Market Wrap-Up
- SET วันที่ 16 มี.ค.69 ปิด -4.33 จุด อยู่ที่ 1,405.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,542 ลบ.ลบ. ต่างขาติขาย 5,171 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 85 ลบ. สถาบันซื้อ 355 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,901 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 3,609 ลบ. โดยมียอดซื้อ TRUE,DELTA,KCE,ADVANC,CPF และขาย KTB,PTT,KBANK,PTTEP,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,459 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น LVMH01,CHG,CPALL โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 4,667 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 3,061 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,004 ลบ.
Market View
- DJIA +0.83%, S&P500 +1.01%, Nasdaq +1.22% ได้แรงหนุนจากกกลุ่มเทคโนโลยี +1.39%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.34% นำโดย Meta Platform +2.3% รับข่าวเตรียมลงทุนด้าน AI, Nvidia +1.6% หลัง Foxconn ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิปของ Nvidia คาดการณ์รายได้ไตรมาสเติบโตได้ดี โดยนักลงทุนเริ่มความกังวลหลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -5.28% และ Vix Index ลดลง -13.5% อยู่ที่ระดับ 23.51 หลังเรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน, ธุรกิจเรือสำราญ ประเด็นที่ต้องติดตามวันที่ 18 มี.ค.ผลการประชุมเฟดซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ย และเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปหลัง ต.ค. & เดิมคาด ก.ค. นี้ รวมถึง Fed Dot Plot และประมาณการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ
- Stoxx600 ยุโรป +0.44% นำโดยกลุ่มอสังหา ฯ +1.48%, พลังงาน +1.2% หลังราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -2.84% จากคาดการณ์ ปธน.ทรัมป์อาจต้องยุติความขัดแย้งในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากอาจกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในช่วง พ.ย. นี้ โดยวันพฤหัสนี้ติดตามผลการประชุม ECB คาดจะยังคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 0% ซึ่ง LSEG ชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในปีนี้ และการประชุม BOE ของอังกฤษซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% เช่นกัน
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -0.13% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีเหล็กผสม, ผลิตภัณฑ์น้ำมัน & ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์ยาง หลังราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +1.14% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป แม้ว่าจะกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.26% จากแรงขายหุ้น Huagong Tech -1.3%, Zijin Mining -2.9% และ China Energy Engineering -8.3% ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจจีน เช่น ผลผลิตภาคอุต ม.ค.- ก.พ. +6.3% ดีกว่าคาดที่ +5% YoY และยอดค้าปลีก ก.พ. +2.8% ดีกว่าคาด +2.6% YoY บ่งชี้กำลังซื้อผู้บริโภคจีนปรับดีขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามผลการประชุม BOJ และวันศุกร์ ธ.กลางจีนเผย LRP 1 ปี, 5 ปี
- SET -0.31% ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 2 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 5,171 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 85 ลบ. สถาบันซื้อ 355 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,901 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ค้าปลีก, โรงไฟฟ้า, ขนส่ง หลังอิหร่านประกาศจะไม่เจรจาหยุดยิงกับสหรัฐ & อิสราเอล และยังมีโจมตีไปที่ท่าเรือ Fujairah ของ UAE ที่เป็นจุดส่งออกน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนเลือกที่จะสลับพอร์ตการลงทุนเข้าไปยังหุ้นกลุ่มไอซีทีที่เป็นกลุ่ม Defensive ส่วนกลุ่มท่องเที่ยววานนี้ +2.2% นำโดย MINT +3.6% รับข่าว ททท.เตรียมเสนอ ม.กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการให้ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 แสนคน บนงบประมาณ 700 ลบ. ทางด้านปัจจัยการเมืองในประเทศวันที่ 19 มี.ค. จะมีการเปิดสภา ฯ เพื่อโหวตเลือกนายก ฯ ซึ่งคาดจะได้รัฐบาลที่อำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศในเดือน เม.ย. นี้ ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุม กบน.ต่อ ม.พยุงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ หลังกองทุน ฯ มียอดติดลบรวม 1.26 หมื่น ลบ. โดยบัญชีก๊าซหุงต้ม -3.76 หมื่น ลบ. ส่วนบัญชีน้ำมันยังเป็นบวกรวม +2.5 หมื่น ลบ
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 – 1,400 แนวต้าน 1,410 – 1,420 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯของสหรัฐ และยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง, ราคาน้ำมันดิบ และผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,CPAXT,GULF / เก็งกำไร DELTA,HANA,KCE ตาม Sentiment บวกของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ
- PTTGC (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 ฟื้นตัว QoQ แม้มีโรงงานโอเลฟินส์ OLE4 ปิดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตามคาดว่า spread สายโอเลฟินส์ที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค.จะช่วยลดผลกระทบ เนื่องจาก supply feedstock Naphtha จากตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก ส่งผลให้โรงงานปิโตรฯ บางรายต้องประกาศหยุดผลิตชั่วคราว ขณะที่ PTTGC ไม่ได้รับผลกระทบเพราะรับวัตถุดิบ Ethane จาก GSP ของ PTT และ Naphtha จากโรงกลั่นของตัวเองเป็นหลัก ส่วนธุรกิจโรงกลั่นเด่นจาก GO spread ที่อยู่ในระดับสูงมากๆ รวมถึงจะพลิกกลับมามีกำไรสต๊อกน้ำมันดิบด้วย ทั้งนี้โรงกลั่นของ PTTGC ใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 5-10% ส่วนใหญ่ซื้อจาก USA, WAF, Asia รวมถึงจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกรรม Asset Monetization จำนวน 2.3 พันล้านบาท
- TEGH* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายIAA Consensus 3.95บาท)เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคาน้ำมันปาล์มและราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 95 ลบ.(-45%YoY, +89%QoQ) เห็นการฟื้นตัว QoQ แต่ YoY ยังกดดันจากราคาขายที่ลดลงทั้งน้ำมันปาล์มและยาง ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง TEGH* ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ +10%YoY หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นผ่านการขยายกำลังผลิต ขณะที่การ Spinoff TEBP (ธุรกิจจัดการกากอินทรีย์, Biogas, ไฟฟ้า) คาดจะสามารถ IPO ใน maiได้ในปีนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ TEGH* จะอยู่ที่ 631 ลบ.(+18%YoY) และ 718 ลบ.(+14%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI เม.ย. -$5.21 อยู่ที่ $93.50 / บาร์เรล, Brent พ.ค. -$2.93 อยู่ที่ $100.21/บาร์เรล หลังเรือบรรทุกน้ำมันบางลำของอิหร่าน, อินเดีย และจีนยังสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ IEA ได้เริ่มระบายคลังน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล.บาร์เรลเข้าสู่ตลาด
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$59.50 อยู่ที่ $5,002.20 /ออนซ์ โดยนักลงทุนยังรอผลการประชุมเฟดวันที่ 17 – 18 มี.ค. ซึ่งเฟดมีโอกาสตรึงดอกเบี้ยสูงต่อไป หลังเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นคามราคาน้ำมันดิบ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -105.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -159.27 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +60.20 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -6.69 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.233 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +10 จุด อยู่ที่ 2,038
(+) BitCoin เช้านี้ +4.21% อยู่ที่ 75,805 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
18 มี.ค. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
18 มี.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
19 มี.ค. EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
US ยอดขายบ้านใหม่(ม.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th