Market Wrap-Up
- SET วันที่ 3 เม.ย.69 ปิด -11.72 จุด อยู่ที่ 1,454.00 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,563 ลบ.ลบ. สถาบันขาย 1,816 ลบ. ต่างชาติขาย 1,853 พอร์ตโบรกซื้อ 118 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,550 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 1,931 ลบ.ซื้อ ADVANC,SCC,TRUE,CPALL,KKP และขาย PTTEP,BBL,BH,SCB,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,239 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,AOT,BH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 2,078 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 35,001 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,121 ลบ.
Market View
- DJIA +0.36%, S&P500 +0.44%, Nasdaq +0.54% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย +0.88, พลังงาน +0.77% ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภค -0.4%, เฮลธ์แคร์ -0.38% โดยนักลงทุนเริ่มมีความหวังเชิงบวกต่อข้อเสนอหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านเป็นเวลา 45 วัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 15 – 20 วันของปากีสถานที่เป็นประเทศตัวกลาง ซึ่งอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราวดังกล่าวแล้ว โดยทางอิหร่านต้องการข้อเสนอหยุดยิงถาวร ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันพรุ่งนี้ 7.00 น.ตามเวลาไทย ทางด้านข้อมูลตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มี.ค. +178,000 สูงกว่าคาด +65,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานสหรัฐ มี.ค. ลดลงอยู่ที่ 3% & ก.พ. 4.4% YoY บ่งชี้ตลาดแรงงานสหรัฐยังขยายตัวได้ดี สัปดาห์นี้ติดตาม US PCE ก.พ., US CPI มี.ค., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีความเขื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เบื้องต้น เม.ย.
- Stoxx600 ยุโรป +3.7% WoW หลัง ปธน.ทรัมป์เผยจะเสร็จสิ้นปฏิบัติการทหารในตะวันออกกลางเร็ว ๆ นี้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดช่องแคบฮฮร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนคาดสถานการ์จะไม่ยืดเยื้อ ขณะที่อังกฤษได้หารือกับพันธมิตร 40 กว่าประเทศเพื่อใช้แนวทางการทูตและเศรษฐกิจเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ LSEG คาด ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 25% หลัง CPI ยูโรโซน มี.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ +2.5% & ก.พ. +1.9% YoY ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม PMI ภาคบริการยูโรโซน มี.ค.
- MSCI Asia Pacific X Japan -0.25% WoW หลังดัชนีนิเกอิ -0.47%, Kospi เกาหลีใต้ -1.1% และเซี่ยงไฮ้ -0.86% WoW โดยนักลงทุนยังรอประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านกำลังร่วมกับโอมานในการกำหนดพิธีกรรมสำหรับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่นักลงทุนยังกังวลต่อถ้อยแถลงของ ปธน.ทรัมป์ที่จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตามข้อมูล CPI จีน มี.ค. คาด +1.2% & ก.พ. +1.3% YoY, PPI จีน มี.ค. คาด +0.5% & ก.พ. -0.9% YoY
- SET +0.48% WoW ปริมาณการซื้อขาย/เฉลี่ย 2 หมื่น ลบ. -4.7% WoW พอร์ตโบรกซื้อ 4,528 ลบ. รายย่อยซื้อ 1,022 ลบ. ต่างชาติขาย 712 ลบ. และสถาบันขาย 4,838 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง +6.5%, ค้าปลีก +4.1%, ไฟแนนท์ +2.96% WoW หลังรัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9 – 10 เม.ย. และเร่งออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน เช่น ม.กระตุ้นกำลังซื้อ, ม.ส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน & ส่งเสริมการลงทุนผ่าน Thailand Fast Pass รวมถึง ม.บรรเทาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ -2.1% WoW ซึ่งเป็นผลจากการรีบาลานท์ Cap Weight รายไตรมาสของหุ้น DELTA ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง ปธน.ทรัมป์ขีดเส้นตายให้อิหร่านจนถึงวันที่ 8 เม.ย. (ช่วง 7.00 น.เวลาในไทย) ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นสหรัฐจะใช้ปฏิบัตโจมตีอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน และอาจส่งผลให้สงครามยืดเยื้อเกินกว่าเดิมคาดจะเสร็จสิ้นปฏิบัติการภายใน 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งทาง สศค. ได้ประเมินกรณีหากสงครามยืดเยื้อเกิน 1 เดือน อาจส่งผลให้ GDP ไทยปีนี้ชะลอตัวอยู่ที่ 1.4% , เงินเฟ้อคาดที่ 1.9% และหากเกิน 3 เดือน อาจส่งผลให้ GDP ไทยปีนี้เติบโตได้เพียง +1.1%, เงินเฟ้อคาดที่ +3.6%
