Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

98

 


SET INDEX ดูดี ตาม FLOW ที่ไหลออกจากสหรัฐฯ

 

HORIZON MARKET VIEW
• นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 2026 ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงลงต่อเนื่อง กดดันดัชนี NASDAQ –3.8%MTD และดัชนี S&P500 -1.4%MTD ท่ามกลางความกังวล AIทั้งกลัวว่าจะทำลายธุรกิจดั้งเดิม จนเกิดแรงเทขายหุ้นที่เสี่ยงโดน AI DISRUPT รวมถึงกลัวบริษัท BIG TECH ทุ่มเงินลงทุน AI มหาศาลแต่ยังไม่เห็นผลกำไร
• สวนทางกับตลาดหุ้นกลุ่มมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ดัชนี DOW JONES +1.3%MTD และตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) นำโดยไทย +10.1%MTD, ญี่ปุ่น +6.1%MTD,เกาหลีใต้ +5.4%MTD ซึ่งกำลังสะท้อนการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินเปลี่ยนทิศสู่พื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อลดความผันผวนจากหุ้นกลุ่มเทคฯ จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าAI สร้างรายได้จริง
• ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% ใกล้หลุด $62 รับข่าวสหรัฐ-อิหร่านเจรจาคืบหน้า

 

REGION RADAR
• ยอดค้นหาผ่าน GOOGLE TREND ในช่วงต้นปี 2026 พบว่า แบรนด์รองเท้า SALOMON มียอดค้นหาและการเติบโตโดดเด่นสุด อีกทั้งแบรนด์ในเครืออย่าง ARC'TERYX และ WILSON มียอดค้นหาที่น่าประทับใจเช่นกัน แนะนำเก็งกำไร AMER SPORTS (AS US)
• ราคาหุ้นของ ON HOLDINGS เริ่มสวนทางกับคาดการณ์ EPS จากBLOOMBERG CONSENSUS โดยราคาหุ้นเคลื่อนที่ในรูปแบบSIDEWAY-DOWN ขณะที่คาดการณ์ EPS ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แนะนำเก็งกำไร ON HOLDING (DR: ONON03)


THAI FOCUS
• ภาพรวมนโยบายการเงินโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการปรับตัวที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ การที่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายสวนทางกับหลายประเทศ ถือเป็นจุดที่ทำให้ FLOW ไหลออกจากสหรัฐฯ
• ส่วนไทย การรักษาจุดยืนคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% ถือเป็นจุดที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย (SETINDEX) ได้อีกครั้ง ตามสถิติในอดีตของความสัมพันธ์ ตลาดหุ้นไทย,อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

 

SYNAPSE STRATEGY
• ปรากฏการณ์ DE-DOLLARIZATION ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่านักลงทุนจึงย้ายเงินออกจากสหรัฐฯ มายังยุโรปและเอเชียซึ่งตลาดหุ้นไทยถูกจัดอยู่ในโซน "IMPROVING" (กำลังปรับตัวดีขึ้น)
• การปรับลดค่า MEYG ลงมาอยู่ที่ 4.7% ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับช่วงที่ FLOW ต่างชาติไหลเข้าเหมือนปี 2016 และ 2022 หนุนTARGET SET INDEX มาที่ 1510 จุด ส่วนกลยุทธ์เลือกหุ้นที่ กำไรปี 2026 เติบโต และ ปันผลสูงกว่า 3% อาทิ SC, AP, ITC, CBG,COM7, CPALL, BDMS, GUNKUL, BCPG, OR


HORIZON MARKET VIEW
สัญญาณการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินเปลี่ยนทิศ
นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 2026 ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงลงต่อเนื่อง กดดันดัชนี NASDAQ –3.8%MTD และดัชนี S&P500 -1.4%MTD ท่ามกลางความกังวล AI ทั้งกลัวว่าจะทำลายธุรกิจดั้งเดิม จนเกิดแรงเทขายหุ้นที่เสี่ยงโดน AI DISRUPT รวมถึงกลัวบริษัท BIG TECH ทุ่มเงินลงทุน AI มหาศาลแต่ยังไม่เห็นผลกำไรสวนทางกับตลาดหุ้นกลุ่มมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ดัชนี DOW JONES +1.3%MTD และตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) นำโดยไทย +10.1%MTD, ญี่ปุ่น +6.1%MTD, เกาหลีใต้ +5.4%MTD ซึ่งกำลังสะท้อนการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินเปลี่ยนทิศสู่พื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อลดความผันผวนจากหุ้นกลุ่มเทคฯ จนกว่าจะมีความชัดเจนว่า AIสร้างรายได้จริง

 

อีกประเด็นหนึ่งคือ ราคาน้ำมันดิบที่ในช่วงนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยวานนี้ ราคาน้ำมันWTI ร่วงกว่า 1% หลังสหรัฐฯ–อิหร่านมีความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไปแล้ว ช่วยลดความเสี่ยงปะทะทางทหารในระยะสั้น ทั้งนี้อิหร่านเตรียมเสนอร่างข้อตกลงใหม่อีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังไม่นิ่ง ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐฯ ขยายกำลังทหาร มีการส่ง AIRCRAFT CARRIER เพิ่มในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราวเพื่อซ้อมรบ

