (3-6 เดือน) รวมถึงมีแนวโน้มเห็นสภาพคล่องส่วนเกินที่เบาลงในปีนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เปลี่ยนเป็นขาขึ้น อาทิ BOJ, ECB, BOE เป็นต้น ขณะที่ ตลาดคาด FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนแอ


REGION RADAR
• สัปดาห์นี้ (11-15 พ.ค.) จะเป็นสัปดาห์การเริ่มต้นรายงานผลประกอบการของหุ้นจีน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม BIG TECH แนะนำเก็งกำไร ALIBABA (DR: BABA80) เนื่องจากธุรกิจ CLOUD มีแนวโน้มแข็งแกร่งจากความต้องการใช้งาน CLOUD ที่มากขึ้น
• หุ้นในกลุ่มของ SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงนำโดยROCKET LABS +34%, INTUITIVE MACHINES +20% และ ASTSPACEMOBILE +15% หลังได้แรงหนุนจาก ROCKET LABSรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่ง


THAI FOCUS
• ศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กลุ่มหุ้นส่งออกปรับตัวลดลง ด้วย 2SENTIMENT เชิงลบ คือ 1. สหรัฐฯ สงสัยว่ามีบริษัทในไทยแห่งหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป NVIDIA ไปยังประเทศจีน และ 2.หลังศาลการค้าสหรัฐฯ ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า 10% SECTION 122เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้ต้องจับตาแผนการใช้ SECTION อื่นๆ ที่อาจตามมาได้
• นอกจากนี้ ยังต้องจับตาฝ่ายค้าน ยื่นร้องต่อศาล รธน. ตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในวันที่ 11 พ.ค. 2026

 

SYNAPSE STRATEGY
TIMELINE สำคัญที่จะต้องจับตาในสัปดาห์นี้
• หลากหลายเหตุการณ์ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ประเด็นสงครามยังไม่ยอมเจือจาง, เงินเฟ้อสหรัฐ, MSCI REBALANCE และการพบกันของปธน. จีน และสหรัฐ อาจกดดันให้ตลาดหุ้นโลกที่ขึ้นมาแรงทำATH แต่ เริ่มเห็นสัญญาณพักฐานได้ จาก RSI OVERBOUGHTพร้อมกับเกิดสัญญาณ BEARISH DIVERGENCE
• กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมืองBDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล KTB, BBL, KBANK


HORIZON MARKET VIEW
ราคาน้ำมันปะทุ จากความกังวล SUPPLY ยังชะงัก
เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเกือบ 3% ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และล่าสุดปธน. ทรัมป์ เผยว่า รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง (TOTALLY UNACCEPTABLE) ออกมาตอบโต้อิหร่านทันที หลังอิหร่านส่งข้อเสนอกลับต่อแผน 14 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม สะท้อนถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งกร้าวต่ออิหร่านทำให้ผลกระทบต่อ SUPPLY การผลิตน้ำมันยังหยุดชะงักต่อเนื่องด้วยผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำให้เห้นภาพตลาดหุ้นผันผวนในระยะกลาง (3-6 เดือน)รวมถึงมีแนวโน้มเห็นสภาพคล่องส่วนเกินที่เบาลงในปีนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เปลี่ยนเป็นขาขึ้น อาทิ BOJ, ECB, BOE เป็นต้น

ขณะที่ ตลาดคาด FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนแอ ทั้งการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ เดือนเม.ย. 2026 อยู่ที่ 115,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าตลาดคาดที่ 65,000 ตำแหน่ง และในวันที่ 12 พ.ค. 2026 มีรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเม.ย.2026 โดย CONSENSUS คาดว่าจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 3.7%YOY (เดือนก่อน 3.3%YOY)


REGION RADAR
สัปดาห์การเริ่มรายงานผลประกอบการของหุ้นจีนสัปดาห์นี้(11-15 พ.ค.) จะเป็นสัปดาห์การเริ่มต้นรายงานผลประกอบการของหุ้นจีน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม BIGTECH นำโดย วันอังคาร:JD.COM และวันพุธ: ALIBABA,TENCENT ซึ่งในสัปดาห์นี้เราชื่นชอบ ALIBABA มากสุดเนื่องจากคาดธุรกิจ CLOUD ของ ALIBABA มีแนวโน้มแข็งแกร่งในรอบนี้จากความต้องการใช้งาน CLOUD ที่มากขึ้น อีกทั้งบริษัท CLOUD ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งทุกเจ้า อาทิ GOOGLE CLOUD และAWS นอกจากนี้ธุรกิจ FOOD DELIVERY ที่กดดันกำไรของ ALIBABA มาอย่างต่อเนื่องจะเริ่มเห็นผลขาดทุนลดลงจากการแข่งขันที่ผ่อนคลายมากขึ้น แนะนำเก็งกำไร ALIBABA (DR: BABA80)

