|
Market Wrap-Up
· SET วันที่ 2 เม.ย.69 ปิด -5.27 จุด อยู่ที่ 1,465.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 55,258 ลบ.ลบ.สถาบันขาย 1,503 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 674 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,060 ลบ. และรายย่อยซื้อ 116 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,613 ลบ.ซื้อ PTT,DELTA,PTTEP,BBL,KBANK,ขาย GULF,THAI,CPALL,KTC,KCE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,137 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,CHNXT5023 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 448 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 37,079 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 173 ลบ.
Market View
· DJIA -0.13%, S&P500 +0.11%, Nasdaq +0.18% ได้แรงหนุนจากกลุ่มอสังหา ฯ +1.48%, เทคโนโลยี +0.73% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภค -1.5%, เฮลธ์แคร์ -0.68% โดยช่วงเปิดตลาดดัชนีปรับลดลง จากความกังวลต่อถ้อยแถลงของ ปธน.ทรัมป์ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ดัชนีเริ่มฟื้นตัว หลัง ก.ต่างประเทศอิหร่านกำลังร่างพิธีสารร่วมกับโอมานเพื่อบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กอปรอังกฤษประชุมกับ 40 กว่าประเทศเพื่อใช้ ม.การทูตและเศรษฐกิจเพื่อหาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคาดหวังบวกต่อโอกาสที่ส่งน้ำมันออกจากตะวันออกกลางอีกครั้ง ค่ำวันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันหยุด Good Friday และติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มี.ค. คาด +56,000 & ก.พ. -92,000 ตำแหน่ง, อัตราว่างานสหรัฐ มี.ค. คาดทรงตัวที่ 4.4%
· Stoxx600 ยุโรป -0.18% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -1%, ธนาคาร -1.1% และเหมืองแร่ -0.9% โดยปริมาณการซื้อขายชะลอตัวในช่วงก่อนวันหยุด Good Friday และวันจันทร์ Easter Day ขณะที่ดัชนี Stoxx ViX ปรับขึ้น +1.5 อยู่ที่ระดับ 28.5 สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อเภาวะศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบกดดันต่อมูลค่าหุ้น โดย LSEG คาด ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25%
· ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -2.38% จากแรงขายกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน, ประกันภัย และโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก หลังถ้อยแถลง ปธน.ทรัมป์วานนี้เผยจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงใน 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -4.47% นำโดย Samsung Electronics -5.9%, SK Hynix -7.0% และ Hyundai Motor -4.6% จากความกังวลสงครามสหรัฐ – อิหร่านอาจยืดเยื้อกว่าคาด เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.74% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Foxconn -2.5%, Zhongji Innolight -3.3%
· SET -0.36% ปริมาณการซื้อขาย 5.5 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 1,503 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 674 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,060 ลบ. และรายย่อยซื้อ 116 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มวัสดุก่อสร้าง -1.35%, ไฟแนนท์ -1.33%, อสังหา ฯ -1.0%, ท่องเที่ยว -0.95% และขนส่ง -0.84% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ WTI Futures ปรับขึ้นไปที่ $111.5 /บาร์เรล ซึ่งนักลงทุนกังวลสถานการณ์จะยืดเยื้อ และการส่งออกน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซอาจทำได้ยากขึ้น และ Saudi Aramco กำลังพิจารณาปรับขึ้นราคาขายน้ำมันเกรด Arab Light ในงวด พ.ค. 69 ที่ราว 22.50 – 40.50 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบกับงวด เม.ย. ที่ +2.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation ได้ ส่วนปัจจัยในประเทศยังรอการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 9 – 10 เม.ย. ซึ่งรัฐบาลเตรียมออก ม.กระตุ้นกำลังซื้อ & ม.ช่วยเหลือค่าครองชีพ, ม.ช่วยเหลือ SME, ม.ส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ ม.กระตุ้นลงทุนในตลาดหุ้นผ่าน TISA
Daily Strategy
· ประเมินแนวรับดัชนี 1,450 – 1,460 แนวต้าน 1,470 – 1,480 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัวรอประเมินสถานกาณ์ในตะวันออกกลาง และการใช้ ม.การทูตเพื่อเจรจากับอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นจึงแนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่มค้าปลีก CPALL,CPAXT,BJC,CBG,OSP คาดได้ ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ/ หุ้นกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,GULF,KTB,CK,,AMATA,WHA / กลุ่มพลังงานทดแทน BBGI, UBE, PCE
· BTG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 20.80 บาท) ช่วงสั้นรับประโยชน์จากทั้งราคาขายสุกร ไก่สด และไข่ไก่ ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น YTD +15-20% โดยมีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ส่งผลบวกต่อกำไร 1Q69 ดีขึ้น QoQ ด้านการส่งออกเนื้อหมูไปยังมาเลเซียเป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ได้รับอนุญาต รวมถึงกรารส่งออกเนื้อไก่ไปยุโรปยังเติบโตได้ดี รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดและกากถัวเหลืองที่มีการสต๊อกล่วงหน้าไว้ถึงช่วงกลางปี ทำให้กำไรใน 2Q69 น่าจะดี QoQ ต่อเนื่องเช่นกัน กลยุทธ์ในระยะยาวปรับตัวขาย Premium Product และเน้นการขายในช่องทางที่มีอัตรากำไรสูง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดปี 69 มีกำไรสุทธิ 4.8 พันล้านบาท -28%YoY และปี 70 ที่ 5.1 พันล้านบาท +6%YoY
· BCH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 14.20บาท) สำหรับภาพรวมการดำเนินงานปี2569 คาดหวังรายได้ประกันสังคมโรคมีความเสถียรมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติหากสงครามในตะวันออกกลางไม่รุนแรงยืดเยื้อ โดยเฉพาะการกลับมาของผู้ป่วยคูเวต ส่วนกำไรสุทธิในช่วง 1Q69 นี้ เราคาดว่าจะเห็นการ +QoQ ได้แม้มีปัจจัยกดดันตามฤดูกาลหลัง 4Q68 มีแรงกดดันจากรายการพิเศษและปิดร.พ.ที่อรัญประเทศราว 2 สัปดาห์ ขณะที่ภาพ YoY คาดทรงตัว โดยมีแรงกดดันจากผู้ป่วยไทยเนื่องจากการระบาดของโรคท้องถิ่นน้อยลง YoY แต่พอ Offset ได้ด้วยกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เข้ามารักษาแผลเบาหวานจากตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปี
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI พ.ค. +$11.42 อยู่ที่ $111.54 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$7.87 อยู่ที่ $109.03/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผยจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจจะส่งผลให้ภาวะสงครามยืดเยื้อกว่าคาด
Gold Update(-)Comex Gold มิ.ย.-$133.40 อยู่ที่ $4,679.70 /ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.38% อยู่ที่ 100.02 หลัง ปธน.ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +14.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +62.77 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -47.81 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.313 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +36 จุด อยู่ที่ 2,066
(-) BitCoin เช้านี้ -0.87% อยู่ที่ 66,768 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
27 มี.ค. สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมันผู้บริโภค
(เม.ย.)
ต่างประเทศ
31 มี.ค. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (มี.ค.)
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มี.ค.)
US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (มี.ค.)
US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ก.พ.)
01 เม.ย. US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(มี.ค.)
US ดัชนียอดขายปลีก (ก.พ.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)
02 เม.ย. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
03 เม.ย. US อัตราการว่างงาน (มี.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (มี.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (มี.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, GUNKUL*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th
|