Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

108

 

รอสงครามนิ่ง ก็ยังไม่นิ่งซักที


HORIZON MARKET VIEW
• ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในโหมดตึงตัวต่อเนื่อง โดยวานนี้ราคา BRENT พุ่งขึ้นแตะ 106ดอลลาร์ต่อบาเรล ท่ามกลางความกังวลสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านยืดเยื้อ และการเจรจาสันติภาพไม่แน่นอน ขณะที่สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ส่วนการสู้รบระหว่างอิสราเอล-เลบานอน ทาง ปธน.ทรัมป์เผยว่ามีการขยายเวลาหยุดยิงต่ออีก 3 สัปดาห์ หลังการหยุดยิงรอบแรก 10 วันจะสิ้นสุดในวันที่ 26 เม.ย. 2026
• อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าพัฒนาการสงครามในตะวันออกกลาง ในปัจจุบันอยู่ในช่วงผ่อนคลายลง ราคาน้ำมันยังไม่ทำจุดพีคใหม่ แต่ตลาดหุ้นมักจะผันผวนออกข้างก่อนจากการรอดูการส่งผ่านผลกระทบสู่เศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียน จึงไม่ง่ายที่จะลงทุนในช่วงนี้ แต่ตลาดจะกลับมาขึ้นได้ดี หากราคาน้ำมันย่อตัวกลับมาอยู่ในระดับปกต

 

REGION RADAR
• SK HYNIX (000660 KS) ไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 52.5ล้านล้านวอน +198% YOY (สูงกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 5.71หมื่นวอน +386% YOY (สูงกว่าคาด 43%) หนุนจากราคาชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง
• INTEL CORP (INTC US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.35 หมื่นล้าน +7% YOY (สูงกว่าคาด 10%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.29 +123% YOY (สูงกว่าคาด 2680%)


THAI FOCUS
• แม้ราคาน้ำมันจะกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นจนเกิดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย แต่สังเกตจาก BOND YIELD 10 ปีชี้ให้เห็นว่าส่วนต่างกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่สูงมากนัก สะท้อนว่า กนง. น่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย ในระยะอันใกล้นี้
• ส่วน 5 นโยบายหลักของรัฐบาลเพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอต่ำ ได้แก่1.ลดค่าครองชีพ อัดฉีดเงินหมุนเวียนผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส 2.ยกระดับเกษตรกรเน้นแปรรูปเพิ่มมูลค่า 3.อุ้ม SMES 4.ขยายตลาดส่งออกสู่ประเทศใหม่ๆ 5.ใช้ AI / BIG DATA เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ


SYNAPSE STRATEGY
• MSCI ปรับวิธีคำนวณ FREE FLOAT ใหม่ในรอบหน้า โดยหลักๆ เป็นการเปลี่ยนปัดเศษในการคำนวณให้ละเอียดขึ้น เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินอาจกระทบเล็กน้อย ต่อ ADVANC, TTB และเป็นผลกระทบเพียงรอบนี้เท่านั้น ส่วนหุ้นที่คาดมีโอกาสเข้าดัชนีMSCIGLOBAL STANDARD รอบนี้คือ PTTGC และ THAI เพราะน้ำหนักFF ADJ MCAP มีขนาดใกล้เคียงหุ้นขนาดท้ายๆ ของดัชนี

• ส่วนหุ้นเด่นวันนี้เลือก BEM, BBL, SCGP รวมถึงเก็งกำไรTHAI

 


HORIZON MARKET VIEW
การเจรจาสงครามไม่ชัดเจน ผลักราคาน้ำมันดีดตัว
ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในโหมดตึงตัวต่อเนื่อง โดยวานนี้ราคา BRENT พุ่งขึ้นแตะ 106 ดอลลาร์ต่อบาเรลท่ามกลางความกังวลสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านยืดเยื้อ และการเจรจาสันติภาพไม่แน่นอน ขณะที่สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ส่วนการสู้รบระหว่างอิสราเอล-เลบานอน ทางปธน.ทรัมป์ เผยว่ามีการขยายเวลาหยุดยิงต่ออีก 3 สัปดาห์ หลังการหยุดยิงรอบแรก 10 วันจะสิ้นสุดในวันที่ 26เม.ย.2026

อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าพัฒนาการสงครามในตะวันออกกลาง ในปัจจุบันอยู่ในช่วงผ่อนคลายลง (ไม่ได้โจมตีรุนแรงเหมือนช่วงแรก) ราคาน้ำมันยังไม่ทำจุดพีคใหม่ แต่ตลาดหุ้นมักจะผันผวนออกข้างก่อน จากการรอดูการส่งผ่านผลกระทบสู่เศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียน จึงไม่ง่ายที่จะลงทุนในช่วงนี้ แต่ตลาดจะกลับมาขึ้นได้ดี หากราคาน้ำมันย่อตัวกลับมาอยู่ในระดับปกติโดยสะท้อนจากข้อมูลในอดีตช่วงเกิดวิกฤตสงคราม ณ ปี 1990 สงครามอ่าว (GULF WAR) และปี 2022 สงครามรัสเซีย-ยูเครน แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
• ช่วงแรก ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น มักกดดันตลาดหุ้นให้ปรับฐานร่วงลงแรง
• ช่วงต่อมา (วิกฤตน้ำมันระยะกลาง 3 – 6 เดือน) ราคาน้ำมันเริ่มย่อตัวลง ตลาดหุ้นมักจะผันผวนออกข้างก่อน จากการรอดูการส่งผ่านผลกระทบสู่เศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียน
• ช่วงท้าย ราคาน้ำมันย่อตัวลงมาอยู่ระดับปกติ ช่วงนั้นตลาดหุ้นจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ชัดขึ้น

