Market Wrap-Up
- SET วันที่ 23 ก.พ.69 ปิด +0.53 จุด อยู่ที่ 1,480.24 จุด มูลค่าการซื้อขาย 85,887 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกขาย 244 ลบ. สถาบันขาย 1,172 ลบ. ต่างขาติขาย 718 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,136 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,208 ลบ. ซื้อ TRUE,DELTA,BBL,KBANK,BDMS และขาย PTT,CPALL,SCB,KTB,THAI มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,781 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SMIC01,MTC,CBG โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 224 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 60,306 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 716 ลบ
Market View
- DJIA +0.76%, S&P500 +0.77%, Nasdaq +1.04% ได้แรงหนุนจากกลุ่มซอฟต์แวร์ +1.3% หลัง Anthropic ได้ร่วมกับ Thomson Reuters, Salesforce, Factset ในการพัฒนา AI รุ่นใหม่ที่จะใช้งานทางด้าน IB และ HR ส่งผลให้นักลงทุนคลายกังวลว่า AI จะเข้าทดแทนระบบซอฟต์แวร์แบบเดิม ขณะที่หุ้น AMD +8.8% หลังเตรียมขายชิป AI มูลค่า 6 หมื่น ล.ดอลลาร์ให้กับ Meta Platform ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และเปิดทางให้ถือหุ้น AMD ได้มากถึง 10% ส่วนความเห็นของ ปธ.เฟดสาขาชิคาโก และผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนุนให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ย และกังวล AI อาจส่งผลให้อัตราว่างงานสูงขึ้น ทางด้านข้อมูลเศรษกิจเข้านี้ติดตาม ปธน.ทรัมป์แถลง State of Union และค่ำวันนี้ติดตามการรายงานงบของ Nvidia, วันศุกร์ US PPI ม.ค. คาด +0.3% & ธ.ค. +0.5% MoM
- Stoxx600 ยุโรป +0.23% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โละพื้นฐาน +1.5% ปรับขึ้นตามราคาทองแดง, กลุ่มผู้ผลิตชิป +0.7% นำโดย ASML,INFINEON และยานยนต์ +1.9% รอประเมินผลกระทบหลังศาลสูงสหรัฐสั่งระงับการเก็บภาษีศุลกากรตาม กม.IEEPA ขณะที่กลุ่มธนาคาร -1.3% และกลุ่มบริการการเงิน -0.3% จากความกังวลต่อโมเดล AI รุ่นใหม่จะเข้ามาแทนที่การทำงานแบบเดิม ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม CPI ฝรั่งเศส, เยอรมัน ก.พ.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ +0.87% ได้แรงหนุนจากกลุ่ม AI ตอบรับข่าว Nvidia กำลังพิจารณาเข้าลงทุนในบริษัท OpenAI มูลค่า $3 หมื่น และหุ้น Fujikura ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์สายเคเบิลสำหรับกลุ่ม Data Center ปรับตัวขึ้น กอปรกับ Advantest ฟื้นตัวจากข้อสงสัยถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +2.11% ปิดเหนือระดับ 5,900 จุด ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์ ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง -1.82% จากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ กอปรกับศาลฎีกาสหรัฐมีมติให้ยุติการเก็บภาษีศุลกากรตาม กม.IEEPA แต่ ปธน.ทรัมป์หันมาใช้ ม.122 เก็บภาษีในอัตรา 15% แทน เป็นเวลา 150 วัน จนถึงวันที่ 24 ก.ค.
