Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ :OSP เปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 2027 ราคาเป้าหมาย 21.60 บาท

36


OSP
แนวโน้ม 3Q26F ดีกว่าคาด มาร์จิ้นแข็งแกร่ง เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ
เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก “ถือ” จากแนวโน้มผลประกอบการ 3Q26F ดีกว่าที่เราคาดไว้เดิม โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ช่วยชดเชยฤดูกาล low season เราปรับประมาณการกำไรขึ้นทั้งปี 2026F และ 2027F แม้จะปรับลดรายได้ตามธุรกิจในเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาใบอนุญาต แนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่องได้จากมาร์จิ้นที่แข็งแรงและธุรกิจหลักที่ยังมีโมเมนตัมที่ดี ทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 และกลุ่ม Personal Care ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2027F เพียง 12.0 เท่า ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 15.7 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ และให้ Dividend Yield สูงถึง 5.5% ถือเป็น valuation ที่น่าสนใจ


กำไรปกติ 3Q26F ดีกว่าที่เราคาด จาก GPM ที่ดีกว่าประเมิน
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 894 ล้านบาท (+28% YoY, -19% QoQ) รวมกำไรพิเศษ 80 ล้านบาทจากการขายเครื่องจักรเก่าหลังรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติอยู่ที่ 814 ล้านบาท (+16% YoY, -26% QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้เดิมที่คาดลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากมาร์จิ้นที่ลดลงเล็กน้อย รายได้อยู่ที่ 5,799 ล้านบาท (+3% YoY, -5% QoQ) หนุนโดย Personal Care ขณะที่เครื่องดื่มต่างประเทศอ่อนตัวจากฤดูฝนในเมียนมา GPM อยู่ที่ 40.0% (+1.5pp YoY, -2.8pp QoQ) SG&A ต่อรายได้ 23.8% (-0.6pp YoY, +1.3pp QoQ) จากการควบคุมค่าใช้จ่าย

 

ปรับประมาณการกำไรขึ้น จากมาร์จิ้นดีกว่าคาดจากประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เราคาด 4Q26F อ่อนตัวเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่ทั้งปี 2026F กำไรสุทธิเติบโต 8% YoY เป็น 3,953 ล้านบาท จากเดิมคาดลดลง 1% โดยกำไรปกติ 3,873 ล้านบาท (+11% YoY) และมีรายการพิเศษ 80 ล้านบาท เราปรับลดรายได้ลง 7% เป็น 24,260 ล้านบาท จากกลุ่มเครื่องดื่มในเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาใบอนุญาต แต่มาร์จิ้นดีกว่าคาด โดย GPM 40.0% (จากเดิม 39.1%) และ SG&A ต่อรายได้ 23.6% (จากเดิม 25.2%) ปี 2027F คาดรายได้ +4% YoY กำไรปกติ +7% YoY หนุนโดย M-150 ที่เพิ่มส่วนแบ่งตลาด Personal Care ที่เติบโต และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ


เปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ": valuation น่าสนใจ พร้อมเงินปันผลสูง
เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" ราคาเป้าหมายปี 2027F ที่ 21.60 บาท อิง PER 15.7 เท่า (-0.5SD) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026F และ 2027F เพียง 12.5 และ 12.0 เท่า ตามลำดับ พร้อม Dividend Yield 5.2% และ 5.5% และ ROE ระดับ 21-22% ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนของต้นทุนวัตถุดิบและธุรกิจในเมียนมา

กำไรปกติ 3Q26F ดีกว่าที่เราคาดไว้ จาก GPM ที่ดีกว่าประเมิน
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 894 ล้านบาท (+28% YoY, -19% QoQ) ซึ่งรวมรายการพิเศษคือกำไร 80 ล้านบาทจากการขายเครื่องจักรเก่าหลังรวมศูนย์การผลิตไปที่อยุธยา หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 814 ล้านบาท (+16% YoY, -26% QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้เดิมที่คาดว่าจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากอัตรามาร์จิ้นที่ลดลงเล็กน้อย ส่วนที่ดีกว่าคาดมาจาก GPM ที่ดีกว่าประเมินไว้ ขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ เป็นไปตามฤดูกาล รายได้คาดอยู่ที่ 5,799 ล้านบาท (+3% YoY, -5% QoQ) หนุนโดยธุรกิจ Personal Care ที่เติบโตดี ขณะที่เครื่องดื่มต่างประเทศอ่อนตัวจากฤดูฝนในเมียนมา อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดอยู่ที่ 40.0% ขยายตัว 1.5pp YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ลดลง 2.8pp QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนรายได้ต่างประเทศที่ลดลง ด้านค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) คาดอยู่ที่ 1,380 ล้านบาท คิดเป็น 23.8% ของรายได้ ลดลง 0.6pp YoY แต่เพิ่มขึ้น 1.3pp QoQ จากฐานรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้ EBITDA margin อยู่ที่ 25.8% (+3.4pp YoY, -3.6pp QoQ)


