Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

91

 

หุ้นโลกโดน TAKE PROFIT แต่หุ้นไทยยังแข็งแกร่ง


HORIZON MARKET VIEW
• VALUATION ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ที่ค่อนข้างแพง มี EPS GROWTH 26F12.8% และ FORWARD PE26F 21.8 เท่า) บวกกับตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน ท่ามกลางความกังวลฟองสบู่ AI จากการที่บริษัท BIG TECH เร่งลงทุน AI INFRASTRUCTUREมหาศาล แต่ EARNINGS เติบโตไม่ทันเงินทุนที่ลงไป อีกทั้งยังมีกระแสความกังวลว่า AIจะเข้ามาลดบทบาทนายหน้าและทำลายอัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม อาทิLOGISTICS, INSURANCE BROKERS, WEALTH MANAGERS และ REALESTATE พร้อมกันนี้ยังต้องจับตาสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร จนกดดัน BONDYIELD 10Y สหรัฐฯ ร่วงลงต่อเนื่อง ใกล้แตะ 4%
• ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังมีแรงผลักและปัจจัยกดดัน

 

REGION RADAR
• HERMES (RMS FP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ 4.08 พันล้านยูโร +3%YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) หนุนจากยอดขายในเอเชียที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด แนะนำเก็งกำไร DR: HERMES80
• APPLOVIN (APP US) -19% แม้บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ $1.6พันล้าน+21% YOY (สูงกว่าคาด 3%) อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความกังวลถึงความสามารถในการแข่งขันระยะยาวกับคู่แข่งอย่าง META

 

THAI FOCUS
• ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลปี 69 คาดได้ ครม. ชุดใหม่ ถวายสัตย์ฯ และแถลงนโยบาย เริ่มบริหารจริง ช่วง มิ.ย.69 ส่วนสถิติหุ้นไทยกับการเลือกตั้ง
(ย้อนหลัง 6 ครั้ง) 1 เดือนหลังเลือกตั้งหุ้นมักไปต่อเฉลี่ย +2.5% ถึง+2.6% (โอกาสเกิด 67%)
• อีกทั้งหากการจัดตั้งรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง (พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำด้วยเสียง 193 เสียง) และไม่มีวิกฤตภายนอกแทรกซ้อน ตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกสูง โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงรอรัฐบาลใหม่ประมาณ 7.8%

 

SYNAPSE STRATEGY
• หลังเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาแรง 6.4%WTD หนุนนักลงทุนรวยขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท แม้ปัจจัยภายนอกผันผวน แต่โครงสร้างตลาดดูดีขึ้น ทั้ง MARKET CAP ตลาดหุ้นกลับไปใหญ่กว่าตลาดตราสารหนี้และมูลค่าซื้อขายกลับมาหนาแน่น 5.15 หมื่นล้านบาท (+28%YOY) เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงตลาดเดินหน้าต่อ
• กลยุทธ์แนะนำ LET PROFIT RUN พร้อมกับแบ่งเงินมาซื้อหุ้นแถว 2ที่ UPSIDE ยังเปิดกว้างเกิน 20% คือ SJWD, PR9, BEM, BDMS,MTC, PLANB, AP, TIDLOR, GPSC เป็นต้น

 


HORIZON MARKET VIEW
สภาพแวดล้อมมีปัจจัยเพิ่มความผันผวน
VALUATION ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ที่ค่อนข้างแพง (EPS GROWTH 2026F 12.8% และ FORWARDPE 2026F 21.8 เท่า) บวกกับตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน ท่ามกลางความกังวลฟองสบู่ AI จากการที่บริษัท BIGTECH เร่งลงทุน AI INFRASTRUCTURE มหาศาล แต่ EARNINGS เติบโตไม่ทันเงินทุนที่ลงไป อีกทั้งยังมีกระแสความกังวลว่า AI จะเข้ามาลดบทบาทนายหน้าและทำลายอัตรากำไร (MARGIN) ของทั้งอุตสาหกรรม อาทิLOGISTICS, INSURANCE BROKERS, WEALTH MANAGERS และ REAL ESTATE พร้อมกันนี้ยังต้องจับตาสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร จนกดดัน BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ร่วงลงต่อเนื่อง ใกล้แตะ 4%

 

ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์(COMMODITY) โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบโลก ที่ต้องติดตามมีรายละเอียดดังนี้
ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน จากความกังวล IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลก โดยประเมินว่าจะเพิ่มขึ้น850,000 บาร์เรล/วัน ในปีนี้(เดือน ม.ค. คาด 930,000 บาร์เรล/วัน) บวกกับประเด็นรัฐบาลเวเนซุเอลาพร้อมมอบแหล่งสำรวจ–ผลิตน้ำมันเพิ่ม ให้ CHEVRON (สหรัฐ) และ REPSOL (สเปน) ภายในสัปดาห์นี้ปัจจัยผลักราคาน้ำมัน ที่ยังมีความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เพิ่มระดับความกังวล SUPPLYSHORTAGE อีกทั้งยังมีประเด็น ปธน. ทรัมป์สั่งเพิกถอน "คำวินิจฉัยปี 2009 (ENDANGERMENT FINDING)"ที่เคยระบุว่าก๊าซเรือนกระจกเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อ้างว่าเป็นกฎที่ทำลายอุตสาหกรรมรถยนต์ การยกเลิกจะช่วยลดต้นทุนผลิตรถได้ 2,400 ดอลลาร์ต่อคัน และประหยัดเงินในระบบเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์โดยมีแนวโน้มอยากให้ศาลฎีกา (ที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมคุมเสียงข้างมาก) ตัดสินชี้ขาด เพื่อปิดตายไม่ให้รัฐบาลหน้ากลับมาออกกฎควบคุมโลกร้อนได้อีก (PERMANENT DEREGULATION)สำหรับกระแสทรัมป์รื้อกฎสิ่งแวดล้อม มองเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานดั้งเดิม (FOSSIL FUELS - OIL, GAS,COAL) อาทิ EXXONMOBIL, CHEVRON, PEABODY ENERGY, PTTEP, BANPU เป็นต้น กลุ่มโรงกลั่น อาทิTOP, SPRC, BCP เป็นต้น กลุ่มยานยนต์สันดาป อาทิ AH, SATเป็นต้น ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่รวมถึงพลังงานทดแทน (RENEWABLE ENERGY)

 


REGION RADAR
HERMES รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 แข็งแกร่ง
HERMES (RMS FP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ 4.08
พันล้านยูโร +3% YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) หนุนจากยอดขายในเอเชียที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด โดยเฉพาะรายได้จากประเทศจีน สำหรับแผนในปี 2026 บริษัทจะปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 5% –6% อีกทั้งบริษัทยังจะมีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตและเตรียมเปิดร้านใหม่ในปักกิ่ง เจนีวา และลอนดอน แนะนำเก็งกำไร HERMES (DR:HERMES80) จากภาพการฟื้นตัวของการซื้อสินค้า LUXURY ในประเทศจีน และ HERMES มีรายได้จากเอเชียสูงสุดในกลุ่ม


APPLOVIN ปรับตัวลงแรงแม้ผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
APPLOVIN (APP US) -19% ธุรกิจอิงการโฆษณาและแอปฯ แม้บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ $1.6 พันล้าน +21% YOY (สูงกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่$3.24 +87% YOY (สูงกว่าคาด 10%) อีกทั้งบริษัทได้ให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องโดยคาดรายได้จะอยู่ที่ $1.75-$1.78 พันล้าน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลจากการแข่งขันในธุรกิจโฆษณากับคู่แข่งอย่าง META PLATFORMS


THAI FOCUS
ไทม์ไลน์การเมืองปี 69 และผลกระทบต่อหุ้นไทยช่วงเลือกตั้งถึงจัดตั้งรัฐบาล
หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ไทม์ไลน์ของการได้มาซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มต้นจากช่วงสูญญากาศรอรับรองผลก.พ – เม.ย.69 (กกต. มีเวลา 60 วันในการรับรอง สส. ให้ครบ 95%) สู่เปิดสภาฯ & เลือกนายกฯ ในช่วง เม.ย.-พ.ค.69 หลังจากนั้นจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ถวายสัตย์ฯ และแถลงนโยบายเพื่อเริ่มบริหารประเทศจริงจัง จะอยู่ในช่วงกลางเดือนมิ.ย.69 ขณะที่สถิติก่อน-หลังเลือกตั้งที่มีต่อ SET(ข้อมูล 6 ครั้งล่าสุด) พบว่า ตลาดหุ้นไทยมักจะตอบรับเชิงบวกทั้งก่อนเลือกตั้งในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวันจริงราว 2.09% (โอกาสขึ้น 83%) และหลังเลือกตั้งในช่วง 1 เดือนแรก หุ้นไทยมักจะดีดตัวต่ออีกราว2.5%-2.6% (โอกาสขึ้น 67%)

