วันอังคารที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ในแดนบวก โดยมีแรงหนุนจาก World Bank ปรับเพิ่มคาดการณ์GDP ไทยปี 69 เป็นโต 2.0% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 0.7% จากประมาณการเดิม หนุนจากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTAอย่างไรก็ตาม Fund Flow ที่ยังคงไหลออก ประกอบกับแรงขายในหุ้นกลุ่มขนส่ง เป็นปัจจัยกดดันดัชนีส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,582.22 จุด +5.77 จุด +0.37% มูลค่าการซื้อขาย 67,389.14 ลบ. Program Trading -2,060.51 ลบ. ต่างชาติ-2,491.60 ลบ. TFEX +2,884 สัญญา ตราสารหนี้ -28.64 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 253.38 จุด หรือ +0.49% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลราคาน้ำมันที่ย่อตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุม ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันนี้ รวมทั้งรายงานผลประกอบการ 3Q26ของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์หน้า
+ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ5.256% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2545เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 21.6% ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 70.9% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
+ ธนาคารโลกเผยแพร่รายงานวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและยากจนฉบับล่าสุดฉบับเดือน ต.ค.69 โดยระบุว่า GDP ของประเทศไทยในปี 69มีแนวโน้มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2% ลดลงจาก 2.4% ในปี 68 แต่ปรับขึ้นดีกว่าประมาณการครั้งก่อนที่คาดไว้ 1.3%
+ FETCO ย้ำต่างชาติเชื่อมั่น "Thailand Story" สวนทางเพื่อนบ้าน
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่89.44 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากที่ร่วงลงอย่างมากในระหว่างวันเนื่องจากรายงานการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้น และประเทศกลุ่ม G7 มีมติเห็นพ้องในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ตั ว เ ล ข ข า ด ดุ ล ก า ร ค้ า ข อ ง ส ห รั ฐ ฯ พุ่ ง ขึ้ น 13.7% สู่ ร ะ ดั บ1.056 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568แ ล ะ สู ง ก ว่ า ตั ว เ ล ข ค า ด ก า ร ณ์ ข อ ง นั ก วิ เ ค ร า ะ ห์ ที่ ร ะ ดั บ1.02 แสนล้านดอลลาร์ โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
- สนค. เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนก.ย.69 หรือเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.82%YoY เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศกว่าปีก่อนและผลกระทบของวิกฤติความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงสุด13,984 ล้านบาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 5,965 ล้านบาทประเมินความเสียหายกรณีท่วมยาวเกิน 14 วัน เศรษฐกิจวูบเกือบ3 หมื่นล้านบาท หรือ 0.15% ของ GDP
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากนักลงทุนคลายความกังวลหลังจากราคาน้ ามันย่อตัวลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังถูกกดดันจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง และยังจับตาสถานการณ์อุทกภัยในประเทศอย่างใกล้ชิด มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,578-1,590 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
- รัฐอุดหนุน Solar Roof : GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA
- High Season กลุ่มโรงพยาบาล 3Q69 : BDMS PR9 BH
- ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER KK
- ซ่อมแซมหลังน้ำลด : GLOBAL DOHOME HMPRO TASCO DCC DRT
- สินค้าส่งออกเดือน ส.ค. เติบโต : STA TEGH NER AAI ITC TU CCET HANA KCE DELTA
- หุ้นเด่น IAA : BDMS KBANK DELTA GULF CRC