AT THE OPEN (#ATO)
SET Index แกว่งตามกรอบ 1470-1490
หุ้นเด่นเลือก ITC และ BBIK
Market Strategy
SET Index คาดแกว่งตามกรอบ 1470-1490 จุด ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ กลับสร้างความผันผวนต่อตลาด แต่มองระยะสั้นเป็นบวกอ่อนๆต่อหุ้นกลุ่มส่งออก วันนี้เลือก ITC และ BBIK เป็น Top Pick ประเด็นที่ติดตามส่งออกไทยเดือน ม.ค. Bloomberg Consensus คาดขยายตัว 8.2%YoY
ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินทรัมป์ไม่สามารถขึ้นภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ทำให้ภาษีตอบโต้ ภาษีเฟนทานิล ภาษีสวมสิทธิ ที่เก็บกับประเทศต่างๆถูกยกเลิก แต่ทรัมป์ประกาศใช้มาตรา 122 เก็บภาษี เพิ่มเป็น 15% ระยะเวลา 150 วันเป็นการทดแทน เริ่ม 24 ก.พ. 69 ระยะถัดไปมีความเสี่ยงหากเดินหน้าขึ้นภาษีเพิ่มเติมผ่านมาตรา 232 (เกี่บวกับเหตุผลเรื่องความมั่นคง เช่น ภาษีเหล็ก อลูมิเนียม) หรือ 301 (เรื่องการค้าไม่เป็นธรรมที่ใช้เก็บภาษีจีน) เรามีมุมมองบวกระยะสั้นเพราะภาษีตอบโต้ไทยจะลดลงจาก 19% เหลือ 15% แต่ความเสี่ยงระยะกลางยังมีอยู่จากความไม่แน่นอนการบังคับใช้ภาษีของสหรัฐฯ แต่ท่าทีของไทยที่พร้อมเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ จึงคาด Worst Case ภาษีตอบโต้ของไทยจึงไม่น่ากลับไปสูงกว่าอัตราเดิมที่ 19% ด้านการตอบสนองของตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้ตลาดหุ้นเกาลีใต้เปิดบวก +1.2% , Dollar Index ที่อ่อนค่าสวนทางเงินบาทเช้านี้แข็งค่ามาที่ 31 บาท/USD มองเป็นบวกต่อสัญญาณ Fund Flow ต่อไป
ผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ กลุ่มอาหาร ได้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลงโดยเฉพาะ TU และ ITC ที่มีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ สัดส่วน 40% และ 58% ของรายได้ กลุ่มอิเล็คฯ ระยะสั้นดีต่อกลุ่มที่สินค้า Consumer Product สูงอย่าง HANA CCET ที่อัตราภาษีลดลง KCE ไม่ได้ประโยชน์เพราะภาษีในกลุ่มยานยนต์ (15-25%) ยังคงมีผลบังคับใช้ กลุ่มนิคม อาจลบระยะสั้น จากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีอาจทำให้ นักลงทุนอยู่ในภาวะ Wait & Seeกระทบต่อ Presales แต่มุมบวกคือช่องว่างภาษีที่ลดลงเหลือ 15% ความเสี่ยงเรื่องภาษีการสวมสิทธิ์ลดลงและกระแสย้ายฐานการผลิตจากจีนยังมีอยู่ ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางธุรกิจในนิคมฯต่อไป เชิงกลยุทธ์หากราคาหุ้นย่อลงมามองเป็นจังหวะซื้อ ชอบ WHA AMATA
Market Summary
SET Index ลดลง 14.2 จุด (-1%) หรือมูลค่าซื้อขาย 9 หมื่นลบ. เริ่มมีแรง Take Profit หลังใกล้ระดับ 1500 จุด แรงขายกระจายในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic ที่ปรับตัวขึ้นแรงหลังเลือกตั้ง เช่น กลุ่มค้าปลีก -2.8% กลุ่มรับเหมาฯ -1.9% กลุ่มสื่อ -3.2% กลุ่มไฟแนนซ์ -2.1% กลุ่มท่องเที่ยว -3.6% หลังผ่านเทศกาลท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนผ่านไปแล้ว ที่ทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มชะลอลง WoW ในช่วงปลายเดือน ก.พ. ด้านกลุ่มที่ปรับขึ้นเหลือเพียงกลุ่มธนาคาร +1.3% จากปันผลสูงค้ำคอและกลุ่มประกัน +0.6% จาก Laggard ตลาดในช่วงที่ผ่านมาอย่างมาก โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 645 ล้านบาท
