Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

17

 


สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยเร่งเครื่องไม่หยุด บวกแรงอีกครั้ง หลังมีข่าวจากทั้ง กกต. (ปลดล็อค-รับรองผลเลือกตั้งบางส่วน) และ กนง. (ลดดอกเบี้ยเซอร์ไพร์สตลาด) แต่หากดูความแรงของการซื้อ กลับเป็นเชื่อมโยงนอกประเทศ อย่าง DELTA ปิโตรเคมี ที่ดันตลาด ขณะที่กลุ่มในประเทศ ได้กลุ่ม ไอซีที และไฟแนนซ์ช่วย พยุงจากแรงขายธนาคารที่เป็นกลุ่มเม็ดเงินไหลอออกหลั


แนวโน้มตลาดวันนี้ ให้เลือกระหว่าง: ขายหมู ซื้อน้องหมา ติดดอย
เรายังคงมุมมองกลยุทธ์ เงินที่หมุนเข้าเล่นหุ้นที่ขึ้นแรงรอบนี้ เช่น ธนาคาร สื่อสาร ฯลฯ จนราคาหุ้นทำนิวไฮท์นับจากกลางปีที่แล้ว มีแนวโน้มที่เงินจะเริ่มหมุนออก คาดจะเกิดในระหว่างนี้ไปจนถึง เดือน มี.ค.
อิงจากเหตุผลที่เราประเมิน
1. PBV กลุ่มดังกล่าวสูงเฉียดระดับบนในรอบ 10 ปี
2. เครื่องมือเทคนิคเริ่มตรวจพบสัญญาณขาย
3. เริ่มนึกหา Catalyst ใหม่ๆ ที่เป็นบวกต่อราคาหุ้นยากขึ้น ส่วนข่าวดีก็ออกหมดแล้ว เช่น ปันผลพิเศษ กำไรดีเกินคาด
และบนสมมมุติฐานที่เราเห็นว่า เม็ดเงินที่จะไหลเข้าน่าจะเริ่มจำกัด หากยังไม่มีเงินใหม่ไหลเข้า คาดว่าจะเกิดภาพ Sectors Rotation และ เงินมีแนวโน้มจะหมุนไปหาหุ้น กลุ่มที่น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ง่ายกว่า
จึงเป็นที่มาของ การกำหนดกลยุทธ์ ซื้อดักทางหุ้นที่เราคาดว่าจะ มีเม็ดเงินลงทุนหมุนเข้า กอปรกับเป็นหุ้นที่เรามองเห็นปัจจัยหนุนในระยะ 1 เดือน ชัดเจนกว่า เช่น
1) วัฎจักรเศรษฐกิจ แถมภัยสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน, แผนปรับลด Supply ปิโตรเคมีจาก จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ผลักดันราคาพลังงาน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เรือเทกอง, เรือตู้, การผลักต้นทุนไปเป็นรายได้: PTT PTTEP TOP EGCO PSL RCL PTTGC IVL
2) การอ่อนค่าของเงินบาท, ความไม่แน่นอนของราคาหุ้นอุปโภคบริโภคในประเทศ เห็นได้จากราคาหุ้นกลุ่มนี้เริ่มหมดแรงส่ง (CPAXT CPALL DOHOME MTC SAWAD ฯลฯ) คาดการหมุนแบบนี้ ส่งผลดีต่อหุ้น HANA KCE CCET SCGP รายได้อิงตามต่างประเทศ
3) การส่งออกไทยเดือน ม.ค.ที่โตดีเกินคาด โดยตลาดส่งออกที่ขยายตัวแรง คือ โอเชียเนีย จากการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออก ฯลฯ เราเห็นว่าภาคส่งออกที่ขยายตัวสูงนี้ จะส่งผลดีต่อ Upside ของธุรกิจขายน้ำ ขายไฟ ขยายพื้นที่ผลิต ของกลุ่มหุ้นเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม: WHA WHAUP AMATA GPSC BGRIM