หุ้นกลุ่ม SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา
หุ้นในกลุ่มของ SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงนำโดย ROCKET LABS (RKLB US) +34%, INTUITIVEMACHINES (LUNR US) +20% และ AST SPACEMOBILE (ASTS US) +15% หลังได้แรงหนุนจาก ROCKETLABS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่ง โดยมีรายได้อยู่ที่ $200 ล้าน +63% YOY (สูงกว่าคาด 5%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $-0.07 +41% YOY (ดีกว่าคาด 11%) โดยบริษัทรายงาน BACKLOG ในครั้งนี้แตะระดับ $2.2พันล้าน +106% YOY สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นในธุรกิจ SPACE ECONOMY ก่อนการเข้า IPOของ SPACEX ที่หลายคนตั้งตารอในช่วงปีนี้ นอกจากนี้ ความต้องการะบบอวกาศและดาวเทียมยังพุ่งสูงขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันโครงการป้องกันขีปนาวุธ "GOLDEN DOME" ที่ทะเยอทะยาน และภารกิจ ARTEMIS ของ NASA ที่กำลังเร่งเครื่องเต็มท

THAI FOCUS
ระวังแรงกดดันทำตลาดหุ้นไทยผันผวน
ศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กลุ่มหุ้นส่งออกปรับตัวลดลง อาทิ DELTA -1.3% KCE -2.3% HANA -2.1% TU -1.7% AAI -1.1% CPF -2.5% TFG -2.7% ด้วย 2 SENTIMENT เชิงลบ ดังนี้

1. สหรัฐฯ สงสัยว่ามีบริษัทในไทยแห่งหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป NVIDIA ไปยังประเทศจีน มีการขายเซิร์ฟเวอร์มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งถูกส่งต่อไปยังบริษัท ALIBABA ซึ่งสถานะปัจจุบันอัยการสหรัฐฯ ได้สั่งฟ้องผู้ร่วมก่อตั้ง SUPER MICRO และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ในข้อหาละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออก ขณะที่ทางบริษัทในไทยแห่งนั้น และALIBABA ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการลักลอบดังกล่าว

2. หลังศาลการค้าสหรัฐฯ ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า 10% SECTION 122 เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้ต้องจับตาแผนการใช้ SECTION อื่นๆ ที่อาจตามมาได้ เช่น SECTION 301 (TRADE ACT OF 1974: ตอบโต้การค้าที่เลือกปฏิบัติ) และ SECTION 232 (TRADE EXPANSION ACT 1962 : ภาษีเพื่อความมั่นคง)เป็นต้น เพราะไทยเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุดอันดับที่ 10 ของโลก อาจทำให้บ้านเราตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งบางกลุ่มสินค้าเสี่ยงถูกเก็บภาษีเกิน 19% ได้ แต่ภาพรวมแรงกดดันน่าจะเบากว่า RECIPROCAL TARIFF

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ได้นัดหมายยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 พ.ค.2026เพื่อให้ตีความความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ของรัฐบาล ด้วยเหตุกู้เงินก้อนนี้ ไม่จำเป็นเร่งด่วน และไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจที่ต้องตรากฎหมายเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172ซึ่งต้องจับตาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ทั้งนี้ที่ผ่านมาคำร้องลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักถูกรับไว้วินิจฉัย เสี่ยงสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพการเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้


SYNAPSE STRATEGY
หลากหลายปัจจัยน่าจับตา กดดันตลาดหุ้นโลกถูกขายทำกำไรก่อนได้
หลากหลายเหตุการณ์ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ประเด็นสงครามยังไม่ยอมเจือจาง, เงินเฟ้อสหรัฐ, MSCIREBALANCE และการพบกันของปธน. จีน และสหรัฐ

อาจกดดันให้ตลาดหุ้นโลกที่ขึ้นมาแรงทำ ATH แต่ เริ่มเห็นสัญญาณพักฐานได้ จาก RSI OVERBOUGHTพร้อมกับเกิดสัญญาณ BEARISH DIVERGENCE ซึ่งตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเกิดสัญญาณนี้ถึง 3 ครั้ง และทุกครั้งหุ้นโลกจะย่อตัวในช่วง 1 –2 สัปดาห์ข้างหน้า

กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมือง BDMS, BH, CENTEL, ERW,MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล KTB, BBL, KBANK

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ผวา เฟด ขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตลาดหุ้นย่านเอเชีย ปรับตัวลง หุ้นไทย ก็เจอแรงขาย บนความกังวล เฟด จะขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนนี้....

NAM ส่ง "เซอร์วิโซฯ" ผนึก "รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ" คว้า CSSA Bronze Awards 2026 ยกระดับมาตรฐานหน่วยจ่ายกลาง

NAM ส่ง "เซอร์วิโซฯ" ผนึก "รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ" คว้า CSSA Bronze Awards 2026 ยกระดับมาตรฐานหน่วยจ่ายกลาง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้