วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้น โดยยังคงมีแรงหนุนจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาจากความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่ม Big-Cap นำโดย พลังงานอิเล็กทรอนิกส์ ไอซีที และธนาคาร ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐในวันนี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,441.53 จุด+29.83 จุด +2.11% มูลค่าการซื้อขาย 78,412.29 ลบ. Program Trading +9,267.69 ลบ. ต่างชาติ+10,518.06 ลบ. TFEX +17,496 สัญญา ตราสารหนี้+1,270.51 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐฯ และไต้หวันบรรลุข้อตกลงการค้าตอบโต้ครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการลดอุปสรรคทางการตลาดที่มีมายาวนาน
+ สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขขาดดุลงบประมาณประจ าเดือนม.ค.ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยได้รับอานิสงส์จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณ95,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ลดลง 26%YoY
+ รัสเซียคาดหวังการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับสหรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่อคิวบา
+ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้ความเชื่อมั่นเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นหลังเลือกตั้งมองรัฐบาลชุดใหม่ส่งผลบวกการลงทุน พร้อมเสนอแพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจดัน GDP โตเพิ่มอีกประมาณ 0.5-1.0%
+ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง3 วันทำการหลังการเลือกตั้งปี 69 โดยระหว่างวันที่ 9-11 ก.พ. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยรวมกันสูงถึง 32,800 ล้านบาทซึ่งนับว่ามีมูลค่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันหลังการเลือกตั้งรอบก่อนหน้า
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 669.42 จุด หรือ -1.34% ขณะที่ดัชนี Nasdaqดิ่งลงกว่า 2% โดยตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขาย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มขนส่ง ท่ามกลางความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์(AI) จะก่อให้เกิดภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการขนส่ง
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่62.84 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากส านักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ และการมีสัญญาณบ่งชี้ว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง
- สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานภาวะตลาดน้ ามันประจ าเดือนก.พ. โดย IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้และเตือนว่าตลาดโลกยังคงเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด แม้มีเหตุขัดข้องที่ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงในเดือนม.ค.
- สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง5,000 ราย สู่ระดับ 227,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 222,000 ราย
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow จากนักลงทุนต่างที่ไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศต่อเนื่องมองกรอบดัชนี 1,430-1,450 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-หุ้นเข้าค-นวณ SET50-SET100 รอบ 1H26 : SET50 เข้า CENTEL SAWAD ออก BCP VGI SET100 เข้า GFPT PTGSTECON ออก ITC MBK WHAUP
- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 4Q68 จะออกมาดี : TRUE TACC TASCO STECON CK WHA
- หุ้นรับวาเลนไทน์: TNR AU MAGURO ZEN M
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- MSCI Rebalance (ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.) : MSCI Thailand เข้า – ออก CPAXT MSCI Global Small Cap เข้าCRC IVL JTS ออก HANA JMT M PLANB