Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

90

 

น้ำตาไหล ยืนไม่ไหวแล้ว ตลาดหุ้น


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ถูกแรงขาย กดดันดัชนี NASDAQ -1.4% และส่งผ่านมายังตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ นำโดยเกาหลีใต้ -4.7%, ญี่ปุ่น -2.7%, ไต้หวัน -3.1% หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ BOND YIELD สหรัฐฯ ร่วงลงแรง โดยอายุ 10Y ปรับตัวลดลงหลุด 5%
• อีกทั้งทิศทางดอกเบี้ยโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาทิ FED, ECB, BOE, BOJ เป็นต้น ขณะที่สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด แข็งแกร่งเกินคาด ทั้ง GDP 3Q69 เพิ่มขึ้น+3.4%QOQ สูงเกินคาด รวมถึงเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. พุ่ง +3.6%YOY
• ท่ามกลางความระมัดระวังประเด็นเงินเฟ้อมากขึ้น บวกกับผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ออกมาต่ำคาด และ VALUATION ถูกกดดัน ทำให้เม็ดเงินมีแนวโน้มไหลออกจากหุ้นกลับสู่ตราสารหนี้และเงินสดเพิ่มขึ้น


REGION RADAR
• ELI LILLY (LLY US) เผยงบไตรมาส 3 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $2.44 หมื่นล้าน +39% YOY (สูงกว่าคาด 8%) ขณะที่ EPSอยู่ที่ $7.48 +7% YOY (สูงกว่าคาด 34%) โดยได้แรงหนุนหลักจากยาในลดน้ำหนักในกลุ่ม GLP-1 ที่มีความต้องการสูงมาก
• AMAZON (AMZN US) เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าคาด รายได้อยู่ที่ $2.02 แสนล้าน +12% YOY (ต่ำกว่าคาด 0.2%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $1.89 -3% YOY (ต่ำกว่าคาด 4%) ในไตรมาสนี้ธุรกิจหลักอย่าง E-COMMERCE เติบโตได้ช้ากว่าที่ตลาดคาดหวัง

THAI FOCUS
• SET เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ปรับฐาน 3 วันกว่า 42 จุด (-2.64%)จาก 3 ปัจจัยหลัก 1.รัฐปรับสูตรราคาน้ำมันกดดันกำไรกลุ่มโรงกลั่น2.งบ Q3 REAL SECTOR บางตัว(SCC DELTA) ออกมาต่ำคาด 3.ส่วนต่างทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ไทยยังคงสูง ซึ่งสถิติมักกดดันค่าเงินบาทอ่อนค่า เห็น FLOW ต่างชาติขายสุทธิ 2 วันกว่า 5 พันล้านบาท
• กลยุทธ์ช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนจากแรงขายต่างชาติ-สถาบันรวมถึงเงินบาทที่มีโอกาสอ่อนค่าต่อ แนะนำเพิ่มความระมัดระวัง โดยถือเงินสดราว 20–30% ของพอร์ต เพื่อรอจังหวะลงทุนใหม


SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบทั้ง 3 ดัชนีจาก ALPHABET ร่วง 12.5%หลังผลประกอบการต่ำคาด ขณะที่เงินทุนหมุนเข้าสู่หุ้นDEFENSIVE, HEALTHCARE และ FINANCIALS ขณะที่ความกังวล IPO ANTHROPIC มูลค่าระดมทุน 1 แสนล้านเหรียญฯ อาจเพิ่มแรงขายหุ้น TECH/AI เพื่อเตรียมเงินลงทุน
• กลยุทธ์เน้นหุ้น DEFENSIVE ที่ได้ประโยชน์จาก BOND YIELD ขาลงและมีแนวโน้มกำไร 3Q69 แข็งแกร่ง TOPPICKS เลือก SCGP SAWAD ITC


HORIZON MARKET VIEW
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนไหว กดดัน BOND YIELD ลงเร็ว เงินไหลเข้าตราสารหนี้
วานนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ถูกแรงขาย กดดันดัชนี NASDAQ -1.4% และส่งผ่านมายังตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้นำโดยเกาหลีใต้ -4.7%, ญี่ปุ่น -2.7%, ไต้หวัน -3.1% หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้BOND YIELD สหรัฐฯ ร่วงลงแรง โดยอายุ10Y ปรับตัวลดลงหลุด 5%อีกทั้งทิศทางดอกเบี้ยโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาทิFED, ECB, BOE, BOJ เป็นต้น ขณะที่สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด แข็งแกร่งเกินคาด ทั้ง GDP 3Q69 เพิ่มขึ้น +3.4%QOQ สูงเกินคาดที่ +3.2%QOQรวมถึงเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. +3.6%YOY สูงกว่าเดือนก่อนที่ +3.4%YOY

ข้อมูล BOFA ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้จัดการกองทุน (FMS) ประจำเดือน ล่าสุดผู้จัดการกองทุนมองความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในอีก 12 เดือนข้างหน้า คือ การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของพันธบัตร ซึ่งพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ที่ 33% ตามมาด้วยความกังวลเรื่อง AI BUBBLE ที่ 28% และการกลับมาของเงินเฟ้อระลอกสอง ที่ 24%

