Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

86

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(17 กุมภาพันธ์ 2569)---------ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ ‘A-’ (หรืออยู่ในระดับ “แข็งแกร่ง”) และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ของ TLI ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

การคงอันดับเครดิตสะท้อนถึงคะแนนด้านเงินกองทุนตามแบบจำลอง Fitch Prism Global Model ของ TLI ที่อยู่ในระดับ ‘แข็งแกร่งมาก’ (Extremely Strong) ผลการดำเนินงานทางการเงินที่มีความเข้มแข็ง และโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจประกันภัยที่ยังแข็งแรง (‘Favourable’ company profile) โดยจุดแข็งดังกล่าวยังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และการลงทุนที่อยู่ในระดับบริหารจัดการได้


ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต


คะแนน Prism อยู่ในระดับ ‘แข็งแกร่งมาก’: ฟิทช์คาดว่า TLI จะยังคงมีระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและจะช่วยรองรับความเสี่ยง (buffer) ได้ในระดับสูงในระยะปานกลาง ฟิทช์ประเมินว่าคะแนนจากแบบจำลอง Prism ของ TLI อยู่ในระดับ ‘แข็งแกร่งมาก’ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568 และโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมเมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งนี้ คะแนนตามแบบจำลองดังกล่าวได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการนำ contractual service margin (CSM) หลังหักภาษีมารวมเป็นส่วนหนึ่งเงินกองทุน (available capital) และผลประโยชน์จากการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี (accounting transition) ทั้งนี้อัตราส่วนเงินกองทุนตามเกณฑ์ความเสี่ยง (risk-based capital: RBC) ของบริษัทอยู่ที่ 569% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 140% อย่างมาก

ผลการดำเนินงานที่เข้มแข็ง: ฟิทช์คาดว่าผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย (insurance service result) ของ TLI จะยังคงแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยบริษัทมี ROE อยู่ที่ 8.7% (อัตราต่อปี) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับอันดับเครดิต ณ ระดับปัจจุบันของบริษัท (ค่าเฉลี่ยช่วงปี 2567 ถึง 9 เดือนแรกของปี 2568: 10.2%) อัตรากำไรจากมูลค่าของธุรกิจใหม่ (new business value margin: NBV margin) ของ TLI ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 57% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (9M67: 62%) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากประกันชีวิตสัญญาเพิ่มเติม (insurance riders) ซึ่งมี NBV margin เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 143% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (9M67: 92%) จากความต้องการที่ยังมีสูง แม้จะมีการปรับราคาเบี้ยของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพก่อนที่จะเริ่มนำระบบร่วมจ่าย (co-payment) มาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายมากขึ้นแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2568

ฟิทช์คาดว่าการปรับราคาเบี้ยประกันและการปรับเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ (product feature adjustments) ซึ่งรวมถึงการใช้ระบบร่วมจ่าย ที่แพร่หลายมากขึ้นในอุตสาหกรรม จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของ TLI ในระยะปานกลาง

ความแข็งแรงในด้านการตลาด: TLI มีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทย โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 3 ในด้านเบี้ยประกันภัยรับรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่ 12.5% แม้ว่าบริษัทจะมีขนาดธุรกิจในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับบริษัทประกันต่างประเทศในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ฟิทช์ประเมินโครงสร้างการดำเนินงานของ TLI ว่าอยู่ในระดับ ‘แข็งแรง’ (Favourable) เมื่อเทียบกับบริษัทประกันอื่นในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจ (business profile) ที่แข็งแกร่ง และมีบรรษัทภิบาล (corporate governance) ในระดับ ”เหมาะสม” (‘Neutral’)

ช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง: TLI มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภท เช่น ประกันคุ้มครอง ประกันออมทรัพย์ ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน บริษัทได้รับประโยชน์จากการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยช่องทางตัวแทนสามารถปรับสัดส่วนการขายไปสู่ผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น ในขณะที่ช่องทางธนาคาร (bancassurance) ซึ่งมีความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศหลายแห่ง สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่าการทิศทางการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวน่าจะช่วยสนับสนุนมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (NBV) ของบริษัท

สินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ (Manageable Risky Assets): ฟิทช์มองว่าสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของ TLI อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับเงินกองทุนรวม (total equity capital) ซึ่งรวม CSM หลังหักภาษีตามเกณฑ์ IFRS17 บริษัทมีอัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อเงินกองทุน (Fitch-adjusted risky-asset ratio) ตามวิธีการคำนวนของฟิทช์ อยู่ที่ 91% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568 (ปี 2567: 108%) ซึ่งยังคงเป็นระดับที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของฟิทช์สำหรับบริษัทที่มีอันดับเครดิต IFS ที่ระดับ ‘A’ เล็กน้อย

สินทรัพย์เสี่ยงของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าระดับลงทุนในระดับสากล (sub-investment-grade) และพันธบัตรรัฐบาล โดยเงินลงทุนพันธบัตรรัฐบาลมีสัดส่วนที่ 59% ของเงินลงทุนทั้งหมด และประมาณ 15% ของเงินลงทุนดังกล่าว จัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ของฟิทช์ ทั้งนี้ สัดส่วนประเภทเงินลงทุนในพอร์ตการลงทุน (portfolio mix) ของ TLI ยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก โดยเงินลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากมีสัดส่วนที่ 86% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต


ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
- การปรับตัวลดลงของอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (RBC) มาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 280% และ การปรับตัวแย่ลงของระดับเงินกองทุนของบริษัทซึ่งวัดจากคะแนนของแบบจำลอง Prism ของฟิทช์ ลงมาต่ำกว่าระดับ 'แข็งแกร่ง' อย่างสูง (below well into ‘strong’) เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
- การปรับตัวลดลงของความสามารถในการทำกำไรซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำกว่า 6% และการปรับตัวลดลงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องของมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (value of new business)

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
- ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น โดยวัดจากระดับ ROE ที่สูงกว่า 9% เป็นระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ระดับเงินกองทุนของ TLI ซึ่งวัดจากคะแนนของแบบจำลอง Prism ของฟิทช์ ยังคงมีความแข็งแกร่ง
- การที่บริษัทมีขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและมีการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกิจมากขึ้น ด้านการกระจายตัวเชิงภูมิศาสตร์ที่ดีขึ้น และช่องทางการขายที่มีความหลากหลาย

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศของ TLI ไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากเป็นอันดับที่สูงที่สุดแล้ว

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

หุ้นพลังงาน By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ยังคงอยู่ในโหมดหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตร โรงกลั่น ด้วยเฝ้ารอ ผลประกอบการไตรมาส3ปีนี้ เร็วๆนี้....

HotNews: SUEN พร้อมเดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนขายหุ้น IPO 196.24 ล้านหุ้น

SUEN เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน โชว์ศักยภาพกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรที่มีรากฐาน...

เงินไหลเข้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบ หุ้นใหญ่ หลายตัว มีแรงซื้อ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามแรงเงินไหลเข้ามา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้