- SET +0.69% ปริมาณการซื้อขาย 0 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,131 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 447 ลบ.รายย่อยซื้อ 98 ลบ. และสถาบันขาย 2,676 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง +8.0% นำโดย STECON +22.5% หลังรายงานกำไร Q4/68 อยู่ที่ 931 ลบ. ปรับดีขึ้น QoQ, YoY จากการรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกเพิ่มมากขึ้น และช่วง 1H/69 จะเริ่มก่อสร้างโครงการ Date Center 2 แห่ง มูลค่าโครงการ 1.59 หมื่น ลบ. รวมถึงงานสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทางฝั่งรายได้ของปีนี้ ขณะที่ รมว.คลัง เอกนิติ ได้แถลงในงาน Fiscal Transformation จะใช้ ม.ธนู 3 ดอก เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจไทย โดย 1) เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานสะอาด 2) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 3) การปลดล็อค กม.ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน ซึ่ง ม.ดังกล่าวส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า, นิคมอุต ฯ และไอซีที โดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่สลับออกจากกลุ่ม Tech ในตลาด DM มายังกลุ่ม Value ในตลาด EM กอปรกับกำไร บจ.ปีนี้มีโอกาสถูกปรับขึ้นตามประมาณการณ์ GDP ไทยปีนี้ที่ถูกปรับขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.0% ประเด็นสำคัญภาคบ่ายวันนี้ติดตามผลการประชุม กนง.ซึ่คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% รวมถึงการรายงานกำไร บจ. Q4/68 โดยบริษัท 242 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไร +18.0% YoY และดีกว่าตลาดคาด +7.9%
Daily Strategy
- ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,4,80 แนวต้าน 1,500 – 1,505 ได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกจากตลาด DM มายัง EM กอปรคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากรัฐบาลใหม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE, GULF, STECON, CK, AMATA, WHA ได้ประโยชน์จากงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
- PTG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 10.10 บาท) แนวโน้มกำไร 4Q68 เติบโต QoQ, YoY หนุนจากปริมาณขายน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ส่วนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังได้แรงหนุนจากธุรกิจ non-oil ร้านกาแฟพันธุ์ไทย รวมถึงสามารถควบคุม SG&A ได้เป็นอย่างดี ในปี 69 อุตสาหกรรมค้าปลีกน้ำมันเผชิญแรงกดดันค่าการตลาดลดลง เนื่องจากกองทนุน้ำมันกลับมาเป็นบวก นอกจากนี้ PTG ยังมี Key driver จากธุรกิจ non-oil ตามการขยายสาขาและปรับลดค่าใช้จ่ายส่งเริมด้านการตลาด ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 34 พันล้านบาท และ 1.54 พันล้านบาท +16%YoY
- TMAN* (ทะยอยซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 20 บาท) กำไรสุทธิ 9M68 flat YoY แม้รายได้จะ +9%YoY และ กำไรขั้นต้น +6%YoY แต่มีปัจจัยกดดันฝั่ง SG&A จากการขยายทีมงานขาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวโน้มการดำเนินงานปกติ 4Q68 มีโอกาสที่จะ +YoY +QoQ หนุนจากสภาพอากาศที่มีฝุ่นมาก และ การระบาดของโรคท้องถิ่นที่มาช้า โดย จำนวนเคสไข้หวัดใหญ่ในไทย 4Q68 +401%YoY +93%QoQ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 72 >4,000 ลบ. CAGR 10-15% และเติบโต Double Digit ในปี69 นี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ในปี69 ที่ระดับ 520 ลบ. PE ที่ 9x และ Dividend Yield ที่ 4-5%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI เม.ย. -$0.68 อยู่ที่ $65.63 / บาร์เรล, Brent เม.ย. -$0.72 อยู่ที่ $70.77/บาร์เรล รอผลการเจราข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพฤหัสนี้ที่กรุงเจนีวา
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$49.30 อยู่ที่ $5,176.30 /ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.14% อยู่ที่ 97.844 หลังเฟดหนุนการชะลอลดดอกเบี้ย และรอดูผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐ – อิหร่าน
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +157.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +68.68 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +81.81 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +7.04 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.04 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +17 จุด อยู่ที่ 2,129
(+) BitCoin เช้านี้ +2.98% อยู่ที่ 66,074 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
25 ก.พ. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256
27 ก.พ. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน
ยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
24 ก.พ. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (ก.พ.)
25 ก.พ. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
26 ก.พ. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
27 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th