สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (5 พฤศจิกายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 คาด SET แกว่งขึ้นต่อ ภายหลังตลาดคลาย Overhang ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ มีความชัดเจน ส่วนราคาน้ำมันปรับลงแรง แม้กดดันต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่หนุน Sentiment ภาพรวม โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Anti-Oil ขณะที่กระแส Fund Flow แม้จะมีการสลับขายออกมาบ้างแต่คาดว่าน่าจะกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น ประเด็นวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค. ของไทย รวมทั้งการประกาศงบ 3Q26 ทางเทคนิคดัชนีดีดรีบาวด์ แท่งเทียนทำรูปแบบ Hammer หากยืนเหนือ 1500 จุด ได้คาดปรับขึ้นต่อ
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ลบ 8.7%DoD ปิดที่ $94.62/bbl หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงส่วนมากในสภาสูง (54-44 ที่นั่ง) และสภาล่าง (228-139 ที่นั่ง) ทำให้คาดหวังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยุติลงเร็วขึ้น หนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก อีกทั้ง ปธน. ทรัมป์ยังประกาศลดเงินสนับสนุนบางส่วนให้อิสราเอล และยังไม่มีแผนโจมตีอิหร่านในทันที มองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM THAI AAV BA) แต่มองลบต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• กกร. เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2026 เป็น 2.4-2.6% (เดิม 2.1-2.5%) จากการส่งออกที่คาดเติบโต 18-22% (เดิม 12-16%) หลังพบ MPI ช่วง 9M26 ขยายตัว 2.6% ผ่านสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโต 18.9% สะท้อนภาพ AI Supercycle ที่ไหลเข้าภาคการผลิตจริง มองบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE DELTA)
• รมว.คลัง ย้ำรักษาวินัยการคลัง ไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ต่อ GDP ซึ่งอาจจำกัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต แต่ในฝั่งการลงทุน รมว.คลัง เตรียมจับมือ BOI บินโรดโชว์ญี่ปุ่น (18-20 พ.ย.) เพื่อดึงค่ายชิปชั้นนำและ 6 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ลงทุนในไทย หวังกระตุ้นเม็ดเงิน FDI เข้าสู่ไทย มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง 0.70 บาทต่อลิตร ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 2026 ขณะที่ดีเซลคงราคาเดิม เนื่องจากยังคงชดเชยดีเซล B7 เหลือ 3.33 บาท และ B20 เหลือ 5.36 บาท การผ่อนปรนภาระรายจ่ายนี้ดีต่อกำลังซื้อและคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มรากหญ้า มองบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• ธอส. เผยยอดลงทะเบียนขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในโครงการบ้านคนละหลังพลัสได้รับกระแสตอบรับดี มียอดลงทะเบียน 11,430 ราย วงเงิน 3.23 หมื่นลบ. หรือ 68% ของกรอบวงเงิน สะท้อนอุปสงค์จริงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีตัวคูณทางเศรษฐกิจสูง มองบวกต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ (AP SIRI SPALI)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จทั้งสภาสูงและสภาล่าง ได้ช่วยลดความกังวลด้านความผันผวนของนโยบายทางการเมืองลง เปิดโอกาสให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญจำกัด Downside ของตลาด ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy
แนวรับ – แนวต้าน : 1495/1485 – 1515/1525
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways หลังพรรคเดโมแครตชนะผลการเลือกตั้งกลางเทอมช่วยลดความเสี่ยงด้านนโยบายและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคาดจะจำกัดลง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR
2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)
3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)
4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU
Daily Top Picks
AOT: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดสงครามที่มีแนวโน้มลดลง หนุนบรรยากาศการเดินทาง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยกำลังฟื้นตัวตามฤดูกาล คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4QFY26 (ก.ค.-ก.ย. 2026) และเร่งตัวขึ้นใน FY2027 ตามภาคท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวและการปรับขึ้นค่า PSC เป้าหมายระยะสั้นที่ 61.50 บาท
CRC: ปัจจัยสนับสนุนจากแรงกดดันต่อเศรษฐกิจมหภาคที่ลดลง สนับสนุนบรรยากาศการบริโภค คาดกำไรปกติใน 3Q26F ที่ 1.78 พันลบ. (+37%YoY และ +4%QoQ) จาก SSS ที่เป็นบวกและเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มค้าปลีก และคาดจะเติบโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q26F เป้าหมายระยะสั้นที่ 33.00 บาท