Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

74

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(7 กันยายน 2569)-------------บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating หรือ IDR) ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) ที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ พร้อมกันนี้ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของรัฐบาล: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและระยะสั้นของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ/F1) ฟิทช์คาดว่ามีโอกาสสูงที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปรกติแก่ EXIM ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากบทบาทของธนาคารในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และ การมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ฟิทช์ไม่ได้ให้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) แก่ธนาคาร เนื่องจากการประเมินความแข็งแกร่งทางการเงินเฉพาะของตัวธนาคารเองอาจไม่ได้มีนัยสำคัญมากนักเมื่อเทียบกับบทบาทของ EXIM ในฐานะธนาคารรัฐ

อันดับเครดิตภายในประเทศยังพิจารณาถึงโครงสร้างเครดิตของธนาคารเปรียบเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AAA(tha)’ สะท้อนถึงความคาดหมายของฟิทช์ว่าธนาคารมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นหรือบริษัทอื่นในประเทศไทย แนวโน้มอันดับเครดิตอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ เนื่องจากฟิทช์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นในประเทศ

บทบาทเชิงนโยบายที่มีความสำคัญ: EXIM มีพันฐกิจตามกฎหมายจัดตั้งเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทย ธนาคารให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ซึ่งรวมไปถึง การให้วงเงินสินเชื่อและการค้ำประกันเครดิต เพื่อสนับสนุนธุรกิจของไทยในการทำธุรกรรมการส่งออก ซึ่งรวมไปถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กที่อาจจะไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ ธนาคารได้เสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการเงินแก่ผู้ส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง และฟิทช์คาดว่าบทบาทที่สำคัญในเชิงนโยบายจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะปานกลาง

รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นและมีอำนาจในการควบคุม: การที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดใน EXIM นั้น ส่งผลให้รัฐบาลมีอำนาจในการควบคุมและกำกับดูแลธนาคารอย่างใกล้ชิด ฟิทช์คาดว่ากลยุทธ์ในการดำเนินกิจการของธนาคารจะยังคงสอดคล้องกับนโยบายของประเทศ โดยคณะกรรมการของธนาคารประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ
ความสัมพันธ์กับรัฐบาลช่วยสนับสนุนการระดมเงินทุน: EXIM มีการพึ่งพาเงินทุนจากเงินกู้ยืมเจ้าหนี้รายใหญ่และตลาดตราสารหนี้ในระดับสูง (wholesale funding) โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 303% ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2569 (ณ สิ้นเดือน ธันวาคม อยู่ที่ 290%) เนื่องจากธนาคารไม่สามารถรับเงินฝากจากลูกค้ารายย่อยได้ อย่างไรก็ตาม การที่ EXIM มีสถานะเป็นธนาคารรัฐ และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลไทย จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในด้านการระดมเงินทุนเพื่อชำระคืนเงินกู้ที่จะครบกำหนดอายุ (refinancing risk) และสนับสนุนความสามารถของธนาคารในการระดมเงินทุนผ่านการออกตราสารหนี้ทั้งในสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ นอกจากนี้ โครงสร้างการระดมเงินทุนของธนาคารยังมีปัจจัยสนับสนุนประโยชน์จากการที่พระราชบัญญัติจัดตั้งธนาคารอนุญาตให้ กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันหนี้สินได้สูงสุดไม่เกิน 12 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้นของ EXIM ในกรณีที่จำเป็น

ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่รับได้แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย: อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ 1.8% ในเดือนมีนาคม ปี 2569 จาก 0.9% ใน ปี 2568 และ 0.5% ในปี 2567 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการกลับรายการการตั้งสำรอง อัตราส่วนเงินกองทุนของธนาคารยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 12.0% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 (2568: 12.3%)

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย อาจส่งผลให้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารถูกปรับลดอันดับเครดิตได้ แต่อย่างไรก็ตามการปรับลดอันดับเครดิตสากลของประทศไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารรัฐที่มีความสำคัญ รวมถึง EXIM ซึ่งน่าจะยังคงมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นภายในประเทศ

นอกจากนี้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ของ EXIM ยังอาจถูกปรับลดอันดับได้ หากมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลลงอย่างมีนัยสำคัญ การปรับลดลงของระดับความเชื่อมโยงกับภาครัฐ หรือหากธนาคารไม่มีสถานะเป็นธนาคารรัฐ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารในระยะปานกลาง

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นอาจถูกปรับลดอันดับลง หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารถูกปรับลดอันดับลงที่ ‘BBB’ หรือ ต่ำกว่า

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจถูกปรับเพิ่มอันดับเครดิต หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับ แต่อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มอันดับเครดิตไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นหรือระยะปานกลาง เนื่องจากอันดับเครดิตของประเทศไทยมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตหากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิต

อันดับเครดิตภายในประเทศของ EXIM ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เนื่องจากเป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว

อันดับเครดิตอื่นและอันดับเครดิตพันธบัตร
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
พันธบัตรสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของ EXIM ได้รับการจัดอันดับในระดับเดียวกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคาร ในขณะที่อันดับเครดิตของโครงการพันธบัตร (MTN Programme) สกุลเงินบาท และพันธบัตรสกุลเงินบาทของ EXIM ได้รับการจัดอันดับในระดับเดียวกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคาร ทั้งนี้ เนื่องจากตราสารดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิของ EXIM อาจได้รับการปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และ อันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารถูกปรับลดอันดับ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจะส่งผลกระทบให้อันดับเครดิตของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเช่นกัน

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของโครงการพันธบัตรสกุลเงินบาท และพันธบัตรสกุลเงินบาทของ EXIM ไม่มีโอกาสที่ได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เนื่องจากเป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว

แหล่งที่มาของข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นไปตามรายละเอียดที่อธิบายไว้ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตของ EXIM มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของประเทศไทย

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสาหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม ระดับคะแนน ESG ของฟิทช์ไม่ได้เป็นปัจจัยหนึ่งของกระบวนการพิจารณาอันดับเครดิต ระดับคะแนน ESG เป็นการคาดการณ์ถึงความเกี่ยวข้องและความสาคัญของระดับคะแนน ESG ที่อาจจะมีผลต่อการพิจารณาอันดับเครดิต สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก https://www.fitchratings.com/topics/esg/products#esg-relevance-scores.

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘BBB+’; แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AAA(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
- อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ ‘bbb+’
- อันดับเครดิตภายในประเทศของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ คงอันดับที่ ‘BBB+’
- อันดับเครดิตภายในประเทศของโครงการพันธบัตรและพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินบาท คงอันดับที่ ‘AAA(tha)’

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้