Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : STECON คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 11.50 บาท

59


STECON : backlog และอัตรากำไรที่สูงขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัวของ STECON

 


ความแข็งแกร่งของ backlog และโมเมนตัมจากภาคเอกชนช่วยหนุนความชัดเจนในปี 2026
STECON เข้าสู่ปี 2026 ด้วยความชัดเจนของกำไรที่แข็งแกร่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก Backlog มูลค่า 1.26 แสนล้านบาท และโมเมนตัมโครงการภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง คาดว่าการเชิญประมูลงานภาครัฐจะกลับมาใน 4Q26 แต่การที่บริษัทมีสัดส่วนโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น เช่น Data Centers พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ช่วยสร้างกันชนรายได้ที่ยืดหยุ่นในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

การฟื้นตัวใน 4Q25 เร่งตัวขึ้นจากรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิ 4Q25F เป็น 285 ล้านบาท (จาก 222 ล้านบาท) จากการคาดการณ์รายได้ที่สูงขึ้น สะท้อนการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากผลขาดทุน 2.24 พันล้านบาท YoY และเติบโต 36% QoQ หากไม่รวมกำไรที่ไม่เกิดขึ้นประจำจากการกลับรายการขาดทุนจากการตีมูลค่าใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ของ UJV จำนวน 40 ล้านบาท กำไรปกติอยู่ที่ 245 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1.15 พันล้านบาท YoY และเพิ่มขึ้น 50% QoQ ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากรายได้งานก่อสร้าง 1.03 หมื่นล้านบาท (+33% YoY) สะท้อนความคืบหน้าเร่งตัวของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่งและโครงการ data centers รวมถึงการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจาก -13% เป็น 7.0% หลังต้นทุนซ่อมแซมโครงการหนองบอนลดลง การปรับเพิ่มของกำไร QoQ มีสาเหตุหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 36%

การส่งมอบ Backlog และงานใหม่ภาคเอกชนหนุนแนวโน้มเติบโตปี 2026
ผลการดำเนินงานปี 2026 จะยึดตามการรับรู้รายได้จาก Backlog มูลค่า 1.26 หมื่นล้านบาท โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท งานใหม่ที่ได้รับในปี 2025 รวม 4.1–4.2 หมื่นล้านบาท ประมาณ 80% มาจากภาคเอกชน ส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานหมุนเวียน STECON มีแนวโน้มได้รับงานภาคเอกชนเพิ่มเติมในระยะสั้น ได้แก่ โครงการ Data Center BN1 (8 พันล้านบาท; คาดลงนามสัญญาร่วมทุนกับนักลงทุนรายที่สามใน 1Q26 และเริ่มก่อสร้างใน 2Q26) และโครงการบ้านเจ้าพระยาของ BTS Group (4 พันล้านบาท) คาดว่า DC Chonburi จะลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 1Q26 การประมูลจากภาครัฐน่าจะยังคงเงียบๆ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่โครงการจากภาคเอกชนที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างความมั่นคง และเราคาดว่าจะมีสัญญาใหม่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทในปี 2026 ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ หลุมยุบที่โรงพยาบาลวชิระได้รับการประกันภัยอย่างครบถ้วนแล้ว และไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกำหนดการหรืออัตรากำไร

 

คงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากแรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและ backlog สนับสนุนศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2025F ขึ้น 5% จากการคาดการณ์ 4Q25F ที่ปรับใหม่ ขณะที่คงประมาณการปี 2026–27F มูลค่าที่เหมาะสมตามวิธี SOTP คงที่ที่ 11.50 บาท อัพไซด์เพิ่มเติมอาจมาจากการกลับรายการสำรองหนี้เสียของ UJV และเราสังเกตว่า UJV ได้เริ่มทยอยชำระหนี้ตั้งแต่ 4Q25 เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ STECON โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 11.50 บาท ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่มีลักษณะเชิงป้องกันและโมเมนตัมภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ การรับงานภาคเอกชนที่ชะลอตัว และต้นทุนที่สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม Backlog ขนาดใหญ่ช่วยสร้างฐานเชิงป้องกันที่แข็งแกร่ง พร้อมอัพไซด์ระยะยาวที่มีนัยสำคัญจากการกระจายธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้