สรุปคาดการณ์ผลกระทบ 3 กรณี ได้แก่ 1.หากดีลสำเร็จ อาจกดดันราคาน้ำมันร่วงลง 2.หากดีลล้มเหลว อาจผลักราคาน้ำมันดีดตัว และ 3.หากดีลยืดเยื้อ อาจทำให้ราคาน้ำมันแกว่งในกรอบสูง


REGION RADAR
ยอดขายอุปกรณ์กีฬาในจีนส่งสัญญาณการเติบโตแข็งแกร่ง
แบรนด์กีฬาแต่ละแบรนด์ที่ขายผ่านช่องทาง E-COMMERCE ได้แก่ TMALL, JD และ DOUYIN พบว่ามีหลายแบรนด์ที่มีโมเมนตัมของยอดขายที่เติบโตโดดเด่นในเดือน ม.ค. อาทิ แบรนด์ ARC’TERYX และ SALOMON (หุ้นAMER SPORTS) มียอดขายในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 155% และ 114% YOY ตามลำดับ แบรนด์ LULULEMON(หุ้น LULULEMON) เพิ่มขึ้น 154% YOY แบรนด์ ON (หุ้น ONON) เพิ่มขึ้น 114% YOY และแบรนด์ KOLON,DESCENTE และ MAIA ACTIVE (หุ้น ANTA SPORTS) เพิ่มขึ้น 81%, 45% และ 36% YOY ตามลำดับ


ด้าน AMER SPORTS (AS US) คือบริษัทอุปกรณ์กีฬาและ OUTDOOR ระดับโลก โดยมีแบรนด์ที่โดดเด่นมากมาย อาทิ ARC'TERYX จำหน่ายชุดเดินป่าและปีนเขาพรีเมียมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เช่น กันน้ำได้ และยังมีแบรนด์รองเท้า SALOMON สำหรับการวิ่งเทรลและเดินป่า โดยยอดค้นหาผ่าน GOOGLE TREND ในช่วงต้นปี2026 พบว่า แบรนด์รองเท้า SALOMON มียอดค้นหาและการเติบโตที่โดดเด่นสุด อีกทั้งแบรนด์ในเครืออย่างARC'TERYX และ WILSON มียอดค้นหาที่น่าประทับใจเช่นกัน นอกจากนี้ ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา แบรนด์ชุดเดินป่าและปีนเขาอย่าง ARC'TERYX มียอดขายในจีนผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตโดดเด่นกว่า 155% YOY แนะนำเก็งกำไร AMER SPORTS (AS US)

 

ON HOLDING หุ้นรองเท้าวิ่งเติบโตตามเทรนด์การรักสุขภาพ
ON HOLDINGS (ONON US) เป็นแบรนด์รองเท้ากีฬา PREMIUM ที่มีการเติบโตที่โดดเด่นมากในช่วงที่ผ่านมาด้วยกลยุทธ์การผลิตสินค้าน้อยกว่าความต้องการในตลาดและเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง – บน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกสินค้าใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับแบรนด์ LUXURY อย่าง LOEWE ซึ่งประสบความสำเร็จมากและสินค้าไม่เพียงพอในตลาด ส่งผลให้ราคา RESALE ของรองเท้า ON ในหลายรุ่นมีราคาแพงกว่าราคาหน้าร้านอย่างมีนัยสำคัญโดยยอดการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้าวิ่งสูงขึ้นทุกปี และชันขึ้นเรื่อยๆ และหากเบรกลงมาเป็นรายแบรนด์ พบว่าON เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ค้นหาสูงขึ้นด้วย


ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดตัวรองเท้า MODEL ใหม่อย่าง ON CLOUDTILT 1.0 ช่วงปลายปี 2023 ส่งผลให้กระแสตอบรับค่อนข้างดีและราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีปลายปี 2024 บริษัทได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่อย่าง ON CLODTILT X LOEWE 2.0และบริษัทได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากเช่นเดียวกัน ปี2025 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง ON CLOUDSURFER NEXT คาดจะเป็นตัวที่ขายดีในปี 2026


ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเริ่มเห็นราคาหุ้นของ ON HOLDINGS สวนทางกับคาดการณ์ EPS จากBLOOMBERG CONSENSUS โดยราคาหุ้นเคลื่อนที่ในรูปแบบ SIDEWAY-DOWN อย่างไรก็ตาม คาดการณ์EPS ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าเก็งกำไรหุ้น ON HOLDING(ONON US) จากความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 4/25 และแนวโน้มปี 2026 จะเป็นปีที่ดีของ ONHOLDINGS แนะนำเก็งกำไร ON HOLDING (DR: ONON03)

 