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีสามารถ "Breakout" แนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ 1,500 จุด ขึ้นมาได้อย่างทรงพลัง ทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ถือเป็นสัญญาณ Bullish Confirmation จับตา Trend เข้าสู่โหมด "Full Uptrend" ในระยะกลาง-ยาว โดยมีเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นเรียงตัวสวยงาม (Golden Cross) ขณะที่โมเมนตัม RSI ปัจจุบันอยู่ในโซน Overbought (80) สะท้อนถึงแรงซื้อที่หนาแน่นมาก+ความผันผวน อาจส่งผลให้ดัชนีมีสลับพักตัวระยะสั้นๆเพื่อลดความร้อนแรง แนวต้าน 1,550 จุด...ไม่ไกลเกินเอื้อม! (หากผ่านได้มีโอกาสทดสอบ 1,600 จุด) แนวรับ 1,500 จุด (แนวต้านเดิมที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ)
Action: นักลงทุนระยะสั้น: หากพรุ่งนี้ดัชนีย่อไม่ทะลุ high 1,525 แนะนำ "ขายทำกำไรบางส่วน" แล้วรอรับกลับเมื่อย่อตัวแถว 1,500 จุด /สำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว: "Let Profit Run" โดยใช้เส้น EMA 10 วัน 1,480 เป็นจุด Trailing Stop
สรุป: ตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นปีได้สวยงามกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ การหลุดพ้นกรอบ 1,500 ได้สำเร็จถือเป็นการเปิด Upside ใหม่ที่น่าสนใจครับ



What to watch

กนง. มีมติ 4:2 ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 1.00% เซอร์ไพร์สตลาด โดยให้มีผลทันที กนง. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุน และการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570
รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนรายได้ภาษี 1.75 แสนล้านดอลลาร์ หลังศาลเบรกภาษีทรัมป์ คำวินิจฉัยดังกล่าวเปิดทางให้มีการเรียกร้องขอคืนเงินได้อย่างชัดเจน และมีแนวโน้มว่าบริษัทส่วนใหญ่จะยื่นขอคืนภาษี ซึ่งจะทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้จ่ายเงินคืน
การเมืองในประเทศ: การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานไปกับการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง โดยเมื่อวาน กกต.มีมติรับรองผล สส. เขตจำนวน 396 คน เรียบร้อยแล้ว
ส่งออกไทยแกร่ง! ม.ค. โตพุ่ง 24.4% มูลค่าทะลุ 31,000 ล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในแง่มูลค่าถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในแง่อัตราการขยายตัว ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ในเดือนม.ค.นี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์
กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 26,950.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.8% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, แผงสวิตช์ และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 97.8% อันดับ 2 สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 52.5% อันดับ 3 สหรัฐฯ ขยายตัว 43.1% อันดับ 4 จีน ขยายตัว 35.1% และอันดับ 5 อาเซียน 5 ขยายตัว 29.8% ขณะที่ตลาดสำคัญที่หดตัว ได้แก่ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) หดตัว 8.7% และแอฟริกา หดตัว 3.6%


หุ้นแนะนำวันนี้
GPSC อานิสงส์เงินลงทุนโดยตรงไหลเข้าต่อเนื่อง จากมาตรการทะลวงท่อ BOI สะท้อนอุตสาหกรรมเชื่อมโยง เช่น นิคม ขายน้ำ ขายไฟฟ้ามี Upside ตามตัวเลข ส่งออก และส่งเสริมการลงทุนที่ดีเกินคาด
แนวรับ 41 ต้าน 45 Stop loss 38

 


ECON

กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 1.0% ปิดฉาก Easing cycle
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เหลือ 1.0% ต่อปี เราคาดว่าในระยะต่อจากนี้ กนง. น่าจะเข้าสู่ช่วงประเมินผลของการลดอัตราดอกเบี้ยที่ถูกส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งผ่อนคลายเพิ่มเติม
การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในครั้งนี้ กนง. ให้เหตุผลอยู่ 3 ประการหลัก นั่นคือ
1) เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
2) เพื่อลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม
3) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงปี 2026-2027 มีความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside risk) เพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลกและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าทาง กนง. ส่งสัญญาณความเป็นกังวลมากขึ้นต่อความเสี่ยงภาวะเงินฝืดและค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรยกระดับการติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาท
เราคาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสิ้นสุดวัฎจักรผ่อนคลาย (Easing cycle) ที่ 1.0% เพื่อให้ยังมี Policy Space ไว้สำหรับรองรับความเสี่ยงของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าด้วย
เราจึงมองว่า ในระยะต่อจากนี้ กนง. น่าจะเข้าสู่ช่วงประเมินผลของการลดอัตราดอกเบี้ยที่ถูกส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งผ่อนคลายเพิ่มเติม