ในแง่มุมของโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ FED มีน้ำหนักน้อยลงเรื่อยๆ สังเกตุจาก FED WATCH TOOL คาดFED จะคงดอกเบี้ย 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 รวมถึง BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน หลังการเจรจาสงครามไม่ชัดเจน

 


REGION RADAR
SK HYNIX เผยรายได้ทำจุดสูงสุดใหม่
SK HYNIX (000660 KS) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 52.5 ล้านล้านวอน +198%YOY (สูงกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 5.71 หมื่นวอน +386% YOY (สูงกว่าคาด 43%) หนุนจากราคาชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง +60% QOQ และ +70% QOQ ตามลำดับ

 

นอกจากนี้ ราคาชิปหน่วยความจำในช่วงเดือน 1-20 เม.ย. พบว่า ราคาชิป DRAM +15% MOM และราคาชิปNAND +22% MOM ส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่ม MEMORY มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อในไตรมาส 2 มองบวกต่อ DR: MICRON01 และ DR: SNDK03

 

INTEL กลับมา TURN AROUND ได้แข็งแกร่ง
INTEL CORP (INTC US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.35 หมื่นล้าน +7% YOY(สูงกว่าคาด 10%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.29 +123% YOY (สูงกว่าคาด 2680%) หนุนจากปริมาณการขายSERVER CPU ที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของ DATA CENTER ที่ถูกสร้างเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ทางผู้บริหารได้ให้ GUIDANCE ผลประกอบการไตรมาส2 ดีกว่าที่ตลาดคาดในทุกมิติ โดยรายได้คาดอยู่ที่ $1.38 –$1.48 หมื่นล้าน (ตลาดคาด $1.3 หมื่นล้าน)ขณะที่คาด EPS ราว 20 เซนต์ (ตลาดคาดที่ 8.6 เซนต์) แนะนำเก็งกำไร DR: INTEL03

 

THAI FOCUS
ทิศทางดอกเบี้ยไทย และ 5 นโยบายเร่งด่วนรับมือวิกฤต
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่เผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันแพงและภาวะเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าจะนำไปสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ไทยอาจจะยังไม่เข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาขึ้นในเร็วๆ นี้จากการเคลื่อนไหวของ BOND YIELD 10 ปีพบว่ามีทิศทางปรับตัวขึ้นลงตามราคาน้ำมันดิบโลกอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาส่วนต่างระหว่าง BOND YIELD 10 ปีกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (POLICY RATE) จะเห็นว่าช่องว่างดังกล่าว ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงมากนัก ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่า กนง.อาจจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการรับมือกับวิกฤตในปัจจุบัน ภาครัฐ ได้มีการเปิดเผย 5 นโยบายหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างในระยะยาว ดังนี้:
1. นโยบายลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่าย จัดแคมเปญไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้า 25-58%, มีคูปองช่วยอุดหนุนค่าขนส่ง, ผลักดัน E-COMMERCE และโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วยให้การบริโภคฟื้นตัวและมีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
2. นโยบายนกระดับสินค้าเกษตร เน้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า, จัดตั้งล้งกลางเพื่อรวมกลุ่มเกษตรกร,และผลักดันสินค้า GI รวมถึงการสร้างแบรนด์ ทำเพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพและเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
3. นโยบายหนุน SMES และชุมชน ช่วยพัฒนาทักษะ (UPSKILL), ดันระบบแฟรนไชส์, ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น, และปราบปรามสินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมาย ช่วยให้ SMES ฟื้นตัว, เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น,สภาพการแข่งขันในตลาดดีขึ้น
4. นโยบายกระจายตลาดส่งออก เจาะตลาดใหม่ๆ เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา, เร่งเจรจาการค้าเสรี (FTA) กับ EU และเกาหลีใต้, ผลักดันสินค้ากลุ่มสุขภาพ (WELLNESS) และเศรษฐกิจผู้สูงวัยช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนและสหรัฐฯ ที่มากเกินไป
5. นโยบายด้าน DIGITAL และปลดล็อกกฎระเบียบ นำแพลตฟอร์มดิจิทัลของกระทรวงพาณิชย์มาใช้, ดึงAI และ BIG DATA มาช่วยทำงาน, และปลดล็อกเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนใน 9ธุรกิจ ทำให้การทำธุรกิจในไทยง่ายขึ้น ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ได้

 

SYNAPSE STRATEGY
ตลาดฯ อาจกังวล FUND FLOW ไหลออกช่วง MSCI เปลี่ยนสูตรบ้าง
MSCI ปรับวิธีคำนวณ FREE FLOAT ใหม่ในรอบหน้า โดยหลักๆ เป็นการเปลี่ยนปัดเศษในการคำนวณให้ละเอียดขึ้น เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินมีผลกระทบเล็กน้อยต่อ ADVANC, TTB ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะรอบนี้เท่านั้นส่วนหุ้นที่คาดมีโอกาสเข้าดัชนี MSCI GLOBAL STANDARD รอบนี้ คือ PTTGC และ THAI เพราะน้ำหนัก FF ADJ MCAP มีขนาดใกล้เคียงหุ้นขนาดท้ายๆ ของดัชน


หุ้นเด่นวันนี้เลือก BEM, BBL, SCGP รวมถึงเก็งกำไร THAI

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้