THAI FOCUS
นโยบายการเงินระยะกลางยาวหลายประเทศมีแนวโน้มเข้มขึ้นเรื่อยๆ ยกเว้นสหรัฐฯ
นโยบายการเงินระยะกลางยาวหลายประเทศมีแนวโน้มเข้มขึ้นเรื่อยๆ ยกเว้นสหรัฐฯ ข้อมูลจาก BLOOMBERGชี้ให้เห็นถึงภาพจำลองทิศทางดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลก ทั้งในช่วง 1 ปีทีผ่านมาและคาดการณ์ในอีก 2 ปีข้างหน้าสิ่งที่น่าสนใจคือ
• สหรัฐฯ กับทิศทางที่ผ่อนคลายลง: แผนที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกา (มีพื้นที่สีแดง) มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง หรือมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในระยะกลางถึงยาว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย
• สวนทางกับหลายประเทศทั่วโลก: ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมผ่อนคันเร่ง แต่หลายประเทศทั่วโลก (พื้นที่สีเขียว) กลับมีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อเฉพาะถิ่น หรือเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและป้องกันเงินไหลออกเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั้งโซนยุโรป และเอเชีย

เมื่อหันมามองที่ประเทศไทย ข้อมูลคาดการณ์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) นัดแรกของปี (วันที่ 25 ก.พ.69) บ่งชี้ว่าทิศทางนโยบายของไทยจะยังคงเน้นความระมัดระวังนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% อีกทั้งข้อมูลทางสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี2000 จนถึงต้นปี 2026ของตลาดหุ้นไทย, อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล จะเห็นได้ว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบาย (เส้นสีส้ม) ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำและถูกแช่แข็งไว้ (ทรงตัว) ตลาดหุ้นไทย (SETINDEX) มักจะตอบรับในเชิงบวก และเกิดการปรับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน (ตามลูกศรสีเขียว) เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนต่ำลง และนักลงทุนย้ายเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (เช่น เงินฝาก) มาสู่สินทรัพย์เสี่ยงเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ดังนั้นภาวะปัจจุบันอาจเป็นจุดที่เอื้อต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยในอนาคต

 

SYNAPSE STRATEGY
ส่องโอกาสตลาดหุ้นไทย ปี 2026 เมื่อ FLOW ต่างชาติไหลเข้า เป้าหมายใหม่อาจขยับเป็น 1510 จุด
ความหวังเริ่มกลับมาสดใสสำหรับตลาดหุ้นไทย โดยมีเหตุผลสนับสนุนสำคัญ 4 ด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินโลก กำไรบริษัทจดทะเบียน และเป้าหมายดัชนีที่ขยับสูงขึ้น โดยปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า DE-DOLLARIZATIONหรือการลดการพึ่งพาดอลลาร์ ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผลที่ตามมาคือ เม็ดเงินลงทุน (FLOW)เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อมองหาโอกาสใหม่ในยุโรปและเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทย (SET) คือหนึ่งในเป้าหมายที่อยู่ในโซน "กำลังปรับตัวดีขึ้น" (IMPROVING) เมื่อเทียบกับตลาดโลกขณะที่หุ้นใน SET INDEX ยังมี ROOM ในขยับขึ้นได้ต่อ (แม้จะมีจำนวนหุ้นราว 24.7% ที่เกิด OVERSOLD) ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ว่าช่วงปี2016-2017 และ 2020-2021 เป็นช่วงที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจำนวนหุ้นที่เข้าสู่ภาวะ OVERBOUGHT (วงกลมสีเหลือง) จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

ส่วนสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นได้ดีที่สุดคือ "กำไร" ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยทำกำไรได้ "ดีเกินคาด"ประมาณ 5% ตามค่าเฉลี่ยของทุกไตรมาส หรือคิดเป็นส่วนเพิ่มของกำไรต่อหุ้น (EPS) ประมาณ 1.25 บาทต่อไตรมาส ซึ่งตัวเลขที่เซอร์ไพรส์ในเชิงบวกแบบนี้ เป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยดันเป้าหมายดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้นได้เฉลี่ยถึง
ไตรมาสละ 20 จุด จากประมาณการเดิม EPS ที่ระดับ 90 บาท/หุ้นด้วยปัจจัยหนุนทั้งเรื่องกำไรที่แข็งแกร่ง และแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาเป็นบวก (NET BUY)หลังจากขายต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้การปรับเป้าหมาย SET INDEX ใหม่ขึ้นเป็น 1510 จุด ไม่ใช่เรื่องยาก โดยใช้MEYG ขยับลงมากจาก 5.0% สู่ระดับ 4.7% ซึ่งไม่ได้น้อย เมื่อเทียบกับช่วงที่ FLOW ต่างชาติซื้อสุทธิดังในปี2016 และ 2022 ที่มีระดับ MEYG อยู่ราว 4.1-4.7%

 

กลยุทธ์การลงทุน โฟกัสหุ้นที่กำไรปี 2026 มีโอกาสโต และปันผลสูงกว่า 3% โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจในหลายกลุ่ม ดังนี้
• กลุ่มอสังหาฯ: SC, AP
• กลุ่มอาหารและส่งออก: ITC, CBG
• กลุ่มพาณิชย์และบริการ: COM7, CPALL, BDMS
• กลุ่มพลังงาน/นิคม: GUNKUL, BCPG, OR

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้