คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: มองแรงกดดันจากแนวโน้มตัวเลข PCE ที่จะประกาศ และ การเตรียมพิจารณาคดีของทรัมป์จะเข้ามากดดันภาพรวมการลงทุน แต่มีแรงหนุนจากการซื้อสุทธิต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามา
แนวรับ-ต้าน
1,480 –1,500
กลยุทธ์การลงทุน
1) เ ก็ ง ผ ล ป ร ะ ก อ บ ก า ร 4Q68: BDMS, BEM,GUNKUL, HANA, MAJOR, PLANB, SAWAD,SC, SIRI, WHA
2) เก็งการประกาศปันผล/ปันผลดี: BBL, KBANK,KTB, SCB, AP, SIRI, TTW
3) ท่องเที่ยว และ Spending : AOT, BA, CENTEL,CPALL, CPN, ERW, MINT, TFG, CPF
4) พลังงาน : PTTEP, IVL, PTTGC, BCP, PTT
5) หุ้นแถวสอง : CBG, CRC, KTC, SCGP, BTG
ต่างชาติซื้อต่อเนื่อง ขณะรอลุ้นภาษี + PCE
สหรัฐลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และ คดีภาษีทรัมป์ ในคืนนี้ : คาดตลาดจับตาตัวเลข Core PCE และ Headline PCE เดือน ธ.ค. 68 โดยHeadline คาดออกมาขยายตัว 2.8%y-y และ 0.4% m-m โดยภาพy-y ขยายตัวเท่ากับในเดือนก่อน ส่วนตัวเลข m-m เรง่ตัวขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.2%m-m ขณะที่ตัวเลข Core PCE คาดขยายตัว 2.9%y-yและ 0.3%m-m ทั้งภาพ y-y และ m-m เร่งตัวขึ้นจากในเดือนก่อนที่2.8%y-y และ 0.2%m-m หากออกมาตามคาดจะทำให้ตลาดกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด เนื่องจากรายงานการประชุมล่าสุดระบุกรรมการเฟดบางส่วนเรมิ่ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้มีความกังวลจากการพิจารณาคดีกำแพงภาษีทรัมป์ โดยศาลฎีกาสหรัฐเตรียมเปิดประชุมในวันนี้เวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งอาจมีการนำคดีกำแพงภาษีทรัมป์ข้ึนมาพิจารณา โดย Polymarket มองมีความน่าจะเป็นเพียง16% ที่จะพิจารณาคดีดังกล่าวในวันนี้ แต่เนื่องจากทิศทางการพิจารณาคดีของศาลชนั้ ต้นมองทรมัป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำให้หากมีคำพิพากษาในคดีกำแพงภาษี อาจทำให้ตลาดกังวลถึงค่าใช้จ่ายในการคืนภาษีของรัฐบาลสหรัฐที่จะตามมา
ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง 4 วัน : วานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 4.87 พันล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 คิดเป็นยอดซื้อสุทธิ 1.039 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดซื้อ-ขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ YTD อยู่ที่ 5.67 หมื่นล้านบาท มองแรงหนุนมาจากการที่ไทยเข้าสู่ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ที่จะเข้ามาสานต่อโครงการต่างๆเชน่ คนละครึ่งพลัสซึ่งเป็นบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ ไทยแลนด์ฟาสพาส ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และ จัดการความไม่สงบในชายแดนอีสาน นอกจากนี้ การที่อินโดนีเซีย ถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักการลงทุน เนื่องด้วยปัญหาFreefloat ทำให้เม็ดเงินบางส่วนไหลเข้าสู๋ตลาดหุ้นไทย มองเป็นบวกต่อหุ้นขนาดใหญ่
ปัจจัยอื่นที่น่าจับตาในสัปดาห์หน้า : TH- MSCI Rebalance เริ่มมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ.69/ การประชุมกนง./ตัวเลขน าเข้าส่งออก(Jan), US- CB Consumer Confidence (Feb)/ PPI(Jan)
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+)สมาคมประกันชีวิตไทย เผยผลการดำเนินงานธุรกิจประกันชีวิตในปี 2568 มีอัตราการเติบโต ร้อยละ 3.45 ด้วยเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 676,505 ล้านบาทท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
(+) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูร้อน ในวันที่ 22 ก.พ. 69 นี้ โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มเครื่องดื่ม
(+) ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ6 เดือน ท่ามกลางความกังวลในการเจรจาข้อตกลงระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน เป็นบวกต่อหุ้น ในกล่มุ พลังงานต้นน้ำ และโรงกลั่น
(-) IMF คงประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2569 ไว้ที่4.5% ตามเดิม มองยังมีความเสี่ยงจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์- นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์