Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

28

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 23 ก.พ.69 ปิด +0.53 จุด อยู่ที่ 1,480.24 จุด มูลค่าการซื้อขาย 85,887 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกขาย 244 ลบ. สถาบันขาย 1,172 ลบ. ต่างขาติขาย 718 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,136 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,208 ลบ. ซื้อ TRUE,DELTA,BBL,KBANK,BDMS และขาย PTT,CPALL,SCB,KTB,THAI มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,781 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SMIC01,MTC,CBG โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 224 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 60,306 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 716 ลบ

 Market View

  • DJIA -1.66%, S&P500 -1.04%, Nasdaq -1.13% นำโดยกลุ่มการเงิน -3.3%, บริการซอฟต์แวร์ -4.3% จากความกังวลต่อ AI Model จะเข้าทดแทนระบบปฏิบัตการซอฟต์แวร์แบบเดิม ส่วนกลุ่มสายการบิน -3.8% ถูกผลกระทบจากพายุฤดูหนาว ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพ +1.22% นำโดย Eli Lilly +4.9% หลังผลทดสอบยาลดความอ้วน Zepbound มีประสิทธิภาพดีกว่ายา CagriSoma ของ Novo Nordisk ส่วนประเด็นภาษีศุลกากร ปธน.ทรัมป์ได้ใช้ ม.122 เพื่อเก็บภาษีในอัตรา 15% เป็นเวลา 150 วัน และยังอาจใช้ กม. อื่น ๆ เช่น ม.301 เก็บภาษีรายอุต ฯ เพื่อขดเชยกับภาษีที่ถูกศาลสั่งยกเลิก จากประเด็นดังกล่าวสหรัฐอาจถูกเรียกเงินชดเชยภาษีจากบริษัทคู่ค้าต่างประเทศสูงถึง $3 แสน ล.สัปดาห์นี้วันพุธติดตามการรายงานงบของ Nvidia, วันศุกร์ US PPI ม.ค. คาด +0.3% & ธ.ค. +0.5% MoM
  • Stoxx600 ยุโรป -0.45% กังวลต่อ ม.เก็บภาษีการค้าของ ปธน.ทรัมป์ที่ 15% สร้างความคลุมเครือให้กับกาเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ – อียู ส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริการเงิน, อุต ฯ ปรับลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการสุขภาพ -1.4% หลัง Novo Nordisk -16.5% รับข่าวผลทดสอบยาลดความอ้วนมีประสิทธิภาพด้อยกว่าของ Eli Lilly ส่วนกลุ่มกลาโหม -1.6% หลังอิหร่านพร้อมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐ ซึ่งต้องรอผลการเจรจาวันพฤหัสนี้ที่เจนีวา ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม CPI ฝรั่งเศส, เยอรมัน ก.พ.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ปิด +65% นำโดยกลุ่มผู้ผลิตชิป Samsung Electronics +1.5%, SK Hynix +0.2% ตอบรับยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันของ ก.พ. +134% YoY ตามอุปสงค์ในตลาด AI & Data Center ขณะที่กลุ่มรถยนต์ Hyundai Motor +2.75% โดยดัชนียังได้ปัจจัยหนุนจาก ม.ปฏิรูปตลาดที่จะเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ส่วนดัชนีฮั่งเส็ง + 2.5% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี +3% ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 7 เดือน นำโดย SMIC +4.6%, Alibaba +3.6% และ Tencent +3.5% ขณะที่ศาลฏีกาสหรัฐมีมติให้ยกเลิก ม.เก็บภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์ โดย ปธน. ทรัมป์มีวาระจะประชุมกับ ปธน. สี จิ้นผิง ในการเยือนจีนวันที่ 31 มี.ค. – 2 เม.ย. นี้
  • SET +0.04% ปริมาณการซื้อขาย 58 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 718 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 244 ลบ.สถาบันขาย 1,172 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,136 ลบ. โดยช่วงเปิดตลาดดัชนี SET ได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA ตอบรับกับตัวเลขส่งออกไทย ม.ค. มีมูลค่า $3.1 หมื่น ล. +24.4% YoY สูงสุดในรอบ 4 ปี ได้ปัจจัยหนุนจากยอดส่งออกสินค้าในกลุ่มคอม ฯ & อุปกรณ์ +68.2%, แผงควบคุมกระแสไฟฟ้า +43.6%, เครื่องโทรศัพท์ & อุปกรณ์ +195.4 YoY ซึ่งเป็นแนวโน้มเชิงบวกต่อรายได้ของ DELTA ในงวด Q1 นี้ ขณะที่กลุ่มไอซีที +0.66% นำโดย TRUE จากคาดการณ์กำไรปีนี้ยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลบวกไปยังอัตราการจ่ายเงินปันผลด้วย ขณะที่กลุ่มขนส่ง -4.1% หลังผ่านช่วง Peak ของฤดูกาลท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยภาพรวม Fund Flow ต่างชาติวานนี้เริ่มชะลอตัวลง หลังตลาดยังสับสนต่อ ม.ภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้การเจรจาข้อตกลงค้าล่าช้าออกไป กอปรกับดัชนี SET ก็เริ่มถูกแรงขายทำกำไร หลังดัชนีปรับขึ้นกว่า +10% หลังทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. โดยประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ผ่านมา และวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม กนง.ซึ่งตลาดคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% รวมถึงการรายงานกำไร บจ. Q4/68 โดยบริษัท 157 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไรดีกว่าคาด +8.8% ดีกว่าเดิมคาด +4.1%

