Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

115

 

ตลาดหุ้นชินชา กับคำขู่กลับไปกลับมา

HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 38 ยังมีความไม่แน่นอนและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยช่วงที่เราหยุดยาว เห็นความพยามในการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้ง OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 2.06 แสนบาร์เรล/วันในเดือน พ.ค. 69 รวมถึงมีประเทศตัวกลางผลักดันข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวราว 45 วัน
• แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับตึงเครียดมากขึ้น หลังอิหร่านปฏิเสธหยุดยิงชั่วคราวยืนกรานต้องยุติสงครามถาวร ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดว่าการยกระดับการ
โจมตีอิหร่านอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 7 เม.ย. นี้ เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก(8 เม.ย. เวลา 7.00 น. ตามประเทศไทย) กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์
มุซอีกครั้ง
• ในแง่มุมของตลาดการเงินมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ คาดว่าจะอยู่ในช่วง WAIT &SEE ความรุนแรงของการโจมตีก่อนจะถึง DEADLINE ที่ ปธน. ทรัมป์ ประกาศไว้

 

REGION RADAR
• SAMSUNG ELECTRONICS (005930 KS) รายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 1/26 มีรายได้อยู่ที่ 133 ล้านล้านวอน +68% YOY(สูงกว่าคาด 14%) กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 57 ล้านล้านวอน+754% YOY หนุนจากราคาชิป DRAM ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง
• ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB) มีกำหนดจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 คาดปริมาณการขายลดลง 0.5% YOYอย่างไรก็ตาม ยอดขายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้

 

THAI FOCUS
• ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยขยับตัวสูงขึ้น (ดีเซลทะลุ 50.54 บาท และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.95 บาท) หนุนเงินเฟ้อเร่งตัว และคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
• ภาครัฐออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระประชาชน คือ 1.ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาท/ลิตรเป็นเวลา 30 วัน (เริ่มสัปดาห์ที่ 2ของ เม.ย. 69) 2.คุมกำไรโรงกลั่น โดยกำหนดเพดานค่าการตลาดเฉลี่ยไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร หากเกินต้องส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ (เริ่มเห็นผลในการคำนวณราคาใหม่ช่วง 7-10 เม.ย. 69)


SYNAPSE STRATEGY
• แม้ประเด็นสงครามจะเข้าใกล้ช่วง DEADLINE สหรัฐขู่โจมตีอิหร่านแต่ตลาดหุ้นเริ่มชินชาโดย S&P500 บวกขึ้นมา 4 วันติด +4.2% และเป็นการบวกทุกกลุ่ม ยกเว้นหุ้นพลังงานสหรัฐที่ติดลบกลุ่มเดียว
• ตลาดหุ้นไทยอาจถูกกดดันจากหุ้นน้ำมันในวันนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำทยอยสะสม หุ้น DE ESCALATION อย่าง BDMS, BH,ERW, BBL, KTB, CBG, ICHI รวมถึงหุ้น SOFT COMMODITYอย่าง CPF, NER


HORIZON MARKET VIEW
WAIT & SEE การยกระดับความตึงเครียดสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน
สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 38 ยังมีความไม่แน่นอนและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาโดยช่วงที่เราหยุดยาว เห็นความพยามในการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้ง OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 2.06 แสนบาร์เรล/วันในเดือน พ.ค. 69 รวมถึงหลายประเทศ อาทิ ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีเข้ามาเป็นตัวกลาง ผลักดันข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวราว 45 วันแต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับตึงเครียดมากขึ้น หลังอิหร่านปฏิเสธหยุดยิงชั่วคราว ยืนกรานต้องยุติสงครามถาวร ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดว่าการยกระดับการโจมตีอิหร่านอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 7เม.ย. นี้ เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก (วันที่ 8 เม.ย. เวลา 7.00 น. ตามประเทศไทย) กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในแง่มุมของตลาดการเงินมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ คาดว่าจะอยู่ในช่วง WAIT & SEE ความรุนแรงของการโจมตีก่อนจะถึง DEADLINE ที่ ปธน. ทรัมป์ ประกาศไว้ ซึ่งวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.4%-0.5% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงยืนอยู่ในระดับสูงเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล

 

สำหรับประเด็นที่ต้องจับตาหลักๆ ในสัปดาห์นี้ตาม TIMELINE วันที่ 8 เม.ย. จะมี FOMC MEETING MINUTESซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดจนถึงสิ้นปี 2569 และวันที่ 10 เม.ย. มีรายงานมีรายงานตัวเลข CPI สหรัฐเดือน มี.ค. คาด +3.4%YOY สูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. 22


