Market Wrap-Up
- SET วันที่ 24 มี.ค.69 ปิด +13.05 จุด อยู่ที่ 1,410.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,545 ลบ.ลบ. สถาบันซื้อ 572 ลบ. ต่างชาติซื้อ 618 ลบ.พอรต์โบรกซื้อ 639 ลบ.และรายย่อยขาย 1,830 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 921ลบ.โดยซื้อ BBL,KTB,SCB,KBANK,PTTEP และขาย ADVANC,GULF,CPF,BANPU,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,639 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,META01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 9,131 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 13,370 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 795 ลบ.
Market View
- DJIA -0.18%, S&P500 -0.37%, Nasdaq -0.84% จากแรงขายกลุ่มบริการสื่อสาร -2.5%, อสังหา -0.76% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +2.05% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยกำลังหารือกับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม แต่ทางอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ กอปรกับรอดูสถานการณ์การส่งพลร่มสหรัฐหลายพันรายเข้าไปยังตะวันออกกลาง โดยนักลงทุนยังกังวลหากสถานกาณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้น ซึ่ง CME FedWacth คาดเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ส่วนกรณีกลุ่ม Private Credit นั้น ล่าสุด Ares management และ Apollo Global ได้จำกัดการไถ่ถอนกองทุนเอกชนไว้ที่ 5% ส่วนรายงาน US PMI ภาคการผลิต มี.ค. อยู่ที่ 52.4 & ก.พ. 51.6 แต่ ภาคบริการ มี.ค. ลดลงอยู่ที่ 51.1 & ก.พ. 51.7 สัปดาห์นี้ติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มี.ค.
- Stoxx600 ยุโรป +0.43% นำโดยกลุ่มโทรคมนาคม +2.5%, พลังงาน +2.4% ขณะที่กลุ่มกลาโหม -1.1%,การเงิน -0.7% โดยนักลงทุนรอประเมินโอกาสการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน ส่วนรายงาน PMI รวมภาคการผลิต & บริการ เยอรมัน มี.ค. ลดลงอยู่ที่ 51.0 & ก.พ. 53.2 โดยนักลงทุนยังกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% สัปดาห์นี้ติดตาม CPI, PPI, ยอดค้าปลีกอังกฤษ ก.พ.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ +1.43% ได้แรงหนุนจากกลุ่มประกันภัย, ผลิตภัณฑ์น้ำมัน & ถ่านหิน และกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก หลัง ปธน.ทรัปม์ประกาศเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน ขณะที่นักลงทุนยังรอดูว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านหรือไม่ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +2.74% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +1.4%, SK Hynix +5.6% รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์และแบตเตอรี่ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.78% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี, เหมืองแร่ ขณะที่การประชุม Boao Forum คาดเศรษฐกิจเอเชียปีนี้จะเติบโตที่ +4.5% และสัดส่วน GDP ของเอเชีย/โลกจะเพิ่มจากปีก่อนที่ 49.2% เป็น 49.7% ในปีนี้ สัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขกำไรภาคอุต ฯ จีน ม.ค.–ก.พ.
- SET วานนี้ +0.93% ปริมาณการซื้อขาย 15 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 572 ลบ. สถาบันซื้อ 618 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 639 ลบ. และรายย่อยขาย 1,830 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มท่องเที่ยว, ไฟแนนท์, ธนาคาร, ขนส่ง หลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง กอปรกับล่าสุดสหรัฐได้พยายามเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน โดยมีข้อเสนอหลัก ๆ ดังนี้ 1) ยกเลิก ม.คว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน 2) โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะต้องยุติภายในกรอบที่กำหนด 3) ส่วนโครงการขีปนาวุธจะถูกพิจารณาในภายหลัง โดยมีความพยายามเจรจาผ่านประเทศตัวกลาง เช่น อียิปต์, ตุรกี, ปากีสถาน จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Dow Jones Futures เช้านี้ +0.9%, WTI Futures -5.2% อยู่ที่ $87.5/บาร์เรล และดัชนีนิเกอิ & Kospi เกาหลีใต้เช้านี้ +3% ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณบวกบ่งขี้โอกาสที่สหรัฐ – อิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ส่วนปัจจัยในประเทศวานนี้ ก.พาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออกไทย ก.พ +9.9% & คาด +14.5 YoY โดยการส่งออกสินค้าในหมวดคอมพิวเตอร์ยังเติบโตดี +49.8% YoY ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ผ่านมา +7.5% WoW ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย +73.8% และญี่ปุ่น +8.2% WoW
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,400-1,410 แนวต้าน 1,420 – 1,430 คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้น หลังเริ่มมีสัญญาณบวกการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิสราเอล กอปรกับราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF,CPALL,CPAXT /เก็งกำไร THAI,AAV,BA,GPSC,BGRIM จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง และเก็งกำไรกลุ่ม High Beta เช่น DELTA, JMART, THCOM, AMATA, WHA
- KKP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 75.50 บาท) บริษัทรายงานกำไร 4Q68 ที่ 77 พันล้านบาท +6%QOQ, +26%YoY เนื่องจากกำไรเงินลงทุนงานงบกำไรขาดทุน (FVTPL) และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต ขณะที่การตั้งสำรองลดลงการความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้ทั้งปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.9 พันล้านบาท +19%YoY ส่วนเป้าหมายในการเติบโตในปี 69 บริษัทมองสินเชื่อจะกลับมาขยายตัวราว 3%YoY รายได้ค่าธรรรมเนียโต Double Digit จาก KKP DIME และ Wealth management คาด credit cost ลดลงจากสถานการณ์ขาดทุนรถยึดที่ดีขึ้น รวมถึงคาดหวังเงินปันผลต่อปีอีกราว 7% โดยตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 6 พันล้านบาท +2%YoY และ 6.4 พันล้านบาท +6%YoY
- TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท) มองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจ รายได้โตตามการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น ขณะที่ เบื้องต้น คาดการจ่ายปันผลที่เสถียรมากขึ้น Dividend Yield ในโซน 3% ด้านกำไร 1Q69 คาด +YoY เช่นเดียวกับกำไรสุทธิปี69 +16% หลังปีนี้คาดไม่มีรายการพิเศษลบ และ มีปัจจัยหนุนในเชิงต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งในเรื่องของการแข่งขันที่ผ่อนคลายขึ้น ต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่าน AI นอกจากนี้ ภาพระยาว ยังคาดหวังต่อ Synergy ร่วมกับธุรกิจของพันธมิตร เช่น Virtual Bank
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI พ.ค. +$4.22 อยู่ที่ $92.35 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$4.55 อยู่ที่ $104.49/บาร์เรล หลัง ปธ.สภา ฯ อิหร่านเผยยังไม่มีการเจรจากับสหรัฐ ขณะที่เช้านี้ WTI Futures -5.2%, Brent Futures -2.3% รับความพยายามเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ & อิหร่านผ่านประเทศตัวกลาง
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$-5.30 อยู่ที่ $4,402.0 /ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.48% อยู่ที่ 99.431 และยังรอประเมินโอกาสที่สหรัฐ – อิหร่านจะเจรจาหยุดยิง
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -31.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -18.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -12.61 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าตัวอยู่ที่ 32.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.342 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -48 จุด อยู่ที่ 1,989
(+) BitCoin เช้านี้ +0.30% อยู่ที่ 70,726 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
24 มี.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)
25 มี.ค. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
26 มี.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th