   Daily Strategy

  • ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,460 – 1,470 แนวต้าน 1,490 หลัง Fund Flow ต่างชาติเริ่มชะลอตัว  กอปรกับ Valuation ของ SET ค่อนข้างตึงตัวที่ระดับ F/PE  7 เท่า และอยู่ระหว่างรอติดตามการฟอร์มรัฐบาลใหม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น  ADVANC, GULF, KBANK, SCB, BDMS, SCCC          
  • SCGP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 26.00 บาท) บริษัทตั้งงบลงทุนปี 69 ที่ 1 หมื่นล้านบาท มีเป้าหมาย EBITDA 1.83 หมื่นล้านบาท (+6%YoY) มองหาโอกาสขยายการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดียที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตสูง รวมถึงลงทุนในระบบอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงาน ในส่วนของแนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 คาดกำไรปกติฟื้นตัว QoQ หนุนจากต้นทุนวัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิล (RPC) ปรับลดลง ขณะที่การปรับโครงสร้างองค์กรและสัญญาการซื้อเชื้อเพลิงของ Fajar จะช่วยลดต้นทุนลงมาก อย่างไรก็ตามในแง่ของปริมาณขายคาดลดลงเนื่องจากวันหยุดยาวในเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยภาพรวมปี 69 บริษัทคาดว่า Fajar จะถึงจุดคุ้มทุนในช่วง 2Q69-3Q69 ผ่านการลดต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และหาตลาดส่งออกใหม่ลดการพึ่งพิงจีน ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69-70 ราว 4 พันล้านบาท +9%YoY และ 5.1 พันล้านบาท +15%YoY
  • BCH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 15.60บาท) ประเมินกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 270 ลบ.(+16%YoY, -22%QoQ) มีปัจจัยกดดันจากค่าปรับรายได้SSO และการปิดร.พ.ที่อรัญประเทศราว 2 สัปดาห์จากสถานการณ์พรมแดนไทย-กัมพูชา แต่ภาพ YoY ยังสามารถฟื้นตัวได้จากฐานต่ำใน 4Q67 ที่มีรายการลบจากการปรับการรับรู้รายได้ประกันสังคมโรค RW>2 เหลือ 8,000 บาท/adj.RW และ การปรับปรุงรายการ Covid-19 ส่วนภาพรวมการดำเนินงานปี2569 คาดหวังการฟื้นตัวจากรายได้ประกันสังคมโรค Adj.RW>2 มีความเสถียรมากขึ้นที่ 12,000 บาท/adj.RW และ การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติบางชาติ เช่น คูเวต และ กัมพูชา

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI มี.ค. -$0.17 อยู่ที่ $66.31 / บาร์เรล, Brent เม.ย. -$0.27 อยู่ที่ $71.49/บาร์เรล รอผลการเจราข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพฤหัสนี้ที่กรุงเจนีวา

 

Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$144.70 อยู่ที่ $5,225.60 /ออนซ์ โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังมีความไม่แน่นอนต่อ ม.ภาษีของ ปธน.ทรัมป์ และรอผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +59.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -23.13 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +67.95 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +14.90 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.042 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +69 จุด อยู่ที่ 2,112

(-) BitCoin เช้านี้ -1.08% อยู่ที่ 63,815 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

25 ก.พ.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256

27 ก.พ.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

24 ก.พ.     US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (ก.พ.)

25 ก.พ.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)

26 ก.พ.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

27 ก.พ.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (ม.ค.)

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, GPSC*, PTTEP, KLINIQ

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้