REGION RADAR
SAMSUNG รายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 1/26 สูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
SAMSUNG ELECTRONICS (005930 KS) รายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 1/26 มีรายได้อยู่ที่ 133 ล้านล้านวอน +68% YOY (สูงกว่าคาด 14%) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 57 ล้านล้านวอน +754% YOY (สูงกว่าคาด 47%) หนุนจากราคาชิป DRAM ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในไตรมาส 1 อีกทั้งบริษัทยังส่งสัญญาณในการปรับเพิ่มราคาชิป DRAM ต่อในไตรมาส 2 ราว 30% QOQ ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 1/26 ของSAMSUNG ELETRONICS ที่ออกมาแข็งแกร่ง คาดจะเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อกลุ่ม MEMORY ในวันนี้ อาทิ SK HYNIX (000660 KS) และ MICRON TECHNOLOGY (MU US)

ANHEUSER-BUSCH INBEV คาดปริมาณการขายยังคงอ่อนแอในไตรมาส 1
ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB) มีกำหนดจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 ในวันที่ 5
พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มีในปัจจุบันคาดว่าบริษัทจะรายงานยอดขายในไตรมาส 1 ลดลง 0.5%YOY โดยได้รับแรงกดดันจากยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่ยอดขายในทวีปตะวันออกยังเติบโตได้ดี แม้ปริมาณยอดขายในไตรมาส 1/26 มีแนวโน้มที่จะอ่อนแอต่อ แต่เรายังชอบ ANHEUSERBUSCH INBEV เนื่องจากว่ารายได้ทั้งปคาดเติบโต 4% YOY หนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 นี

 

THAI FOCUS
เมื่อดีเซลทะลุ 50 บาท/ลิตร ทุบต้นทุนพุ่ง ฉุดเศรษฐกิจและ GDP ร่วง 0.4%การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของราคาพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (BRENT) ในตลาดโลกได้ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 109.11 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้น ได้ส่งผ่านมายังราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในไทย โดยราคาน้ำมันดีเซล (ไฮดีเซล S) ซึ่งมีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วกว่า20.41 บาทต่อลิตร จนปัจจุบันราคาพุ่งทะลุอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ในขณะที่กลุ่มเบนซินอย่างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ก็ขยับตัวสูงขึ้นอยู่ระดับ 43.95 บาทต่อลิตร ประเด็นดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงแค่ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แต่เป็นการส่งผ่านไปถึงภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรมการผลิต


เมื่อต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ท้ายที่สุดอาจจำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเกิดการเร่งตัวขึ้น และบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชน โดยล่าสุดเงินเฟ้อเดือน มี.ค.69 อาจเร่งตัวจาก -0.88%YOY มาสู่ระดับ +0.20%YOY นอกจากนี้ยังส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจลดลง ซึ่งจากข้อมูลประเมินว่า วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันแพงในระลอกนี้ ได้สร้างผลกระทบเชิงลบและฉุดรั้งการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ราว -0.4%


ในแง่มุมของทิศทางดอกเบี้ยในช่วง 1H2026 มองว่าน่าจะเห็น กนง. คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% เพื่อรอดูผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และผลขอการส่งผ่านในการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อน บวกกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันคือ COST-PUSH INFLATION ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยแก้ปัญหาด้านอุปทานไม่ได้แต่จะซ้ำเติมเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวให้แย่ลงส่วนในมุมของ ครม. มี 2 มาตรการที่ช่วยเหลือ ดังนี้

1.มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล (1 บาท/ลิตร) ผ่านมติ ครม. นัดพิเศษแล้ว คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเม.ย.69 โดยจะเป็นมาตรการระยะสั้น (เบื้องต้น 30 วัน)
2.การจัดการกำไรส่วนเกิน จากโรงกลั่น ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ คตร. (3 เม.ย. 69) และถูกนำเสนอเข้า ที่ประชุม ครม. นัดพิเศษเมื่อวันที่ 6 เม.ย.69โดยเกณฑ์ คือ กำหนดเพดานค่าการตลาดเฉลี่ยให้ไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร หากเกินจากนี้ต้องส่งเข้ากองทุนฯ คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในการคำนวณราคาโครงสร้างน้ำมันใหม่ ตั้งแต่วันที่ 7-10 เม.ย.69 เป็นต้นไป


SYNAPSE STRATEGY
กลยุทธ์รับมือตลาดหุ้นเมษายน 2026 ในยามนักลงทุนไม่ตอบสนองต่อประเด็นสงครามเท่าอดีตแม้ประเด็นสงครามจะเข้าใกล้ช่วง DEADLINE สหรัฐขู่โจมตีอิหร่าน แต่ตลาดหุ้นเริ่มชินชาโดย S&P500บวกขึ้นมา 4วันติด +4.2% และเป็นการบวกทุกกลุ่ม ยกเว้นหุ้นพลังงานสหรัฐที่ติดลบกลุ่มเดียว

ตลาดหุ้นไทยอาจถูกกดดันจากหุ้นน้ำมันในวันนี้ รอประเด็นรัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงาน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำทยอยสะสม หุ้น DE ESCALATION อย่าง BDMS, BH, ERW, BBL, KTB, CBG, ICHIรวมถึงหุ้น SOFT COMMODITRY อย่าง CPF, NER

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้