ซึ่งมุมมองผู้จัดการกองทุนในช่วงที่ผ่านมามีความกังวลจน UNDERWEIGHT ตราสารหนี้ (BOND) อย่างหนักถึง-48% ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ พ.ค. 2022และยังเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสด (CASH) เป็น 3.9% (จาก 3.5%)ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค.26 บ่งบอกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยในพอร์ตยังมีค่อนข้างต่ำสวนทางการถือหุ้นที่อยู่ในระดับสูง

ดังนั้น ท่ามกลางความระมัดระวังประเด็นเงินเฟ้อมากขึ้น ทิศทางดอกเบี้ยสูง บวกกับผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ออกมาต่ำคาด และ VALUATION ถูกกดดัน ทำให้เม็ดเงินมีแนวโน้มไหลออกจากหุ้นกลับสู่ตราสารหนี้และเงินสดเพิ่มขึ้น

 


REGION RADAR
ELI LILLY เผยงบแข็งแกร่งมาก พร้อมปรับเป้าหมายผลประกอบการทั้งปีขึ้น
ELI LILLY (LLY US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $2.44 หมื่นล้าน+39% YOY (สูงกว่าคาด 8%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $7.48 +7% YOY (สูงกว่าคาด 34%) โดยได้แรงหนุนหลักจากยาในลดน้ำหนักในกลุ่ม GLP-1 ที่มีความต้องการสูงมาก โดยเฉพาะยา MOUNJARO และ ZEPBOUND ซึ่งมีรายได้ในสหรัฐฯ +34% YOY และรายได้นอกสหรัฐฯ +47% YOY นอกจากนี้ GUIDANCE ทั้งปีถูกปรับขึ้นฝั่งรายได้อย่างมีนัย โดยคาดรายได้ทั้งปีอยู่ที่ระดับ $9.1–$9.2 หมื่นล้าน และคาด EPS อยู่ที่ $35-$36 สำหรับงบELI LILLY รอบนี้เรามีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อ DR: LLY80 เนื่องจากบริษัทกำลังอยู่ในช่วงของความต้องการยาลดน้ำหนัก GLP-1 ที่แข็งแกร่ง และบริษัทยังมีพัฒนาการในด้านยาใหม่ๆ นอกจากยาในกลุ่ม GLP-1มากขึ้น และการที่ ELI LILLY ให้ GUIDANCE รายได้ที่เพิ่มขึ้น เรายังมองเป็นบวกต่อ DR: WUXIAT80 จากการที่บริษัทเป็ร SUPPLIER ในการผลิตยาลดน้ำหนักให้กับ ELI LILLY

 

AMAZON แม้ธุรกิจ CLOUD โตแรง แต่งบออกมาต่ำกว่าคาด
AMAZON (AMZN US) เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าคาด รายได้อยู่ที่ $2.02 แสนล้าน +12%
YOY (ต่ำกว่าคาด 0.2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $1.89 -3% YOY (ต่ำกว่าคาด 4%) ในไตรมาสนี้ธุรกิจหลักอย่าง ECOMMERCE เติบโตได้ช้ากว่าที่ตลาดคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ CLOUD อย่าง AWS ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง +39% YOY เติบโตเร็วที่สุดในรอบกว่า 5 ปีนอกจากนี้ FREE CASH FLOW ย้อนหลังในรอบ 12 เดือนติดลบราว 4.24 หมื่นล้านเนื่องจากบริษัทมีการลงทุน CAPEX จำนวนมาก พร้อมยืนยันเป้าหมาย CAPEX ปีนี้ที่ระดับ 2.2 แสนล้าน เรามองว่าผลประกอบการรอบนี้ของ AMAZON ออกมาผสมผสาน โดยด้านที่ดีคือธุรกิจCLOUD ที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอย่าง E-COMMERCE เริ่มเห็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบในช่วง AFTER-HOURS มีการปรับตัวลงราว 8% มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยสะสมระยะยาวสำหรับ DR: AMZN80 เพื่อคาดหวังการเติบโตของธุรกิจ CLOUD และการขายชิป TRINIUM ในอนาคต

THAI FOCUS
หลายปัจจัยในประเทศ กดดันให้ตลาดหุ้นไทยเสน่ห์น้อยลง
หลายปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ทำให้ SET ปรับฐานแรง 3 วันกว่า42 จุด หรือ 2.64%มีรายละเอียด ดังนี้
1.กระแสรัฐปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน มีผล 29 ต.ค. 69 โดยถอดค่าใช้จ่ายแฝงออกจากสูตรราคาหน้าโรงกลั่นได้แก่ค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าสูญเสีย และค่าสำรองน้ำมัน เปลี่ยนเป็นสูตร COST PLUS อิงต้นทุนจริง บวกค่าการกลั่นไม่เกิน 2.4 บาท/ลิตรและขอส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงจาก 4 บาท เหลือ 2 บาท/ลิตรในช่วง1–30 พ.ย.69 จะกดดันค่าการกลั่นและกำไรในระยะถัดไปของกลุ่มโรงกลั่น ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับลงไปแล้วเฉลี่ย 3.6–6% และจากจุดสูงสุดรอบนี้ลดลง6.5–14.4%

