วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ในแดนลบเป็นหลัก ตามทิศทางตลาดภูมิภาค โดยมีแรงกดดันจากความกังวลสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลัง ปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เผยว่าสงครามจะด าเนินไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทำให้มีแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง โดยแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ไอซีที และขนส่ง ขณะที่ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนีมีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,465.72 จุด -5.27 จุด -0.36%มูลค่าการซื้อขาย 55,258.53 ลบ. Program Trading +1,755.36 ลบ. ต่างชาติ +2,060.42 ลบ. TFEX+12,081 สัญญา ตราสารหนี้+172.72 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศจัดการประชุมออนไลน์และจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็น เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม
+ อิหร่านและโอมานกำลังร่างข้อตกลงเพื่อกำกับดูแลการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวอาจกลับมาเปิดใช้งานได้บางส่วน
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 61.07 จุด หรือ -0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากมีรายงานว่า นานาประเทศกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขภาวะชะงักงันในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวลจากการที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ยกระดับการโจมตีอิหร่าน
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 11.42 ดอลลาร์ หรือ 11.41% ปิดที่111.54 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ
- หนั งสือพิมพ์วอชิ งตันโพสต์ รายงานว่า กองทัพสหรัฐ ฯ เสนอแผน ต่อปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงปริมาณเกือบ 1,000 ปอนด์จากอิหร่าน โดยแผนดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นตามคำสั่งของทรัมป์
- กองบัญชาการทหารหลักของอิหร่านแถลงยืนยันว่าจะท าสงครามต่อไปจนกว่าศัตรูจะยอมจำนน
- ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% จากยาที่มีสิทธิบัตรบางประเภท และวัตถุดิบทางเภสัชกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าอาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ 31 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป
- ธปท.รายงานว่าในงวด 4Q68 มีปริมาณเงินให้กู้ยืมแก่ครัวเรือนไทยทั้งหมดอยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 110,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 86.7%จากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 86.4%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยมีแรงหนุนนานาประเทศกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขภาวะชะงักงันในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่วันนี้ตลาดหุ้นหลายประเทศปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday มองกรอบดัชนี1,460-1,477 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK
- ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : BANPU LANNA AGE BBGI PCE SMO
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE