Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

171

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 16 ก.พ.69 ปิด +7.68 จุด อยู่ที่ 1,438.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,039 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 195 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 571 ลบ. รายย่อยซื้อ 2,745 ลบ.และสถาบันขาย 3,511 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,843 ลบ. ซื้อ KBANK,PTT,KTB,KTC,DELTA และขาย GULF,TRUE,SCC,PTTGC,BTS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,205 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น HANA,BDMS,TISCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,664 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 56,394 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,081 ลบ

 Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปิดในวัน Presidents Day หลังวันศุกร์ที่ผ่านมา ก.แรงงานสหรัฐรายงาน US CPI ม.ค. อยู่ที่ 4% & คาด 2.5% ต่ำสุดนับตังแต่ พ.ค. ปีก่อน ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 51.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ใน มิ.ย. โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงจากความกังวลต่อเทคโนโลยี AI จะมาทดแทนธุรกิจแบบดั้งเดิม เช่น ซอฟต์แวร์, ประกันภัย และบริษัทขนส่งสินค้า กอปรกลุ่มเทค ฯ ขนาดใหญ่จำเป็นต้องใข้เงินลงทุนสูงถึง $6.5 แสน ล. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการหารือสหรัฐ – อิหร่านที่เจนีวาในประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันพฤหั้สติดตาม Fed Minutes ม.ค., วันศุกร์ US PMI ภาคผลิต & บริการ ก.พ., US PCE ธ.ค. และ US GDP Q4/68 รวมถึงการรายงบ Q4/68 ของ Walmart, Booking Holding
  • Stoxx600 ยุโรป +0.13% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +1.4%, ประกันภัย +0.7% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -1% นำโดย Dassault Systems บริษัทซอฟต์แวร์ฝรั่งเศส -10.4% จากความกังวลต่อรายได้ของธุรกิจคลาวด์มีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2572 โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q4/68 ของ บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง 57% ของ บจ.ที่ส่งงบแล้วมีกำไร +3.5% & คาด -1.1% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ผลผลิตภาคอุต ฯ ยูโรโซน ธ.ค. +1.2% & พ.ย. +2.5% YoY และยังรอ ม.ด้านการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -0.24% จากแรงขายหุ้นกลุ่มยานยนต์, ธนาคาร หลังข้อมูล GDP ญี่ปุ่น Q4/68 ขยายตัว +0.2% YoY ต่ำกว่าคาดที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ +1.6% สาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน Q4/68 +0.2% ต่ำกว่าคาด +0.8% ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพิจารณา ม.ช่วยเหลือหากต้องการปรับขึ้นภาษีจากการขายสินค้าอาหาร ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง +0.5% ได้ปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยใน มิ.ย. หลังข้อมูล US CPI ม.ค. ชะลอตัวกว่าคาด สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นเอชียหลายแห่งปิดในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยตลาดหุ้นจีนปิดทั้งสัปดาห์, ฮั่งเส็งปิด 17 – 19 ก.พ.
  • SET +0.54% ปริมาณการซื้อขาย 1 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 195 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 571 ลบ.รายย่อยซื้อ 2,745 ลบ. และสถาบันขาย 3,511 ลบ. โดยดัชนีได้ปัจจัยหนุนหลังสภาพัฒน์รายงาน GDP ไทย Q4/68 +2.5% & Q3/68 +1.2% และดีกว่าคาด +1.4% YoY ได้แรงหนุนจากภาคก่อสร้าง +11.2%, การลงทุนภาครัฐ +13.3% เป็นผลจากการเร่งเบิกจ่ายงบ และการลงทุนภาคเอกชน +6.5% ส่งผลให้ทั้งปี 68 GDP ไทยขยายตัว +2.4% ดีกว่าคาดที่ +2.0% YoY โดยสภาพัฒน์คาดการณ์ GDP ไทยปี 68 มีโอกาสขยายตัวในกรอบ 1.5% - 2.5% คาดจะได้ปัจจัยหนุนจากการบริโภค & การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวที่ +2.1% และ +1.9% ตามลำดับ , การเพิ่มกรอบงบประมาณภาครัฐ และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ธนาคาร, ไฟแนนท์, ไอซีที และ รพ. ส่วนประเด็นหุ้นรายตัวนั้น DELTA +0.84% หลังรายงานกำไร Q4/68 ดีกว่าคาด +8% ได้ปัจจัยหนุนจากยอดขายอุปกรณ์ไฟฟ้าในกลุ่ม Data Center & AI ยังเติบโตได้ดี ขณะที่ GULF & KBANK ก็ปรับขึ้นหลัง GULF ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน KBANK ไปที่ระดับ 10% โดยสัปดาห์นี้คาด Fund Flow ต่างชาติจะชะลอตัวในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน และรอการรายงานกำไร บจ. เช่น MTC, IRPC, TU, ICT, BH, PTT, TRUE, CPAXT ส่วนประเด็นการเมืองวานนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึง กกต. ให้ชี้แจงต่อกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อชัด รธน. ภายใน 7 วัน ก่อนจะพิจารณาว่าจะส่งให้ ศาล.รธน.วินิจฉัยหรือไม่ จากปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Election Rally ชะลอตัว

