Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET แกว่งตัวรอดูความชัดเจนเลือกตั้งสหรัฐฯ"

70


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (4 พฤศจิกายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 คาด SET แกว่งตัว โดยอาจเห็นการรีบาวด์ฟื้นตัวได้บ้าง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ที่ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้น Tech โลก รวมทั้ง Bond Yield ที่ปรับลง ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะย่อลง หลังมีสัญญาณคืบหน้าเจรจายุติสงครามทั้งในยูเครนและอิหร่าน แต่ก็มีความผันผวนเนื่องจากยังมีเหตุการณ์โจมตีรุนแรงอยู่ ขณะที่ตลาดยังจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีลงต่อหลุด 1500 จุด อาจมีรีบาวด์สลับบ้างแต่ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว


ปัจจัยบวก
• รัสเซียยืนยันกำหนดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับยูเครน ณ กรุงอาบูดาบี ในวันที่ 10-11 พ.ย. 2026 โดยจะมีการหารือรอบย่อยเพื่อตกลงหยุดยิงในเมืองแคร์ซอนก่อนในวันที่ 5 พ.ย. ผ่านคนกลาง พัฒนาการเชิงบวกนี้ช่วยลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานโลก ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM THAI AAV BA)
• ครม. อนุมัติมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย มีผลตลอดปี 2027 พร้อมกรอบงบประมาณชดเชย 5,807 ลบ. คาดดึงดูดปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มองบวกต่อกลุ่มขนส่งทางราง (BTS BEM)
• ครม. มีมติเห็นชอบปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ BEV และ REEV นำเข้าเป็น 35% จากปัจจุบันที่ 10% และ 15% ตามลำดับ มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027 เพื่อจูงใจให้ค่ายรถลงทุนผลิตและประกอบรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญในไทย และสนับสนุนไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก EV ระยะกลาง-ยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มยานยนต์ (AH STANLY SAT)
• 20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์เสนอภาครัฐเร่งผ่อนปรนอัตราส่วนการนำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีจาก 3:1 เป็น 2:1 ชั่วคราวช่วง ก.พ.-ส.ค. 2027 หลังราคาข้าวโพดในประเทศปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศและการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้า ประเมินผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เพราะผู้ประกอบการมีสต๊อกราว 2-3 เดือน ขณะที่หากมาตรการได้รับอนุมัติจะส่งผลดีต่อต้นทุนอาหารสัตว์ปี 2027 มองบวกต่อกลุ่มสัตว์บก (BTG)
• ม. หอการค้าไทยปรับลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ลง 4.5% สู่ 31.5 ล้านคน รับแรงกดดันจากต้นทุนเดินทางและวิกฤตตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี ยังคงมุมมองบวกต่อปี 2027 โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับสู่ 34 ล้านคน (+7.9% YoY) แรงหนุนสำคัญมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่ยังคงเติบโตโดดเด่นถึง 15.2% ในช่วง 9M26 ระยะยาวยังมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW AOT)

 


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip”


แนวรับ – แนวต้าน : 1485/1475 – 1500/1510


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways จากปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR
2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)
3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)
4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

 

Daily Top Picks
BGRIM: ปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาก๊าซฯ ยุโรป และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บริษัทมีโอกาสเติบโตในหลายด้านผ่านการขยายกำลังการผลิตตาม PDP2026, โอกาส Direct PPA กับ Data Center และการรุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ SMR ในระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นที่ 20.00 บาท


KCE: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าสนับสนุนรายได้ส่งออก ผลประกอบการ 2H26 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 68.25 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เช้านี้ รู้ผล.... By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เช้าวันนี้ บ้านเรา คงรู้ผล เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันนี้ จะเริ่มนับคะแนนตั้งแต่ 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้