วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงเช้าดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดราว +26 จุด มีแรงหนุนจากก.พาณิชย์ เผยตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.69 ขยายตัวมากกว่าคาด แรงซื้อหลักมาจากหุ้น DELTA ซึ่งหนุนดัชนีราว +13 จุด ตามด้วยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มไอซีที เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มขนส่ง ค้าปลีก พลังงาน และธนาคาร ทำให้ดัชนีลดช่วงบวกลง ส่งผลให้ดัชนี SET Indexปิดตลาดที่ 1,480.24 จุด +0.53 จุด +0.04% มูลค่าการซื้อขาย 85,887.26 ลบ. Program Trading-617.24 ลบ. ต่างชาติ-718.60 ลบ. TFEX -27,827 สัญญา ตราสารหนี้+716.73 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เปิดเผยว่าจะระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้าตามกฎหมาย International EmergencyEconomic Powers Act (IEEPA) ในวันที่ 24 ก.พ. หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย
+ คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นตัวแทนเจรจานโยบายการค้าของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้ง 27 ประเทศเรียกร้องให้สหรัฐฯยึดมั่นตามเงื่อนไขในข้อตกลงการค้าที่ท าร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว พร้อมย้ำาจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า "ข้อตกลงต้องเป็นข้อตกลง"
+ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าการส่งออกของไทยเดือน ม.ค.69 มีมูลค่า31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.4% ขยายตัวเป็นเดือนที่ 19ติดต่อกัน มูลค่า 31,044.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทมูลค่า 980,744 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
+ สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทย (GDP)ในปี 69 จะขยายตัวได้สูงถึง 2.1% ปรับเพิ่มจากคาดเดิม 1.6% เนื่องจากมีแรงส่งของเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 68 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าคาดจากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และต้องเร่งครึ่งปีหลัง
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 821.91 จุด หรือ -1.66% เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้ธุรกิจในหลายภาคส่วนเผชิญภาวะชะงักงัน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่66.31 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีนี้ที่สวิตเซอร์แลนด์
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน TruthSocial เตือนว่า เขาจะขึ้นภาษีศุลกากร และใช้มาตรการเข้มงวดกับประเทศที่พยายามเอาเปรียบสหรัฐฯ
- สำนักข่าว The Business Times รายงานว่า ประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ โดยการเจรจาได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลผสม
- กระทรวงการต่า งประเทศสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่ไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน อพยพออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังจับตาการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนที่จะสิ้นสุดสัปดาห์นี้มองกรอบดัชนี 1,470-1,490 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- MSCI Rebalance (ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.) : MSCI Thailand เข้า – ออก CPAXT MSCI Global Small Cap เข้าCRC IVL JTS ออก HANA JMT M PLANB
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ส่งออกเดือน ม.ค. ออกยังเติบโต : AAI ITC TFG GFPT CPF MALEE CCET