DAILY Stock Pick
BBIK
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 28.20 บาท
ปี 69 โตต่อ ผสาน มูลค่าน่าสนใจ
เราคาดกำไรปี 69 เติบโต 12% หนุนจากงาน Virtual Bank ต้องเสร็จสิ้นใน 2Q69 ส่วน Backlog สิ้นงวด 4Q68 มี 0.7 พันล้านบาท (+1.3%QoQ) ที่รับรู้ในปี 69 คิดเป็น 39% ของรายได้ที่เราคาดการณ์
Valuation ถูกที่สุดในกลุ่ม Tech-service เพียง 11 เท่า (-1.25SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เทียบกับกลุ่มที่ 16 เท่า ขณะที่ FSTE ประกาศนำ BBIK นำไปคำนวณในดัชนี Mirco Cap ในวันที่ 20 มี.ค. 69 เป็นปัจจัยหนุนในระยะถัดไป
Technical View
แนวรับ : 21.00 บาท
แนวต้าน : 22.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 20.50 บาท
WEEKLY Stock Pick
ITC
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 20.00 บาท
หนุนจาก กำแพงภาษีสหรัฐที่ลดลง
ITC (ตลาดสหรัฐคิดเป็น 58% ของรายได้ปี 68) ได้รับอานิสงส์หลัง supreme court ระงับกฎหมาย IEEPA ซึ่งไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 19% แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะปรับขึ้นภาษี 15% อีกครั้งในภายหลัง แต่ก็ยังคงลดลงจากเดิม
เราคาคกำไรปี 69-70 โต 10%/14%YoY ตามลำดับ หนุนจากทั้งคำสั่งซื้อของลูกค้าใหม่และการออกสินค้าใหม่ อีกทั้งอัตราเงินปันผล 5% ช่วยจำกัด Downside
Technical View
แนวรับ : 16.50 บาท
แนวต้าน : 18.00 บาท
จุดตัดขาดทุน :15.50 บาท
KEY FACTOR
มาตรการภาษีของสหรัฐฯ รอบใหม่สะท้อนความผันผวนเชิงนโยบายอย่างชัดเจน หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกภาษีฉุกเฉินชุดก่อนหน้า ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามประกาศเก็บภาษีนำเข้า 10% แบบเหมารวมทั่วโลก ภายใต้อำนาจชั่วคราว 150 วัน และกำหนดให้มีผลวันที่ 24 ก.พ. อย่างไรก็ตาม เพียง 1 วันถัดมา ปธน. ทรัมปประกาศปรับขึ้นอัตราดังกล่าวเป็น 15% มีผลทันที เพื่อยกระดับความเข้มข้นของมาตรการและตอกย้ำจุดยืนทางการค้า พร้อมกันนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสั่งเดินหน้าเปิดการสอบสวนเชิงลึกรายประเทศและรายอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าเดิม (ตามมาตรา 301)
แม้ว่าการปรับลดอัตราภาษีลงจากเดิม 19% สู่ระดับ 15% จะทำให้ภาคธุรกิจได้ประโยชน์จากตัวเลขที่ลดลง-เป็นบวกในระยะสั้น แต่การปรับเปลี่ยนที่รวดเร็วสะท้อนความไม่แน่นอนสงครามการค้าที่กลับมาอีกครั้ง นอกจากนี้ประเทศคู่แข่งก็ถูกปรับลงมาในระดับเดียวกัน ซึ่งถือว่าไม่ได้สร้างทั้งความได้เปรียบและเสียเปรียบเชิงแข่งขัน ดังนั้น จึงถือเป็นความเสี่ยงระยะกลางที่ต้องจับตา
EYES ON
ในสัปดาห์ รายงานงบฯ 4Q68 Real sector
23 ก.พ. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐฯ
25 ก.พ. CPI เดือน ม.ค. ของ Eurozone, ประชุม กนง.
27 ก.พ. PPI เดือน ม.ค. ของสหรัฐฯ, ส่งออกไทย เดือน ม.ค.
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