Market Wrap-Up
- SET วันที่ 6 ก.พ.69 ปิด +7.78 จุด อยู่ที่ 1,354.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,476 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,950 ลบ.สถาบันขาย 2,004 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 40 ลบ. และรายย่อยขาย 986 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,398 ลบ. ซื้อ PTTEP,SCC,DELTA,AOT,ADVANC และขาย KBANK,BBL,SCB,MTC,TRUE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,493 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,JAPAN10001 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 2,664 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 80,829 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,664 ลบ
Market View
- DJIA +2.74%, S&P500 +1.97%, Nasdaq +2.18% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +4.1%, อุต ฯ +2.84% และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ +5.7% นำโดย Nvidia +7.8% หลัง CEO เผยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ยังจำเป็นในระยะเวลา 7 – 8 ปีข้างหน้า ซึ่งบ่งชี้อุปสงค์ของด้านชิป AI ยังอยู่ในระดับสูง สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA +2.5%, S&P500 -0.1%, Nasdaq -1.9% WoW ถูกกดดันจากงบลงทุนด้าน AI ของ Alphabet, Amazon สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ กอปรกับหุ้นกลุ่มซอฟแวร์ปรับลดลง หลัง Antropic ได้เปิดตัว AI รุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานด้าน กม.& การเงิน ซึ่งจะเข้าทดแทนระบบซอฟแวร์แบบเดิม ประเด็นที่ต้องติดตามวันพุธ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. คาดเพิ่มขึ้น 75,000 & ธ.ค. 37,000 ราย อัตราว่างงานสหรัฐ ม.ค. คาดทรงตัว 4% YoY, วันศุกร์ US CPI ม.ค. คาด 2.5% & ธ.ค. 2.7% YoY
- Stoxx600 ยุโรป +0.89% ได้แรงหนุนจากกลุ่มกลาโหม +1.6% นำโดย Kingsberg ของนอร์เวย์ได้คำสั่งซื้อระบบควบคุมอาวุธระยะไกลมูลค่า $165 ล. จากเยอรมันและสวีเดน, กลุ่มธนาคาร +1.4% และ Novo Nordisk +5.3% รับข่าว FDA สหรัฐขู่จะดำเนินดคีกับบริษัทที่ลอกเลียนยาลดความอ้วนอย่างผิด กม, สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 +1% WoW โดย ECB และ BOE คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0% และ 3.75% ขณะที่กลุ่มเทค ฯ ปรับลดลงมากสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หลังงบลงทุนด้าน AI มีแนวโน้มสูงขึ้น สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตาม GDP ยูโรโซน Q4/68 +1.3% YoY, +0.3% QoQ และรายงงานงบ บจ.ใน Stoxx600
- MSCI Asia Pacific X Japan -1.7% WoW โดย Kospi เกาหลีใต้ -2.6%, ฮั่งเส็ง -3.0%, เซี่ยงไฮ้ -1.27% WoW ปรับลดลงตามแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ จากความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ของหุ้นกลุ่ม AI รวมถึงภาระเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่อาจสูงถึง 5 แสน ล.ดอลลาร์ ส่วนนิเกอิ +1.75% WoW แม้ว่าหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของญี่ปุ่นจะปรับลดลง แต่ยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอุปโภคและกลุ่มส่งออก โดยผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นวานนี้ พรรค LDP ของนายก ฯ ซานาเอะชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 310 จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งรัฐบาลใหม่ยังคงเน้นนโยบายการคลังแบบผ่อนคลายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล CPI จีน ม.ค. คาด 0.4% & ธ.ค. 0.8% YoY, PPI จีน ม.ค. คาด -1.5% & ธ.ค. -1.9% YoY
- SET +2.14% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 17 หมื่น ลบ. -7.7% WoW ต่างชาติซื้อ 10,519 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 896 ลบ. สถาบันขาย 4,789 ลบ. และรายย่อยขาย 6,626 ลบ. WoW นำโดยกลุ่มท่องเที่ยว +6.9% WoW จากคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีนมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มไอซีที +4.2% WoW หลัง ADVANC รายงานกำไร Q4/68 +19% QoQ, +54% YoY และประกาศจ่ายเงินปันผลในงวด 2H/68 ที่ 27.41 บาท/หุ้น โดยภาพรวม SET ได้แรงหนุนจากผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาด อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย 194 , ประชาชน 116, เพื่อไทย 76 , กล้าธรรม 57 และประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่คาดจะมีเสียงสนับสนุนสูงถึง 300 เสียง ซึ่งจากสถิตดัชนี SET มีโอกาสปรับขึ้นเฉลี่ย 2 – 4% ในช่วง 1 เดือนหลังทราบผลการเลือกตั้ง กอปรกับได้ปัจจัยหนุนจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เช่น คนละครึ่งเฟส 2 , ม.แก้หนี้ เช่น ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ของ NPL ลูกหนี้รายย่อยวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท และ ม.ช่วยค่าไฟฟ้า 3 บาท/หน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/ปี ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ธนาคาร, ไฟแนนท์
