วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงต่่าสุดราว 16 จุด โดยมีแรงกดดันจาก Bond Yield ของสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 24 ปี ประกอบกับรายงานการประชุมของเฟดส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ทำให้มีแรงขายในหุ้น Big-Cap น่าโดย ธนาคาร ขนส่ง ไอซีที และพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,570.61 จุด -14.02 จุด -0.88% มูลค่าการซื้อขาย 63,644.04 ลบ. ProgramTrading -6,701.71 ลบ. ต่างชาติ-6,361.66 ลบ. TFEX -16,312 สัญญา ตราสารหนี้-687.57 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 51.77 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ปิดลดลง ตลาดกังวลว่าราคาน้่ามันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และผลักดัน ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มผลิตชิป
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17%ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค.แต่ให้น้ำหนักมากถึง 81% ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
+ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้ปธน.สี จิ้นผิง ของจีน เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่นระหว่างการหารือร่วมกันที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนก.ย.
+ ทอท.จับมือ AOTGA เซ็นสัญญาร่วมทุนเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ รองรับการขยายตัวของธุรกิจการบิน เริ่มให้บริการได้ในปี 2570 ระยะเวลาด่าเนินการ 25 ปี
+ ความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีของไทยว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการแล้วเหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.64% ปิดที่91.49 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจท่าให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และพายุเฮอริเคนก่าลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งของสหรัฐฯในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อแหล่งผลิตน้่ามัน
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งการให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)เร่งเตรียมความพร้อมส่าหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่านโดยปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯในวันที่ 3 พ.ย. และอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลประมาณ 1 สัปดาห์
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานการประชุมนโยบายการเงินประจ่าเดือนก.ย.โดยระบุว่า กรรมการเฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยกรรมการบางส่วนมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งจ่าเป็นเพื่อจ่ากัดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนเห็นว่าจ่าเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนก.ย.69อยู่ที่ 52.1 ลดลงจากระดับ 53.2 ในเดือนส.ค.69 เป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลน้่าท่วม และราคาน้ำมันในตลาดโลกรวมถึงน้่ามันในประเทศ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่คาดว่านักลงทุนจะชะลอการซื้อขายลงเนื่องจาดติดวันหยุดคาบเกี่ยวในสัปดาห์หน้า มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,560-1,580 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
- รัฐอุดหนุน Solar Roof : GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA
- High Season กลุ่มโรงพยาบาล 3Q69 : BDMS PR9 BH
- ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER KK
- ซ่อมแซมหลังน้ำลด : GLOBAL DOHOME HMPRO TASCO DCC DRT
- สินค้าส่งออกเดือน ส.ค. เติบโต : STA TEGH NER AAI ITC TU CCET HANA KCE DELTA
- หุ้นเด่น IAA : BDMS KBANK DELTA GULF CRC