Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

60

 


สรุปภาพตลาดวานนี้
แรงต่อจนคนเคยล้อ ท้อไปแล้ว หลังวานนี้ SET บวกอีกวันกว่า 22 จุด ทะลุด่าน 1450 ไปได้ โดยหุ้นแบงค์ ยังโดดเด่น (แช่งยังไงก็ไม่ยอมลง) แต่รอบนี้มี DELTA พลังงาน คอมเมิร์ช ไอซีที ช่วยผสมโรงมาด้วย (เรียกว่า Tag Team หุ้นใหญ่) ทำให้เห็นการหมุนเงินได้ และมีเม็ดเงินกระจายออกมาหุ้นแถวรองบวกแรงพร้อม Vol เช่น ITC BEM KTC PSL COCOCO THCOM เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้
ขึ้นสองแถว เก็บหุ้นแถวสอง
เย็นเมื่อวาน GULF รายงานกำไรดีกว่าคาด แถมประกาศจ่ายปันผล 1.05 บาท (จากปกติ) + พิเศษ 2.20 บาท รวม 3.25 บาท คิดเป็น Div Yield เกิน 5% อาจจะมีแรงส่งตลาดไปต่อในช่วงแรก ถัดไประหว่างวัน แม้หุ้นใหญ่ต่างๆ เช่น พลังงาน ธนาคาร อาจจะมีแรงขายทำกำไรอยู่บ้าง (เพราะทั้งหุ้นและตลาดร้อนแรงมาหลายวัน) แต่ภาพรวมแนวโน้มฝรั่งยังไม่รีบขึ้นเครื่องกลับประเทศ (อาจจะเป็น Long-haul investors) ดังนั้น สำหรับหุ้นใหญ่ที่ขึ้นมาสูงก่อนหน้าในบางกลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ โรงไฟฟ้า หากมีจังหวะปรับฐาน เป็นโอกาสทยอยแบ่งพอร์ตไปเก็บเพิ่ม (เลี่ยงธนาคาร ไอซีที)

และด้วยความคึก ความโลภ (Greed Mode) และ Risk Appetites ที่สูงขึ้นของนักลงทุน ฝรั่งไม่ขายใส่ (ซื้อสุทธิ 5 หมื่นลบ. YTD) รวมไปถึง นลท. ในประเทศ รายย่อยหลุดหุ้นมีเงินหมุน (ขายสุทธิ 3 หมื่นลบ. YTD) กองทุนโดยเฉลี่ยยังขายสุทธิ (หากมี Position ในหุ้นน้อย อาจจะกลัวแพ้ Benchmark) และรอจังหวะ จะสังเกตว่าวานนี้ มีหุ้นหลายตัวที่เป็น Net-Sell ของ NVDR แต่หุ้นไม่ลง เช่น BDMS AOT ตรงข้ามมีกลุ่มบวกสวน เช่น BEM PTTGC โดยรวมทำให้มองเงินสดหมุนในตลาดหุ้นเพิ่ม และคนที่ตกขบวน (ทั้งขายเร็วไป และซื้อช้าไป) จะเริ่มมองหาหุ้นที่ได้ Alpha เพิ่มความซิ่งให้พอร์ต และจะมองหุ้นแถวสองมากขึ้น เพื่อกระโดดขึ้นรถเป็นกลุ่มแรกของรอบใหม่
โดยหากอิงจากการ Screen หุ้นแถวสอง ที่เราได้ออกรายงาน Alpha Pulse ไปเมื่อวันจันทร์ เริ่มมองหาจากหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าในทุกมิติ (PER, PBV, EV/EBITDA), มีปันผลลดเสี่ยงราว >2.5%, ความเสี่ยงกำไรต่ำ ใน 10 ตัวที่ได้มาเมื่อวานเราเห็น BBIK ขยับออกตัวมาแล้ว ที่เหลือ ได้แก่ PR9, PLANB, SYNEX, HMPRO, BDMS, CPALL, CRC, BGRIM, GPSC รอจังหวะต่อไปไว้เป็นคัมภีร์หาหุ้น

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่อยู่ในธีมการ Re-rate valuation ก็เริ่มทำงาน โดยเฉพาะ BEM ที่ออก Idea Call ไปเมื่อวานนี้ ยังคงแนะนำต่อไป (และพร้อมหาหุ้นใหม่มาเสริฟต่อเนื่อง)