BH
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ค่ารักษาเฉลี่ยเพิ่ม จะเป็นปัจจัยผลักดันกำไร
คาด 1Q26 รายได้ยังโต 2–3% YoY แม้ Ramadan เต็มไตรมาส สะท้อนความแข็งแรงของ model ที่ขับเคลื่อนด้วย intensity และ case mix มากกว่าปริมาณผู้ป่วย ขณะที่การขึ้นราคาประมาณ 4% ยังช่วยพยุง margin ต่อเนื่อง
ปี 2026 การหมดสิทธิ BOI tax จะถูกชดเชยด้วย pricing, international patient mix โดยเฉพาะ Middle East และเคสที่มีความซับซ้อนสูงมากขึ้น ทำให้แนวโน้มกำไรยังเติบโตสม่ำเสมอ Core margin ขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง แม้ demand ภายในประเทศยังไม่เร่งตัวแรง
โครงการ BH Phuket เลื่อนเปิดเป็น 2H27 ช่วยลดแรงกดดันต้นทุนระยะสั้น และเลื่อน dilution ของ margin ออกไป ขณะที่ยังคงเป็น growth driver ระยะกลางจากการขยายฐาน medical tourism
คาดกำไรสุทธิปี 2026–27 เติบโตต่อเนื่องระดับ ~8% ต่อปี จาก pricing power และ international mix ที่ดีขึ้น โครงสร้างการเงินแข็งแรง กระแสเงินสดสูง หนุน valuation premium

Fundamental view: คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 225 บาท โดยยังมองเป็นหุ้น Healthcare คุณภาพสูงที่เติบโตแบบ defensive ได้ในระยะยาว

 

 



รายงานผลประกอบการวันนี้


วันนี้ มีรายงานผลประกอบการทั้งหมด 6 บริษัท แบ่งเป็น

(+) กำไรดีกว่าคาด (Beat) จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ HMPRO
(0) กำไรตามคาด (In-line) จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ BDMS CPALL OSP BEM
(-) กำไรต่ำกว่าคาด (Missed) จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ WHAUP

(0) BDMS รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 3,693 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 4,032 ล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 7% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แต่สิ่งที่เซอร์ไพร์ส คือ จ่าย ปันผล 0.65 บาท (ปกติ 0.40 บาท และปันผลพิเศษ 0.25 บาท) คิดเป็น Div yields 3% ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรลดลง YoY แต่เพิ่ม QoQ เราปรับคำแนะนำเพิ่มเป็นซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 25 บาท มองว่า Risk-Rewards คุ้มค่าแล้ว


(+) HMPRO รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,602 ล้านบาท ลดลง 7% YoY เพิ่มขึ้น 23% QoQ สูงกว่าเราคาดเล็กน้อย แต่เป็นไปตามตลาดคาด พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.22 บาท คิดเป็น Div yields 3% ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรลดลง YoY, QoQ ตามยอดขายหดตัว และไม่มีอานิสงส์มาตรการลดหย่อนภาษี แต่คิดว่าจะดีขึ้นหลังจากนั้นช่วง 2Q26 และต่อเนื่อง 2H26 ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท


(0) CPALL รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 7.26 พันล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 7.27 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 12% QoQ เป็นไปตามที่เราและ
ตลาดคาด แรงหนุนหลักมาจาก GM ของ 7-Eleven พร้อมจ่ายปันผล 1.65 บาท คิดเป็น Div yields 3.2% ขึ้น XD วันที่ 30 เม.ย. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้น YoY, QoQ จาก SSS และ GM เราปรับกำไรทั้งปีขึ้น 5% ราคาเป้าหมายใหม่ 60 บาท (จาก 58 บาท) ยังคงคำแนะนำซื้อ


(0) OSP รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 692 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และ 17% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้น YoY (จากอัตรากำไร), QoQ (จากยอดขาย) เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20.30 บาท


(0) BEM รายการกำไรสุทธิ/หลัก 4Q25 ที่ 837 ล้านบาท ลดลง 2% YoY และ 22% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด พร้อมประกาศจ่ายปันผล 2H25 ที่ 0.15 บาท คิดเป็น Div yields ที่ 2.5% ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY, QoQ หนุนจากจำนวนผู้โดยสาร และใช้ทางด่วน อีกทั้งค่าใช้จ่ายลดลง เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท