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,420 – 1,430 แนวต้าน 1,450 คาดดัชนีทรงตัวในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน และรอการรายงานกำไร บจ. ต่างๆ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มท่องเที่ยว AOT,AAV,BA,CENTEL,ERW,AWC คาดนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน / เก็งกำไร STA, NER, TEGH ราคายางพาราปรับตัวขึ้น          
  • BCPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 9.95 บาท) BCP รายงานกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 728 ล้านบาท +16%QoQ, +344%YoY หนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Monsoon เข้ามาเต็มไตรมาส รวมถึงเป็นช่วง high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ช่วยชดเชยกลุ่มโรงไฟฟ้า Hydro ในลาวและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ ที่เข้าช่วง low season ไปได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 68 อยู่ที่ 855 ล้านบาท -53%YoY ส่วน outlook ในงวด 1Q69 คาดกำไรปกติอาจจะชะลอตัว QoQ เพราะจะเป็น low season ของ Wind และ Hydro ในลาว แต่ YoY จะเติบโตขึ้นจากที่ปีก่อน Wind ในลาวยังไม่เริ่มเปิดดำเนินการและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ มีค่าความพร้อมจ่าย CP ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการเติบโตของธุรกิจ Data center ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 13 พันล้านบาท +149%YoY และ 2.46 พันล้านบาท +16%YoY ตามลำดับ
  • ILM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.98 บาท) แนวโน้มผลประกอบการปกติ 4Q68 ยังมีโอกาสอยู่ในเกณฑ์ดี QoQ YoY แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ แต่ยังพอมีปัจจัยช่วยพยุงตามฤดูกาล, ฐานต่ำในช่วง 4Q67, และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐฯ ขณะที่การดำเนินงานระยะถัดไป มีโอกาสที่ Flying Tiger Copenhagen จะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนของรายได้ โดย ILM* วางแผนการขยายสาขา 3 ปี (2568-2570) ของ Flying Tiger ที่ 30 สาขา(งบลงทุนที่ 200 ลบ.) และมีเป้ารายได้ที่ 800 ลบ.(ฐานรายได้ปี67 ของ ILM* อยู่ที่ 9.9พันลบ.) ปัจจุบัน สำหรับประมาณการณ์ปี69 ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ILM* ที่ 769 ลบ. Forward PE ที่ 9x และ Dividend Yield ที่ 7-8%

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) เช้านี้ WTI เม.ย. -0.08% อยู่ที่ $63.51 / บาร์เรล, Brent เม.ย. -0.10% อยู่ที่ $68.52/บาร์เรล รอผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่านในประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์วันนี้ที่กรุงเจนีวา

 

Gold Update(-) Gold Spot เช้านี้ -0.77% อยู่ที่ $4,952.21 /ออนซ์ รอข้อมูล US PCE ธ.ค. ที่จะรายงานในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยของเฟดใน มิ.ย.

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +6.26 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.56 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.042 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +17 จุด อยู่ที่ 2,100

(+) BitCoin เช้านี้ +0.44% อยู่ที่ 68,934 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

16 ก.พ.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68

18 ก.พ.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

25 ก.พ.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256

27 ก.พ.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

16 ก.พ.     JP ดัชนีจีดีพี (GDP) ญี่ปุ่น (ไตรมาส 4)

19 ก.พ.     US รายงานการประชุมของ FOMC

US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (ก.พ.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

20 ก.พ.     US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (ธ.ค.)

                US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 4)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ก.พ.)

US ยอดขายบ้านใหม่ (ธ.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้