Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : Daily Trading Focus

32



ภาวะตลาด: SET Index วานนี้อ่อนตัวลง แต่ไม่ได้รุนแรง เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและเงินเฟ้อพุ่งเกิดขึ้นทั่วโลก ขณะที่ตลาดยังมีความหวังว่าสหรัฐกับอิหร่านจะบรรลุเงื่อนไขการเจรจาและยุติสงครามได้ในที่สุด ปิดตลาดดัชนีลดลง -14.99 จุด ปิดที่ 1442.92 มูลค่าซื้อขาย 6.5 หมื่นลบ. นักลงทุนสถาบันในปท.ซื้อขายใกล้เคียงกัน ส่วนต่างชาติขายสุทธิ -481 ลบ.


ปัจจัยต่างประเทศ
- ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์: ต่างฝ่ายต่างหาบันไดลง! ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐได้ประกาศขยายเส้นตายในวันนี้ว่า สหรัฐขยายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 6 เม.ย.26 เพื่อเปิดทางให้มีเวลาสำหรับการเจรจามากขึ้น
- ตลาดหุ้นสหรฐั ร่วง 1-2% จากนักลงทุนวิตกว่าสงครามอาจรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4-5% เป็ น 94-108 US$/bbl หลังสหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการยุติสงคราม สัญญาทองคำดิ่ง 176 US$ เป็น 4,376.30 US$/ออนซ์ กดดันโดยเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
- ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งค่าขึ้นเป็ น 99.9; เงินบาทอ่อนสู่ 32.94 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีปรับขึ้นเป็น 4.4% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ขยับขึ้นเป็น 142 ดัชนี Baltic Dry Index ขยับขึ้นสู่ 2,014


ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- โรงกลั่นไทย: เรามองว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน BCP อยู่ในสถานะที่ดีกว่ากลุ่ม เพราะใช้น้ำมันดิบที่อิงกับราคาน้ำมัน Brent ซึ่งปัจจุบันต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบราว 50-60 US$/bbl ส่วน SPRC, TOP ใช้น้ำมันดิบที่อิงกับราคาดูไบ ก็จะมีต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่า
- กลุ่มโรงไฟฟ้า: มาร์จิ้นธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP มีโอกาสแคบลง จากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลมีแนวโน้มปรับขึ้นค่า Ft ไม่มาก (เราประเมินค่าไฟฟ้ารอบใหม่ช่วงพ.ค.-ส.ค.26 ไว้ที่ 3.95 บาท/หน่วย เทียบกับปัจจุบันที่ 3.88 บาท/หน่วย) เพื่อลดภาระประชาชน หุ้นโรงไฟฟ้าที่คาดว่าจะถูกกระทบมากเป็น BGRIM (มีสัดส่วนโรงไฟฟ้า SPP ราว 90% รองลงมาเป็น GPSC ที่ 50-60% ส่วน GULF กระทบน้อย จากที่มีราว 20% ของกำลังไฟฟ้าทั้งหมด)
- กลุ่มปิโตรเคมีมีมาร์จิ้นที่ดีขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะสเปรด PTA, PET ในฝั่งเอเชีย หุ้นเด่นเป็ น IVL ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำกัด รวมถึง PTTGC ซึ่งใช้วัตถุดิบเป็นคอนเดนเสท ใช้วัตถุดิบน้ำมันในประเทศ และจากแหล่งฟาร์อีสเป็นหลัก


กลยุทธ์: ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลสูง ระยะสั้นให้แนวต้านไว้ที่ 1450, 1470-1480 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1430-1420, 1400 ตามลำดับ


หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: PTTEP – ระยะสั้นได้อานิสงค์บวกจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง (สัดส่วนผลิตภัณฑ์ liquid คิดเป็นประมาณ 30%) ประกอบกับปริมาณการผลิตการผลิตก๊าซในปี 2026 สูงขึ้นด้วย บริษัทมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่จำกัด การเติบโตของปริมาณการผลิตมีเสถียรภาพ ราคาก๊าซที่มั่นคง และให้ Dividend yield ที่ดีประมาณ 6% ต่อปี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 26F ที่ 169 บาท


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เล่นกันต่อ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ ตลาดหุ้นไทย ก็เล่นกันต่อไป ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก วันพรุ่งนี้ ครม. พิจารณา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้