ปรับประมาณการกำไรขึ้น 9% แม้รายได้ลดลง เพราะมาร์จิ้นดีกว่าที่คาดจากประสิทธิภาพการดำเนินงานและการรวมศูนย์โรงงานที่อยุธยา
เราปรับประมาณการเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า 4Q26F จะอ่อนตัวเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่ทั้งปี 2026F กำไรสุทธิเติบโต 8% YoY เป็น 3,953 ล้านบาท จากเดิมคาดลดลง 1% YoY โดยกำไรปกติอยู่ที่ 3,873 ล้านบาท (+11% YoY, ปรับขึ้น 7% จากประมาณการเดิม) และมีรายการพิเศษ 80 ล้านบาท เราปรับลดรายได้ปี 2026F ลง 7% เป็น 24,260 ล้านบาท (-5% YoY) จากรายได้กลุ่มเครื่องดื่มที่ลดลง 9% เป็น 19,982 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากธุรกิจในเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นดีกว่าที่เราคาดไว้ จากประสิทธิภาพการดำเนินงานและการรวมศูนย์โรงงานที่อยุธยา โดย GPM อยู่ที่ 40.0% (จากเดิม 39.1%) SG&A ต่อรายได้ 23.6% (จากเดิม 25.2%) และ EBITDA margin 24.8% (จากเดิม 21.8%)

สำหรับปี 2027F เราคาดรายได้ 25,179 ล้านบาท (+4% YoY) กำไรปกติ 4,138 ล้านบาท (+7% YoY) และ GPM 40.0% ปัจจัยหนุนอื่นได้แก่ 1) M-150 ที่เพิ่มส่วนแบ่งตลาดผ่านสินค้าใหม่และการขยายช่วงราคา (10, 12 และ 15 บาท) 2) กลุ่ม Personal Care ที่เติบโต 5% ต่อเนื่องและขยับสู่ตลาด Premium Mass และ 3) การเพิ่มผลิตภาพและบริหารต้นทุนผ่าน AI, SAP และ DMS โดยการเติบโตในปีหน้าจะเน้น Premiumization, Route to Market และ NPD

เปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ": valuation น่าสนใจ ผลตอบแทนรวมราว 35% พร้อมเงินปันผล
เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" ปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 2027F ราคาเป้าหมาย 21.60 บาท อิง PER 15.7 เท่า (-0.5SD) ซึ่งรวมความเสี่ยงด้านต้นทุนและสถานการณ์สงครามไว้แล้ว ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026F เพียง 12.5 เท่า และปี 2027F 12.0 เท่า EV/EBITDA 6.9 เท่า P/BV 2.5 เท่า ขณะที่คาด Dividend Yield 5.2% และ 5.5% ตามลำดับ และ ROE ระดับ 21-22% เรามองว่า valuation ไม่สะท้อนความสามารถในการรักษามาร์จิ้นและการเติบโตของกำไรอย่างเพียงพอ ความเสี่ยงหลักคือต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อาจสูงกว่าคาด และความไม่แน่นอนของธุรกิจในเมียนมา

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PTG ผนึก ศิริราช – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมส่งต่อโลหิตผ่าน "Social Innovation" ปี 2 เพื่อสังคมไทย "อยู่ดี มีสุข"

PTG ผนึก ศิริราช – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมส่งต่อโลหิตผ่าน "Social Innovation" ปี 2 เพื่อสังคมไทย "อยู่ดี มีสุข"

มีหวัง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม มอง ตลาดหุ้นไทย มีความหวัง เสมอ เช่นเดียวกับ หุ้นใหญ่ แบงก์หลายตัว ประกาศงบไตรมาส3 ปีนี้ ออกมาแล้ว .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้