 


แต่ความน่าสนใจจริงๆ อยู่ที่ช่วงรอยต่อ หลังรู้ผลเลือกตั้ง แต่ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่เสร็จเหมือนสภาวะปัจจุบัน ซึ่งกินเวลานานและมีความเสี่ยงแทรกซ้อน จึงทำให้ผลตอบแทนในระหว่างนั้นขึ้นอยู่กับ "เสถียรภาพ" และ "วิกฤต" โดยผลตอบแทนของ SET INDEX ในช่วงรอจัดตั้งรัฐบาล แบ่งออกเป็น 2 กรณีชัดเจน ดังนี้

กรณีที่มีวิกฤตซ้อนเข้ามา (ผลตอบแทนติดลบ):
• ปี 39 (วิกฤตต้มยำกุ้ง): ใช้เวลา 12 วัน SET-7.5%
• ปี 48 (น้ำมันแพง/ดอกเบี้ยขึ้น): ใช้เวลา 34 วัน SET-1.1%
• ปี 50 (วิกฤตซับไพรม์): ใช้เวลา 45 วัน SET-2.3%
• ปี 66 (การเมืองไม่นิ่ง/เสียงปริ่มน้ำ): ใช้เวลา 114 วัน SET-0.9%


กรณีปกติ/มีเสถียรภาพ (ผลตอบแทนบวก):
• ปี 44 (ไทยรักไทย แลนด์สไลด์): ใช้เวลา 43 วัน SET+10.2%
• ปี 62 (นโยบายการเมืองต่อเนื่อง) : ใช้เวลา 114 วัน SET+5.0%
ซึ่งหากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแข็งแกร่ง ระหว่างทางในช่วงจัดตั้งรัฐบาลไม่เกิดวิกฤตและแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกและในประเทศ (เฉลี่ยผลตอบแทนวันเลือกตั้งถึงจัดตั้งรัฐบาล อยู่ที่ 7.8%) ซึ่งคล้ายคลึงกับสภาวะปัจจุบันที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงกว่า 193 เสียง

 


SYNAPSE STRATEGY
SET ขึ้นมาเร็วและแรง หาหุ้น UPSIDE เปิด เดินหน้าต่อ
ผ่านการเลือกตั้งปี 2569 มาได้ 4 วันทำการ หนุนตลาดหุ้นไทยขึ้นมาแรง 6.4%WTD ทำให้ภาพรวมนักลงทุนมีกำไรขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท (MARKET CAP เพิ่มขึ้นจาก 17.0 เป็น 18.2 ล้านล้านบาท)

แม้ปัจจัยภายนอกผันผวน แต่โครงสร้างตลาดหุ้นไทยกลับมาดูดีสู่ระดับปกติ ดังนี้
▪ ตลาดหุ้นกลับมาใหญ่กว่าตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง : MARKET CAP ตลาดหุ้น 18.2 ล้านล้านบาทกลับมาใหญ่กว่าตลาดตราสารหนี้18.06 ล้านล้านบาท ถือเป็นการกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง เพราะช่วงที่ผ่านมานักลงทุนขาดความเชื่อมั่นทำให้เม็ดเงินย้ายไปพักที่ตลาดตราสารหนี้ต่อเนื่องจนทำให้ปี 2025ตลาดหุ้นมีขนาดเล็กกว่าตลาดตราสารหนี้ แต่ปัจจุบันตลาดหุ้นพลิกมาใหญ่กว่าตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง

▪ มูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 7.8 หมื่นล้านบาท (WTD) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 4.5 หมื่นล้านบาท (+73%YOY) หนุนมูลค่าซื้อขายปีนี้ขึ้นมาเป็น 5.15 หมื่นล้านบาท (YOY) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 4.0 หมื่นล้านบาท (+28%YOY) ถือเป็นระดับที่เพียงพอจะหล่อเลี้ยงและผลักดันตลาดหุ้นในช่วงน


กลยุทธ์แนะนำ LET PROFIT RUN พร้อมกับแบ่งเงินมาซื้อหุ้นแถว 2 ที่ UPSIDE ยังเปิดกว้างเกิน 20% คือSJWD, PR9, BEM, BDMS, MTC, PLANB, CBG, AP, TIDLOR, GPSC เป็นต้น

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้