สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 5 พฤศจิกายน 2569 )----------ต่อยอดฐานยานยนต์สู่อุตสาหกรรมอวกาศ ดัน Smart Electronics รองรับ AI–Data Center พร้อมขยายความร่วมมือ Food Valley และ Creative Economy เปิดโอกาส SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เตรียมร่วมคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทย นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน 2569 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนและเทคโนโลยี พร้อมประสานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เพื่อขยายการหารือเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand โดยมุ่งยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิมของไทยให้สามารถเข้าสู่ตลาดและธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมไทย–ญี่ปุ่นที่มีมายาวนาน เพื่อขับเคลื่อน Reinvent Thailand ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ Future Industries, Future Businesses, Future Cities และ Future Workforce โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาลงทุน แต่ต้องยกระดับผู้ผลิตเดิมและเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs
"Reinvent Thailand ไม่ใช่การเริ่มสร้างอุตสาหกรรมใหม่จากศูนย์ แต่คือการนำความแข็งแกร่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ไปเชื่อมกับเทคโนโลยีและตลาดแห่งอนาคต ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาฐานอุตสาหกรรมไทยมายาวนาน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดความร่วมมือไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ ธุรกิจ และมูลค่าเพิ่มในรูปแบบใหม่" นางพิมพ์ใจกล่าว
ต่อยอดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม เปิดตลาดใหม่ให้ผู้ผลิตไทย
ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการใช้ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นขยายโอกาสในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงฐานการผลิตเดิมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่
อุตสาหกรรมยานยนต์สู่อุตสาหกรรมอวกาศ — นอกจากการยกระดับฐานผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนรองรับเทคโนโลยีใหม่แล้ว ส.อ.ท. ยังมุ่งสำรวจโอกาสเชื่อมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศ โดยอาศัยความสามารถด้านการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน เทคโนโลยี และการรับรองที่จำเป็น
Smart Electronics — ต่อยอดฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center, AI, Smart Grid และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยมุ่งเชื่อมผู้ผลิตไทยกับเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานของบริษัทระดับโลก พร้อมแสวงหาการลงทุนในชิ้นส่วนและเทคโนโลยีที่ยังขาด
Food Valley และอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง — ขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอาหาร การแปรรูป นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อยกระดับฐานอุตสาหกรรมอาหารไทยและสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่
Creative Economy — ต่อยอดศักยภาพด้านคอนเทนต์ อัญมณี เครื่องประดับ และงานสร้างสรรค์ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของญี่ปุ่นด้าน Character การออกแบบ และการสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและพัฒนาธุรกิจใหม่
การหารือเพิ่มเติมที่ ส.อ.ท. ประสานกับ JETRO จะช่วยขยายมิติของภารกิจจากการส่งเสริมการลงทุน ไปสู่การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมและการพัฒนาธุรกิจ โดยเป็นประเด็นความร่วมมือที่อยู่ระหว่างผลักดัน มิใช่การประกาศข้อตกลงลงทุนที่เกิดขึ้นแล้ว
เชื่อมเทคโนโลยีญี่ปุ่น สร้างโอกาส SMEs ทั่วประเทศ
ส.อ.ท. มองว่าความได้เปรียบของความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นอยู่ที่เครือข่ายการผลิตและผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกันมายาวนาน ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีและตลาดใหม่ได้
แนวทางสำคัญคือการเชื่อมความต้องการของบริษัทญี่ปุ่นกับศักยภาพผู้ผลิตไทย เพื่อระบุโอกาสพัฒนาสินค้าและชิ้นส่วน ยกระดับมาตรฐาน จับคู่ธุรกิจ และแสวงหาการลงทุนหรือเทคโนโลยีในส่วนที่ยังขาด โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการ SMEs จากทุกภูมิภาคมีโอกาสเข้าถึงเครือข่ายอุตสาหกรรมและตลาดระดับโลกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
"การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสวงหาการลงทุนใหม่ แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว เราต้องการให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นช่วยเปิดตลาดใหม่ ยกระดับเทคโนโลยี และทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นี่คือหัวใจของ Reinvent Thailand" นางพิมพ์ใจกล่าวทิ้งท้าย