Today’s NEWS FEED

News Feed

เคพีเอ็มจี เปิดผลสำรวจ KPMG 2026 Global CEO Outlook พบ ซีอีโอส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 79 เห็นว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 8 จุดร้อยละจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 71

79

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 28 ตุลาคม 2569)--------------ผลสำรวจ KPMG 2026 Global CEO Outlook ชี้ให้เห็นว่า ซีอีโอทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสามารถขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ


ผลสำรวจซีอีโอ 1,400 คน พบว่า ร้อยละ 31 มองว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูล เป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า รองลงมาคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก (ร้อยละ 28) ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ (ร้อยละ 26)

ซีอีโอกำลังรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ผ่านการลงทุนเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่องค์กรสามารถควบคุมได้ โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 45) ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการเสริมความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางดิจิทัล

ซีอีโอปรับตัวรับแรงกดดันด้านกฎระเบียบ

ซีอีโอยังเพิ่มการลงทุนเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันด้านกฎระเบียบ โดยร้อยละ 26 ระบุว่าแรงกดดันดังกล่าวเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดต่อการเติบโต ขณะที่ร้อยละ 36 ลงทุนในระบบรายงานด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า

กฎระเบียบด้าน AI ทั่วโลกยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศและเขตอำนาจทางกฎหมาย โดยซีอีโอร้อยละ 41 ระบุว่าความแตกต่างของระดับการกำกับดูแลเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร และร้อยละ 66 คาดว่าจังหวะการพัฒนากฎระเบียบด้าน AI จะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จขององค์กร

ขณะเดียวกัน ซีอีโอร้อยละ 59 ให้ความสำคัญการกำกับดูแลข้อมูลและมาตรการควบคุมภายในองค์กรมากขึ้นกับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน AI และอธิปไตยทางข้อมูล


แกรี วิงโกรฟ (Gary Wingrove) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ซีอีโอกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แรงกดดันด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงผลกระทบของ AI ต่อรูปแบบการทำงาน ขณะเดียวกัน ยังต้องรับมือกับประเด็นระดับโลก ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้นำธุรกิจกำลังรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างจริงจัง ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว


“แม้การเปลี่ยนแปลงยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลสำรวจ CEO Outlook ปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจกำลังรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยความมั่นใจ พร้อมมุ่งเน้นโอกาสที่รออยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจน”

อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาและลาว กล่าวว่า สิ่งที่โดดเด่นจากผลสำรวจปีนี้คือ ธุรกิจต้องสร้างขีดความสามารถเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน ควบคู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายตลาด ปรับเปลี่ยนธุรกิจ และนำ AI มาใช้ การขยายธุรกิจโดยไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์เท่ากับเป็นการขยายความเสี่ยง ดังนั้น ผู้นำธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวางแผนยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่ง ทั้งการประเมินความพร้อมและจุดที่ต้องพัฒนา การเสริมมาตรการป้องกันพื้นฐาน และการวางกรอบการกำกับดูแลให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน เมื่อประเด็นเหล่านี้เชื่อมโยงกันมากขึ้น องค์กรที่มีรากฐานแข็งแกร่งจะมีความพร้อมมากกว่าในการเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณค่าที่วัดผลได้ พร้อมเสริมความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว


AI เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดด้านการลงทุน แม้ประเด็นด้านจริยธรรมจะยังเป็นความท้าทายสำคัญในการนำไปใช้

แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ซีอีโอส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 79 เห็นว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 8 จุดร้อยละจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 71

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอตระหนักดีว่าการนำ AI มาใช้ยังมีอุปสรรค โดยร้อยละ 57 มองว่าประเด็นด้านจริยธรรม[i] เป็นความท้าทายสำคัญที่สุดในการนำ AI มาใช้ รองลงมาคือความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ร้อยละ 52) และต้นทุน (ร้อยละ 51)
แม้จะเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว แต่ซีอีโอร้อยละ 66 มองว่าองค์กรของตนกำลังก้าวหน้าในการนำ AI มาใช้ในระดับที่เหมาะสมหรือก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านนี้ ขณะที่ร้อยละ 29 มองสถานการณ์ในเชิงบวกอย่างระมัดระวัง พร้อมเรียนรู้และปรับตัวไปตลอดกระบวนการ มีเพียงร้อยละ 5 ที่ระบุว่าองค์กรกำลังประสบปัญหาในการก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง

