วันอังคารที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยปรับตัวขึ้นสูงสุดราว +25 จุด จากความคาดหวังสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านใกล้ยุติ หลัง ปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เผยว่ากำลังทำการเจรจากับอิหร่าน ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยง โดยแรงซื้อหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ธนาคาร และพลังงาน อย่างไรก็ตามมีแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงบ่าย จากข่าวการโจมตีของอิหร่านใส่อิสราเอลรอบใหม่ ทำให้ดัชนีลดช่วงบวกลง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,410.39 จุด +13.05 จุด+0.93% มูลค่าการซื้อขาย 61,545.76 ลบ. Program Trading +752.60 ลบ. ต่างชาติ +618.19 ลบ.TFEX +2,043 สัญญา ตราสารหนี้+795.51 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 400 จุด ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 5%ในช่วงเช้าวันนี้ (25 มี.ค.) หลังจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New YorkTimes) รายงานว่า สหรัฐอเมริกาส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้กับอิหร่านผ่านทางปากีสถานเพื่อพยายามยุติสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้น าสหรัฐฯให้ข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับ "บุคคลที่เหมาะสม" ในอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบ และทางอิหร่านตกลงว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
+ สหรัฐฯ ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้กับอิหร่านผ่านทางปากีสถานเพื่อพยายามยุติสงครามกับอิหร่านซึ่งดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ 2 รายที่ไม่เปิดเผยชื่อ
+ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 51.6 ในเดือนก.พ.
+ ออสเตรเลียและสหภาพยุโรป (EU) ลงนามข้อตกลงการค้าซึ่งเป็นการปิดฉากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานหลายปี โดยตกลงจะยกเลิกภาษีมากกว่า 99% สำหรับสินค้าส่งออกของ EUไปยังออสเตรเลีย
+ ส.อ.ท. รายงานจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งสิ้น117,952 คัน ลดลง 0.37%MoM แต่เพิ่มขึ้น 3.43%YoY ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้2 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 236,338 คัน เพิ่มขึ้น 6.87%YoY
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 84.41 จุด หรือ -0.18% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในขณะนี้จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อและลดโอกาสที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 4.22 ดอลลาร์ หรือ 4.79% ปิดที่ 92.35 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้น าสหรัฐฯ ที่ระบุว่าทั้งสอง ฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงเร็ว ๆ นี้ ทำให้นักลงทุนมองว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันจะยังคงยืดเยื้อ อย่างไรก็ดี เช้านี้ในตลาดฟิวเจอร์ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 5.47 ดอลลาร์ หรือ -5.92% แตะที่ระดับ86.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่า FEDจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางซึ่งนักลงทุนคาดว่า FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง นอกจากนี้ นักลงทุนมองว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า 30% ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี
- อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยืนยันว่า อิหร่านจะยังคงเดินหน้าทำสงครามกับสหรัฐฯ ต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดจะได้รับการตอบสนอง ซึ่งรวมถึงค่าปฏิกรรมสงครามเต็มจ านวน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการรับประกันว่าจะไม่มีการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน
- สนค. เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน ก.พ.69 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 9.9% ขยายตัว 20 เดือนติดต่อกันแต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว14.5-17% รวม 2 เดือน ปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออกมีมูลค่า 61,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 17%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากข่าวสหรัฐจะจัดประชุมสันติภาพกับอิหร่าน อาจเริ่มได้วันพฤหัสบดีนี้เพื่อยุติสงคราม ประกอบกับราคาน้ ามันดิบล่วงหน้ามีแนวโน้มอ่อนตัวลง มองกรอบดัชนี 1,400-1,430 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
-Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK
- ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : BANPU LANNA AGE BBGI PCE SMO
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- สินค้าส่งออกเดือน ก.พ. ที่ยังขยายตัว : AAI ITC GFPT CPF TVO