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,350 แนวต้าน 1,380 – 1,400 คาดดัชนีปรับขึ้นหลังพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่คาดจะมีเสียงสนับสนุนถึง 300 เสี่ยง แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,GULF,PTT,SCC,BH,CPALL คาดได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ / กลุ่มที่คาดได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น CPAXT,BJC,CRC,MTC,TIDLOR,AMATA,WHA,STECON
- EPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.86 บาท) แนวโน้มในช่วง 3Q68/69 คาดกำไรทยอยดีขึ้น YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยยังคงได้ประโยชน์จากต้นทุนทางด้าน raw material การควบคุม SG&A และไม่มีการตั้งสำรองฯ ส่วน QoQ อ่อนตัวตาม seasonal ของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ธุรกิจ Aeroflex (insulator) ยังคงได้แรงหนุนจากตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรม data center โดยมีแผนย้ายวัตถุดิบไปผลิตในสหรัฐฯ และปรับขึ้นราคาขายตามคู่แข่ง ส่วนรายได้รวมทั้งปีผู้บริหารคาดทรงตัวจากปีก่อนที่ราว 4 หมื่นล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น 30-33% ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68/69 ที่ 1 พันล้านบาท +31%YoY
- CRC (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 23.30 บาท) ประเมินกำไรปกติใน 4Q68 ที่ 2,654 ลบ.(-11%YoY, +104% QoQ ) บวก QoQ ได้ตามฤดูกาล แต่ YoY เป็นลบจาก SSSG ของทั้ง 3 ธุรกิจหลัก(FOOD,FASHION,HARDLINE)ที่คาดว่าจะเป็นลบจาก 1.กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวได้ช้า/นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง 2.บาทที่แข็งค่า ส่งผลให้การแปลงงบจากธุรกิจในเวียดนามมีจำนวนเงินน้อยลง 3.สถานการณ์เฉพาะพื้นที่(อุทกภัยในภาคใต้,ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาในภาคอีสาน) ส่วนภาพรวมปี69นี้ เรายังมองเป็นบวกที่กำไรสุทธิ 8,053 ลบ. +7%YoY แม้ว่าจะไม่มีส่วนงาน Rinascente แต่ offset ได้ด้วยการเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม รวมถึงการขายเหงียนคิมที่การดำเนินงานขาดทุนออกมา
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI มี.ค. +$0.26 อยู่ที่ $63.55 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$0.50 อยู่ที่ $68.05/บาร์เรล หลังเจรจาระหว่างสหรัฐ & อิหร่านรอบแรกที่โอมาสได้เสร็จสิ้นลงและยังต้องรอการเจรจาต่อในครั้งถัดไป ขณะที่ซาอุ ฯ ได้ปรับลดราคาขายน้ำมันดิบ OSP ของ Arab light มี.ค. สำหรับลูกค้าเอเชียลง $0.30 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี
Gold Update(+) Comex Gold เม.ย.+$90.30 อยู่ที่ $4,979.80/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.20% และทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ในระดับสูง
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +288.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +333.6 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -68.2 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อลิปปินส์ +22.8 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.217 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -13 จุด อยู่ที่ 1,923
(+) BitCoin เช้านี้ +1.44% อยู่ที่ 70,380 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
(ก.พ.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
10 ก.พ. US ดัชนียอดขายปลีก (ธ.ค.)
11 ก.พ. US อัตราการว่างงาน (ม.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ม.ค.)
12 ก.พ. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ธ.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ม.ค.)
13 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th