ส่วนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว วานนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนโตต่อ +32% WoW หนุน Sentiment หุ้นบวกต่อ ทั้ง AOT CENTEL ERW SPA AU
สำหรับการจ่ายปันผลพิเศษของ GULF ช็อตต่อไปกลุ่มที่ได้อานิสงส์ คือ STECON หลังรับรู้ก้อนนี้ จะเพิ่ม Upside กำไรปี 2026 อีก 58% (แต่ปีถัดไปยังใกล้เดิม) แต่หุ้นเล่นมาสูงพอสมควรแล้ว เรายังไม่ไล่เช่นเดิม


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร

 

วิเคราะห์ทางเทคนิค
SET Index กำลังอยู่ในช่วง "การเปลี่ยนแนวโน้ม" (Trend Reversal) หลังจากที่สร้างฐานสะสมพลัง (Accumulation) มาสักพักใหญ่..แนวโน้มหลัก (Primary Trend) เริ่มเห็นสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้น (Reversal) หลังจากดัชนีสามารถยก Low (Higher Low) ขึ้นมาได้ต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มแนวต้านบริเวณ 1,450 จุด หากทะลุผ่านและยืนได้ด้วย Volume ที่หนาแน่น จะเป็นการยืนยันรอบขาขึ้นใหญ่ ต้านใหญ่รออยู่ที่ 1,500 แนวรับจะอยู่บริเวณ 1,400 จุด ถือเป็นโซนที่แรงซื้อหนาแน่น (วันที่ 9 ก.พ. หลังเลือกตั้ง ต่างชาติ net buy สูงถึง 1.6 หมื่นล้าน) ซึ่งไม่ควรหลุดต่ำกว่านี้เพื่อรักษาทรงขาขึ้น
ในส่วนของ Indicator เช่น Moving Averages จับตา EMA 200 weeks ถือเป็นเส้นแบ่งเขต" ระหว่างตลาดหมีและตลาดกระทิง” การยืนเหนือเส้นนี้ได้จะดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติให้กลับเข้ามา ขณะที่ MACD (week)เส้น Signal ตัดขึ้นเหนือศูนย์ (Zero Line) ยืนยันรอบการปรับตัวขึ้นในระยะกลาง....แม่นยำ!
สรุป: SET Index ตอนนี้เหมือน "เครื่องยนต์ที่เริ่มติด" การเล่นหน้าซื้อ (Long/Buy) จะได้เปรียบกว่า เน้นหุ้นมีกำไรสวยๆและกราฟเพิ่งเบรกจากฐานครับ




What to watch
วานนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนโตต่อ +32% WoW หนุน Sentiment หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวบวกต่อ ทั้ง AOT CENTEL ERW SPA AU
GDP 4Q25 ของไทย ที่ +2.5% YoY (+1.9% QoQ) อิงจากเลขที่มีการปรับฐานค่าสถิติย้อนหลัง ตั้งแต่ 2020 เป็นต้นมา ใกล้เคียงกับทิศทางที่เรามอง (คิดบนฐานที่ปรับเลขใหม่ ซึ่งทำให้ปี 2024 โต 2.9% จากเดิม 2.5%) โดยตัวผลักดันหลักใน 4Q25 มาจาก 1) การลงทุนภาคเอกชน +6.5%, 2) การลงทุนภาครัฐ +13.3% (เร่งเบิกงบ) 3) การส่งออก +5.6% (คิดบน FX เป็นบาทแล้ว) ส่วนปี 2026 คาดโต 1.8% หนุนโดย FDI และภาคการท่องเที่ยว ส่วน Upside อื่นๆ ติดตามการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
การเมืองในประเทศ: การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานไปกับการรอ กกต.รับรองผลเลือกตั้ง สส. ส่วนเรื่องคดีร้องเรียนเลือกตั้งปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการซึ่งอาจรบกวนตลาดในระยะสั้นๆ
ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้: GDP 4Q ไทย, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ มีแนวโน้มโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ ดัชนีฯภาคการผลิตเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวดีในปีนี้ เช่น EU PMI คาดเกิน 52.1 เป็นต้น
Geopolitic: สหรัฐฯยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมทางทหาร กับอิหร่าน
UBS ประเมินว่า ภายในสิ้นปีนี้ อาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นรวม 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์-1.2 แสนล้านดอลลาร์ในตลาดสินเชื่อที่ปล่อยให้กับบริษัทที่มีหนี้สูงหรือมีความเสี่ยงด้านเครดิตมากกว่าปกติ (leveraged loans) และสินเชื่อเอกชน (private credit) ซึ่งเป็นการปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจแบบนอกระบบธนาคาร


