สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 27 เมษายน 2569 )------------ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)PPS รายงานคดี ตามที่นิติบุคคลแห่งหนึ่ง เป็นโจทก์ ฟ้องบริษัทฯ ในคดีหมายเลขดำ พ331/2563 เป็นจำเลย ที่ 1 (คดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 4 ราย) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์2563 ต่อศาลแพ่งมีนบุรี ฐานความผิด ละเมิด เรียกค่าเสียหาย โดยโจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่าในโครงการของจำเลยที่ 4ซึ่งบริษัทฯ เป็นที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างของจำเลยที่ 4 มีการถมดินโดยไม่มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันแรงดันดินด้านข้างและป้องกันการสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรหนักที่บดอัดดินทำให้เพิ่มแรงดันดินไปยังพื้นที่โครงการฝั่ง อันส่งผลกะทบต่อระบบโครงสร้างงานก่อสร้างใต้ดินของโจทก์ และยังมีการตอกเสาเข็มอาคารด้วยเครื่องจักรหนักในระยะที่ใกล้กับแนวกำแพงรั้วของโจทก์ ทำให้เกิดความเสียหาย จำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 67,404,897.02 บาท ในระหว่างพิจารณาคดีนิติบุคคลแห่งหนึ่งได้ยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีดังกล่าว
บริษัทฯ ได้ยื่นคำให้การ วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ให้การปฏิเสธและต่อสู้ต่อศาลว่า ฟ้องของโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุริต และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบริษัทเป็นผู้รับจ้างควบคุมงานทางวิศวกรรม และงานก่อสร้างโครงการที่บริษัทได้ควบคุมงานก่อสร้าง ได้มีการดำเนินการไปด้วยความระมัตระวัง ภายในขอบเขตพื้นที่โครงการตามแบบ และข้อกำหนดการอนุญาตก่อสร้างจากทางราชการ การก่อสร้างเป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง และบริษัทได้มีการรายรามให้ผู้ว่าข้างทราบทุกระยะ
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ศาลแพ่งมีนบุรีได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ พ331/2563 คดีหมายเลขแดงที่ พ2740/2566 ให้บริษัทฯ และจำเลยร่วมอีก 1 ราย ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ โจทก์เป็นเงิน 160,000 บาท และโจทก์ร่วมเป็นเงิน 31,515,603.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากค่าเสียหายดังกล่าวแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้อง (26 กุมภาพันธ์ 2563) จนถึงวันที่ 10 เมนายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากค่าความเสียหายดังกล่าวนับแต่วันที่ 11 เมนายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และโจทก์ร่วม บวกเพิ่มด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปีและร่วมกันใช้ค่าฤชาถธรรมเนียมแทนโจทก์และโจทก์ร่วมเฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ทำให้ฝ่ายละ 30,000 บาท
ทั้งนี้ปัจุบัน บริษัทฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาล เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาอุทธรณ์ หากกรณีบริษัทฯ แพ้คดีตามคำพากษาศาลชั้นต้น ค่าความเสียหายดังกล่าวอยู่ในวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรรม์ที่บริษัทฯ ได้ทำไว้กับบริษัทประกันภัยวิชาชีพ
ทั้งนี้ บริษัทได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากคดีความดังกล่าวแล้วกึ่งหนึ่งตามคำพิพากษา เป็นจำนวนเงิน21,263,502 บาท อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่า ค่าความเสียหายดังกล่าวจะได้รับชดเขยจากสัญญากรมธรรม์ความคุ้มครองความเสียหายทางวิชาชีพ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการประเมินการชดเชยจากบริษัทประกัน และเนื่องจากจนถึงปังปัจจุบันวันที่เผลแพร่งบการเงินนี้ บริษัทยังไม่ได้รับหนังสือชุดเชยตามกรมธรรม์ที่บริษัทได้ทำไว้กับบริษัทประกันภันภัยแห่งหนึ่งดังนั้น บริษัทจะบันทึกเงินชุดเชยจากบริษัท ประกันเป็นรายได้อื่นในงวดที่ได้รับจดหมายยืนยันแล้ว