ความคาดหวังด้านผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากปีก่อน โดยสะท้อนว่าซีอีโอเริ่มมองการลงทุนในระยะยาวมากขึ้น มีเพียงร้อยละ 14 ที่คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนภายใน 6 ถึง 12 เดือน ลดลงจากร้อยละ 19 ในปีก่อน ขณะที่ร้อยละ 71 คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนภายใน 1 ถึง 3 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67

การขาดแคลนทักษะเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดด้านบุคลากร

ซีอีโอร้อยละ 56 ระบุว่าการขาดแคลนทักษะ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะทักษะด้าน AI เป็นความท้าทายสำคัญที่สุดด้านบุคลากรที่องค์กรกำลังเผชิญ รองลงมาคือการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานให้สามารถใช้ระบบ AI (ร้อยละ 52) และตามด้วยการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ (ร้อยละ 47)

ซีอีโอกำลังดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต โดยร้อยละ 51 มีการสื่อสารและพูดคุยกับพนักงานอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 46 ลงทุนเชิงรุกในโครงการพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมของพนักงาน รวมถึงการจัดอบรมที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบทบาทหน้าที่ เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถนำ AI มาใช้สนับสนุนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การต่อต้านการนำ AI มาใช้ของพนักงานไม่ได้เป็นความกังวลสำคัญ โดยซีอีโอร้อยละ 26 ระบุว่า เป็นความท้าทายซึ่งอยู่ในอันดับสุดท้ายจากความท้าทาย 13 ประการในการนำ AI มาใช้ภายในองค์กร ผลสำรวจนี้สะท้อนถึงการยอมรับ AI ของพนักงานที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผลสำรวจ Global CEO Outlook ปีก่อน ซึ่งซีอีโอร้อยละ 33 ระบุว่าความไม่เต็มใจหรือข้อจำกัดด้านความสามารถของพนักงานในการนำ AI มาใช้หรือปรับตัวให้เข้ากับ AI เป็นความท้าทาย

ซีอีโอเร่งพัฒนาทักษะผู้นำเพื่อรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

ซีอีโอมองว่าตนเองจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถให้สอดคล้องกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งพัฒนาทักษะในการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
เป็นปีที่สองติดต่อกันที่ซีอีโอมองว่า ความคล่องตัวที่มากขึ้นและความสามารถในการตัดสินใจได้รวดเร็วภายใต้แรงกดดัน เป็นทักษะความเป็นผู้นำที่สำคัญที่สุด (ร้อยละ 47) โดยสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 21 จุดร้อยละจากปีก่อน
นอกจากนี้ ซีอีโอยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสามารถในการคาดการณ์เชิงกลยุทธ์และการวางแผนสถานการณ์จำลอง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 22 เป็นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ความสามารถในการระบุ จัดลำดับความสำคัญ และบริหารความเสี่ยง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 39

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจากตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะและการอบรมพนักงานด้าน AI แล้ว ซีอีโอกว่าหนึ่งในสาม (ร้อยละ 36) ยังมองว่าความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้นำ


อย่างไรก็ตาม ซีอีโอยังมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อแนวทางการบริหารความเสี่ยง โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61) ยังคงรักษาระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ไว้ตามเดิม ขณะที่ร้อยละ 33 ปรับแนวทางการรับความเสี่ยง โดยร้อยละ 16 เลือกรับความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่ร้อยละ 17 เพิ่มความระมัดระวังและลดการรับความเสี่ยง นอกจากนี้ อีกร้อยละ 6 ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงมากกว่าการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

หุ้นพลังงาน By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ยังคงอยู่ในโหมดหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตร โรงกลั่น ด้วยเฝ้ารอ ผลประกอบการไตรมาส3ปีนี้ เร็วๆนี้....

HotNews: SUEN พร้อมเดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนขายหุ้น IPO 196.24 ล้านหุ้น

SUEN เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน โชว์ศักยภาพกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรที่มีรากฐาน...

เงินไหลเข้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบ หุ้นใหญ่ หลายตัว มีแรงซื้อ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามแรงเงินไหลเข้ามา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้