หุ้นแนะนำวันนี้
BEM
Let-profit-run ไปต่อ หลังIdea Call พื้นฐานวานนี้ประสบความสำเร็จ โดยเป็นหุ้นในธีม Re-rate valuation จากแนวโน้มกำไรที่ทำสถิติใหม่ได้ แต่ราคาหุ้นยัง Underperform และยังมีโอกาสเห็น Catalysts ใหม่จากทั้ง Organic (นักท่องเที่ยวเพิ่ม) และ Inorganic (จากนโยบายรัฐ)
แนวรับ 5.8 ต้าน 6.2 Stop loss 5.5


รายงานพื้นฐานวันนี้

BBL
ธนาคารกรุงเทพ
โดดเด่นจากรอบการลงทุนของทั้ง ASEAN
เราประเมินว่า BBL เป็นหุ้นธนาคารที่น่าสนใจ จาก 3 เรื่อง ได้แก่
1) เราประเมินว่า BBL จะได้ผลบวกจากทิศทางการลงทุนในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นใน 2-3 ปีข้างหน้า จากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้น ซึ่งเราคาดว่าจะมีการลงทุนตั้งแต่ supply chain ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน โดยเราคาดว่า BBL จะได้ประโยชน์มากสุดในกลุ่มธนาคารไทย เพราะมีสาขาอยู่มากถึง 14 เขตเศรษฐกิจ โดยมีสินเชื่อจากต่างประเทศมากถึง 23% มากสุดในกลุ่มธนาคาร ขณะที่ Permata (ธนาคารในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบ. ย่อยของ BBL) ก็รายงานสินเชื่อปี 2025 เติบโต 5% YoY สูงกว่าของ BBL ที่สินเชื่อลดลง 3% YoY อยู่มาก
2) เราประเมินว่าคุณภาพสินทรัพย์ของ BBL จะยังดีในปีนี้ เพราะมี loan-loss coverage ratio สูงถึง 324% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารมาก ทำให้เราประเมินว่า BBL จะสามารถปรับลด credit cost ลงได้ในปีนี้ เพื่อลดผลกระทบของ NIM
3) BBL มีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้เราประเมินว่าธนาคารมีความพร้อมในการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น โดยปัจจุบันเรากำหนดสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2025 แบบระมัดระวังที่ 37% ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 62% อยู่มาก
ซึ่งหาก BBL ปรับเพิ่มอัตราการการจ่ายเงินปันผลขึ้นมาที่ 41% จะทำให้เงินปันผลต่อหุ้นในงวด 2H25 จะเพิ่มขึ้นจากประมาณการปัจจุบันของเราที่ 7 บาท ไปเป็น 8 บาท หรือคิดเป็น dividend yield สำหรับ 2H25 ที่เพิ่มขึ้นจาก 4.2% ไปเป็น 4.8%

 


รายงานผลประกอบการวันนี้

GULF
กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์


(0) GULF รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 8,852 ล้านบาท (ทำสถิติใหม่) หักรายการพิเศษ (ซึ่งมากกว่าที่เราคาด) กำไรหลักจะอยู่ที่ 7,889 ล้านบาท (ทำสถิติใหม่) ใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 12% นอกจากนี้ GULF ยังประกาศจ่ายเงินปันผล 3.25 บาท (ปกติ 1.05 บาท และพิเศษ 2.20 บาท) คิดเป็น Div yield สูงถึง 5.3% ขึ้น XD วันที่ 2 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลักยังบวกต่อทำสถิติใหม่อีกครั้ง เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 76.50 บาท