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,440 -1,450 แนวต้าน 1,460 – 1,470 คาดดัชนีทรงตัวรอประเมินท่าทีของสหรัฐ & อิหร่านต่อข้อเสนอหยุดยิง รวมถึงเส้นตายของ ปธน.ทรัมป์ที่จะโจมตีอิหร่านในวันพรุ่งนี้เช้า แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนี่อ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น GULF,ADVANC,TRUE,KTB,WHA,CPF / เก็งกำไร PTTGC, IRPC หลังโรงงานปิโตรเคมี PE & PP หลายแห่งในตะวันออกกลางถูกโจมตี, DOHOME, GLOBAL ราคาขายเหล็กปรับขึ้น
- MRDIYT* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 10.30 บาท) แนวโน้มผลประกอบการปี 69 มีปัจจัยหนุนจากแผนการขยายสาขากว่า 200 ร้านค้า (สิ้นปี 68 มีอยู่ 1,127 ร้านค้า) และเห็นการเติบโตของ SSSG ราว2-3% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นยังรักษาไว้ได้จากการประหยัดต่อขนาดต้นทุนในการจัดหาสินค้าถูกลง และกลยุทธ์ขายสินค้า house brand ที่มี margin สูงกว่า พร้อมปรับรูปแบบร้าน DIY 2.0 เพิ่มความหลากหลายของสินค้า-ปรับภาพลักษณ์ และเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในช่วงที่กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มลดลงจากการชำระหนี้ทั้งหมดในช่วง 4Q68 ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 2.96 พันล้านบาท +13%YoY และ 3.49 พันล้านบาท +18%YoY
- ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0บาท) มองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% ด้านกำไร 4Q68 +YoY, +QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้จาก การปลี่ยนอัพแพกเกจมือถือ, การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud), การขาย iPhone17 และ ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost กดดันน้อยลงจากค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ภาพปี69 เรายังมองการเติบโตได้ต่อ กำไร +6%YoY และ ระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI พ.ค. +$0.87 อยู่ที่ $112.41 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$0.74 อยู่ที่ $109.77/บาร์เรล หลังล่าสุดอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราว โดยทางอิห่านต้องการข้อเสนอหยุดยิงถาวร ขณะที่นักลงทุนรอประเมินท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารตามเส้นตายในวันพรุ่งนี้หรือไม่
Gold Update(+)Comex Gold มิ.ย.+$5.00 อยู่ที่ $4,684..70 /ออนซ์ รอผลเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ & อิหร่าน ขณะที่ Dollar Index อ่อนค่า -0.24% อยู่ที่ 99.981
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -252.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -21.84 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -173.28 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -57.09 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.336 %
(0) ดัชนี BDI ปิดทำการในวันหยุด Easter
(-) BitCoin เช้านี้ -0.28% อยู่ที่ 68,883 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
10 เม.ย. ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
สัปดาห์ที่2 กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและ
อัพเดตสถานการณ์ลงทุน
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
06 เม.ย. US ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (มี.ค.)
07 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
09 เม.ย. US รายงานการประชุมของ FOMC
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (ก.พ.)
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 4)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
10 เม.ย. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มี.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, GUNKUL*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th