TIDLOR
ติดล้อ โฮลดิ้งส์
ตลาดรับรู้ความกังวลไปมากแล้ว แต่กำไรยังพร้อมเดินหน้าต่อ!
แม้ราคาหุ้นช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จะปรับลดลง ซึ่งผิดจากที่เราคาดไว้ จากความกังวลทั้งเรื่องเงินเฟ้อและน้ำท่วม แต่เรามองว่ากำไรใน 2H26 ยังเป็นไปตามที่คาดไว้ และ valuation ได้สะท้อนความกังวลไปค่อนข้างมากแล้ว เรายังแนะนำ ซื้อ จาก 3 เหตุผล
1) เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY (สินเชื่อและ NIM ขยายตัว) แต่ลดลง 4% QoQ (credit cost ปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้)
2) แนวโน้มกำไร 4Q26 จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 34% YoY (สินเชื่อเติบโตและ credit cost ลดลง) แต่จะลดลง 6% QoQ (ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล) สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราประเมินผลกระทบน่าจะจำกัดกว่าหาดใหญ่ปลายปีที่แล้วมาก โดยในช่วงหลังน้ำท่วมที่หาดใหญ่ credit cost เฉลี่ยของ TIDLOR ในช่วง 4Q25–2Q26 อยู่ที่เพียง 2.46% หรือเพิ่มขึ้น 26bps จาก 3Q25 เท่านั้น เราจึงคาดว่าน้ำท่วมรอบนี้ไม่น่าทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ
3) เราคาดกำไรสุทธิปี 2027 ของ TIDLOR จะเติบโต 12% YoY จากสินเชื่อเติบโตและ NIM ขยายตัว ทั้งนี้ เราได้ทำกรณีศึกษาทั้งเชิงบวกและลบของกำไรในปี 2027
โดยในกรณีเชิงลบ เราคาดว่า credit cost ปี 2027 สูงกว่ากรณีฐาน 30bps ซึ่งจะทำให้กำไรต่ำกว่าประมาณการปัจจุบันประมาณ 5% แต่กำไรปี 2027 ยังโตได้ 7% YoY
ส่วนกรณีเชิงบวก เราคาด credit cost จะต่ำกว่าที่เราคาด 20bps ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรปี 2027 ปัจจุบันมี upside ราว 3%
Fundamental view: ด้าน valuation เรามองว่าเริ่มน่าสนใจมาก เพราะถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองและค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารมาก ปัจจุบัน TIDLOR มี PEG ratio เพียง 0.7x และแม้ใช้ EPS growth กรณีเชิงลบที่ 7% PEG ratio ก็ยังอยู่เพียง 1.0x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก นอกจากนี้ยังมี dividend yield ปี 2027 ประมาณ 4% ช่วยจำกัด downside ได้