MTC
เมืองไทย แคปปิตอล

(0) MTC รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.8 พันล้านบาท (เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด) ขึ้นทำจุดสูงสุดรายไตรมาส โดยกำไรเพิ่มขึ้น 15% YoY และ 3% QoQ จากสินเชื่อเติบโตและ credit cost อ่อนตัวลง โดยข้อดีที่เราเห็นในไตรมาสนี้ คือการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่น้อยกว่าคาด แต่ข้อเสียก็คือเราเห็นสินเชื่อเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง QoQ เช่นกัน แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก คาดเติบโต YoY ทรงตัว QoQ ปรับประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 3% (เป็นเติบโต 12% YoY) อีกทั้ง MTC มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ราว 2.8 หมื่นล้าน โดยเราประเมินว่าบริษัทจะสามารถออกหุ้นกู้ออกมาทดแทนได้ทั้งหมด ผลบวกจากการได้ปรับอันดับเครดิตขึ้นเป็น A- ตั้งแต่ก.ย. 2024 ทำให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลงทุนได้มากขึ้น เพราะบริษัทประกันชีวิตจะเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต A- และหรือสูงกว่าเป็นหลัก และอายุเฉลี่ยของหุ้นกู้ที่ออกใหม่ของ MTC ก็ยาวขึ้นจากราว 4 ปีเป็น 5 ปีด้วย เรายังแนะนำ ซื้อ กำหนดราคาเป้าหมายใหม่ 46 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี valuation ถูก โดยมี PEG ratio เพียง 0.9 เท่า


IRPC
ไออาร์พีซี


(+) IRPC รายการขาดทุนสุทธิ 4Q25 ที่ 572 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,532 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน YoY, QoQ และผลประกอบการดีกว่าที่เราคาด (เป็นไปตามตลาดคาด) จากขาดทุนพิเศษน้อยกว่าคาด พร้อมจ่ายปันผล 0.01 บาท (Div yield 0.8%) ขึ้น XD 2 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ (เป็นไปตามทิศทาง GIM) ในกลุ่มพลังงาน เราแนะนำ Switching ไป PTT SPRC และ TOP มากกว่า

 

 

สรุปประเด็นจาก Quick take
BCP
บางจากคอร์ปอเรชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2026 คาดอัตราการใช้กำลังการกลั่น (+4% YoY เป็น 275KBD) และคาด GRM ทรงตัวอยู่ที่ระดับ US$ 6-6.5/บาร์เรล (ใกล้เคียงกับปีก่อน)
View from fundamental: เราแนะนำ let profit run เนื่องจากยังเป็นช่วงไฮซีซั่นของค่าการกลั่น

 


CENTEL - OR
โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก
จัดตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด
CENTEL จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยถือหุ้น 51% กับ OR ถือหุ้น 49% เพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget hotel) สำหรับการลงทุนในเฟสแรก วางแผนพัฒนาโรงแรม 6 แห่ง: กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, หาดใหญ่, อยุธยา, กาญจนบุรี
View from fundamental: เรามองบวกเชิงกลยุทธ์ ช่วยเติมช่องว่างพอร์ตสู่ Budget segment สำหรับ CENTEL และการแสวงหาธุรกิจใหม่ (All lifestyles) สำหรับ OR พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสการเติบโตระยะยาวสำหรับทั้งสองบริษัท อย่างไรก็ดี ผลกระทบกำไรระยะสั้นยังจำกัด จากช่วงพัฒนา และขนาดลงทุนเริ่มต้นในเฟสแรก โดยเราคิดเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2027 สำหรับ CENTEL < 1% และสำหรับ OR < 0.5%

TTB
ธนาคารทหารไทยธนชาต
TTB ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 รวมถึงขยายวงเงินและระยะเวลาโครงการซื้อหุ้นคืน
TTB ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 9.614 พันล้านบาท โดยจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 4.831 พันล้านหุ้น (ไม่เกิน 4.95% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด) หรือคิดเป็น 1.99 บาท/หุ้น ด้วยวิธีการซื้อขายผ่าน SET ตั้งแต่ 20 ก.พ.-19 ส.ค. 2026
View from fundamental: เราประเมินว่าโครงการซื้อหุ้นคือรอบนี้ คิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 1.99 บาท/หุ้น (ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของโครงการซื้อหุ้นรอบก่อนที่ 2.03 บาท/หุ้น) จะช่วยจำกัด downside ของราคาหุ้น TTB อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2026 ของ TTB จะถูกกดันจาก NIM อ่อนตัวลง และกำไรปี 2027 จะถูกกดดันจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง จึงมองเป็นโอกาสในการหาจังหวะขาย ทำกำไร

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้