(-) WHAUP รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 164 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY แต่ลดลง 58% QoQ ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 38% และ 14% ตามลำดับ เกิดจากรายได้ที่ชาร์จการใช้กำลังผลิตส่วนเกินจากรายใหญ่น้อยกว่าคาด) โดย WHAUP ประกาศจ่ายปันผล 0.1925 บาท คิดเป็น Div yields 3.7% ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้น YoY, QoQ จาก Gheco-I ฟื้น และค่าชาร์จใช้ส่วนเกิน เราคิดว่าการที่ค่าชาร์จต่ำกว่าคาดเป็นแค่การเลื่อนงวดไปเข้าอีกไตรมาส หากราคาลงจากประเด็นกำไร ยิ่งเป็นโอกาสซื้อ ราคาเป้าหมายคงเดิม 5.40 บาทฆ

 

 


สรุปประเด็นจาก Quick take

 

BTG
เบทาโกร
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 1Q26 เทียบ QoQ จากราคาเนื้อสัตว์และต้นทุน เป้ารายได้ปี 2026 โต 3-7% YoY จะมาจากรายได้จากการส่งออกที่คาดจะโตถึง 22-26%YoY จากการเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ และเพิ่มปริมาณส่งออกในตลาดเดิม
View from fundamental: ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มฟื้นตัว ต้นทุนยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ และกลยุทธ์การส่งออกและไปยังสินค้าเพิ่มมูลค่า ทำให้เรายังชอบ BTG คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร

AAV
เอเชีย เอวิเอชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
คาดจำนวนผู้โดยสารเติบโต 12% YoY เป็น 23.5 ล้านคนในปี 2026 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศ และคาดค่าโดยสารทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน
View from fundamental: แนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานปี 2026 น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท)

CPN
เซ็นทรัลพัฒนา
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ธุรกิจ Mall เดือนม.ค. ยังเห็น traffic โต +3% ขณะที่ tenant sales โตสูงกว่า 10% ศูนย์การค้าใหม่มียอดจองแล้ว 70-80%สำหรับศูนย์ขอนแก่นและนอร์ทวิลล์
View from fundamental: โมเมนตั้มรายได้ mall ที่โตเร่งขึ้นทั้งจากศูนย์ใหม่และศูนย์ที่ปรับปรุงเสร็จผสานกับการคุมต้นทุนพลังงานที่ทำได้ดีต่อเนื่อง เราจึงคงคาดกำไรปี 26 จะโตดีกว่ารายได้

IRPC
ไออาร์พีซี
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีใน 1H26 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 4Q25 หนุนโดยการปิดโรงงาน/การลดการผลิตของผู้ผลิตต้นทุนสูง/ประสิทธิภาพต่ำ บริษัทดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน/ลดต้นทุนต่อเนื่องโดยคาดว่าจะเพิ่ม EBITDA ได้ราว 2 พันล้านบาทในปีนี้
View from fundamental: โครงสร้างต้นทุนการดำเนินงานที่สูงของ IRPC ส่งผลให้กำไรของบริษัทมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มโรงกลั่น เราชอบ SPRC และ TOP มากกว่า

 


ADVICE
แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ตั้งเป้าหมายยอดขายปี 26 เติบโต 20-25% ผลักดันจากการขายมือถือ คาดสินค้า Apple จะโต 80% และ Andriod โต 155% ส่วน IT คาดโตเพียง 5% เพราะมีผลกระทบสินค้าหน่วยความจำขาดแคลน
View from fundamental: การปรับเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 26 ลง ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของเรา ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการยอดขายปี 26 โต 11% ในขณะที่มองผลบวกจากการมีสต็อคต้นทุนต่ำจะช่วย ผลักดัน GM และกำไรหลักระยะสั้น (1Q26) โตทั้ง YoY และ QoQ คงคำแนะนำซื้อ

 

CENTEL
โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทให้มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2026 ด้วยเป้ารายได้กลุ่มโรงแรมเติบโต 15% YoY และรายได้กลุ่มร้านอาหารเติบโต 14% YoY
View from fundamental: จากแนวโน้มธุรกิจโรงแรมเติบโตดี ขาดทุนลดลงจากโครงการที่มัลดีฟส์ และธุรกิจอาหารเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน เรามองเป็น
อัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเราปี 2026 ประมาณ 5%


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้