2. SCC งบ Q3 แย่ จากส่วนธุรกิจปิโตรฯ สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและมาร์จิ้น พลิกจากกำไร 4,820 ล้านบาทเป็นขาดทุน 1,738 ล้านบาท กดดันหุ้นในกลุ่มเดียวกัน PTTGC IVL

3. DELTA งบ Q3 ยอดขายดีกว่าคาด แต่กำไรต่ำกว่าคาด 11% จากการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง อยู่ที่ 7.76พันล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณของมาร์จิ้นที่บางลง


เสริมแรงด้วยฝั่งทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อ 16 ก.ย. 2026 เป็น 3.75%-4.00% ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่ไทยยังตรึงดอกเบี้ย ส่วนต่างจึงกว้างขึ้นและเพิ่มแรงจูงใจให้เงินทุนไหล DOLLARINDEX ดังในอดีตช่วงที่ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ไทย กว้างขึ้นและดอลลาร์แข็งค่า (ปี 2016, 2018, 2022) เป็นช่วงที่เงินบาทมักถูกกดดันหรืออ่อนค่าและปัจจุบันเข้าสู่ภาวะคล้ายกันอีกครั้ง

และเห็นต่างชาติขายสุทธิ 2 วันติด คือ 28 ต.ค. (-2223 ล้านบาท) และ 29 ต.ค. (-2860 ล้านบาท) รวมราว -5,084ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศเริ่มขายสุทธิแล้ว 29 ต.ค. -1233 ล้านบาท ดังนั้นระยะสั้นควรระวังความผันผวนจากแรงขายต่างชาติ-สถาบัน และเงินบาทที่มีโอกาสอ่อนค่าต่อได้ แนะนำถือเงินสดราว 20-30% ของพอร์ต

 

SYNAPSE STRATEGY
ALPHABET สะเทือน NASDAQ เงินหมุนเข้า DEFENSIVE กลยุทธ์หุ้นไทยลงทุนอะไรดี ?
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบทั้ง 3 ตัว โดย NASDAQ ลดลงมากที่สุด ตามด้วย S&P500 ซึ่งหากพิจารณารายSECTOR พบว่ากลุ่มหุ้น DEFENSIVE ขึ้นแรง ขณะ COMMUNICATION SERVICES ร่วงหนัก สาเหตุหลัก คือALPHABET ซึ่ง ปิดลบประมาณ 12.5% หลังรายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด และ เป็นการลดลงรายวันที่แรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าตลาดหายไปกว่า 4.64 แสนล้านดอลลาร์ ความผิดหวังมาจากรายได้ค่าโฆษณาบน SEARCH และกระแสเงินสดที่ติดลบจากการลงทุน AI ขณะที่เงินไหลเข้า HEALTHCARE, FINANCIALS และREAL ESTATE ซึ่งช่วยพยุงตลาดรวมไว้

อีกทั้งหุ้น TECH ยังผันผวนต่อฯ จาก IPO ยักษ์ANTHROPIC (ผู้พัฒนา AI CLAUDE) คาดเริ่ม ROADSHOW9–10 พ.ย.69และเข้าเทรดวันแรก 16 พ.ย.69 คาดมูลค่าเงินระดมทุนอาจสูงถึง1 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งนักลงทุนอาจต้องเตรียมเม็ดเงินรองรับดีลใหญ่ และอาจขายหุ้น TECH/AI เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน ซึ่งเหมือนกับตอนSPACEX กำหนดราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ระดมทุน 7.5 หมื่นล้านเหรียญฯ กดดันหุ้น NASDAQ ปรับลงราว 7% ในช่วงก่อนเข้าเทรด

 

กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก BOND YIELD ขาลง + DEFENSIVE + งบ Q3 เด่น โดย TOPPICKS3 หุ้นไทยวันนี้เลือก

SCGP แนวโน้มกำไรโดดเด่น หนุนด้วยธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม สวนทางราคาหุ้นที่ปรับฐานตาม SCCทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง

SAWAD คาดหวังสินเชื่อทยอยฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ BOND YIELD เริ่มกลับทิศลงหลังน้ำมันไม่ทำจุดสูงสุดใหม่

ITC ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่แนวโน้ม 4Q69 ยังดีต่อเนื่อง ส่วน M&A สหรัฐฯ จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อกำไรปี 2570

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ของจริง By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วานนี้ SET ท้ายตลาดไหลง ด้วยทิศทางฟันด์โฟลว์ ยังไหลออก ส่วนรายย่อย ยังอุ้มหุ้นไทยกว่า 4 พัน....

HotNews: ASW ส่ง TITLE ร่วมทุน“Tokyo Tatemono Thailand” ต่อยอดอสังหาฯ รุกขยายธุรกิจ Hospitality ในภูเก็ต

“ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” (TITLE) ในเครือ AssetWise (ASW) จับมือ “Tokyo Tatemono Thailand” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้