Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

82

 

อึดอัดกับฝรั่งมา 11 วัน ... กดดัน SET ผันผวน


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.5% - 0.6% ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่ดูนิ่งๆ ทั้ง BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ปรับลดลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002มาอยู่ที่ 5.28% และราคาน้ำมันดิบ BRENT ยังคงยืนอยู่บริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึง FEDSPEAK INDEX ที่ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 10.1 จุด ขณะที่คืนนี้เวลาตี1 รอติดตามรายงานการประชุม FOMC FED MINUTES
• อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่กระจายไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับกระจุกตัวอยู่ในบางSECTOR โดย 1 เดือน S&P500 บวกแค่ 3 SECTOR ได้แก่ TECHNOLOGY,COMMUNICATION SERVICES, ENERGY สะท้อนความเชื่อมั่นต่อกำไรของบริษัทเทคโนโลยียังสูง สวนทางกับมุมมองต่อเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ได้แข็งแกร่งพอให้เม็ดเงินกระจายไปทุก SECTOR พร้อมกัน

REGION RADAR
• MARVELL TECHNOLOGY (MRVL US) ได้จัดงาน INVESTORDAY เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมี CEO ได้ให้ภาพรวมการเติบโตของบริษัทในอนาคต และสิ่งที่ตลาดคาดหวังและจับตามากสุดคือเป้าหมายการเติบโตระยะยาว ซึ่งในรอบนี้บริษัททำได้ค่อนข้างน่าประทับใจ
• CONSTELLATION ENERGY GROUP (CEG US) +12% หลังGOOGLE ได้ประกาศทําสัญญาซื้อขายพลังงานกับบริษัทเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะเพิ่มกําลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ 890 เมกะวัตต์และดึงดูดเงินลงทุนมากกว่า $4.3 พันล้าน

 

THAI FOCUS
• เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. 69 ออกมาต่ำคาด ทั้ง CPI +2.82%YOY และCORE CPI +1.50%YOY สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่มผ่อนคลาย หากให้เงินเฟ้อช่วงที่เหลือของปีทรงตัว (MOM = 0%) เงินเฟ้อทั้งปีมีแนวโน้มอยู่แถว 2.7%-2.9% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของ ธปท.ที่ 3% หนุนแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายลดลง
• WORLD BANK ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.0%จาก 1.3% เดิม จากแรงหนุนภาคส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กฯ ที่ได้อานิสงส์จาก AI ที่เติบโตดีและการลงทน DATA CENTER ในไทย

 

SYNAPSE STRATEGY
• ต่างชาติขายตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 11 วันทำการ มูลค่ารวม 4 หมื่นลบ. ทำให้ยอดซื้อสุทธิสะสม (YTD) ลดเหลือเพียง 1.6 หมื่นลบ. จากจุดสูงสุด 7.6 หมื่นลบ. ในช่วงกลาง ก.ค. ส่งผลให้SET INDEX ปรับตัวลงจาก 1,657 จุด เหลือ 1,582 จุด (-4.5%)
• อย่างไรก็ตาม ต่างชาติยังมีการเลือกซื้อหุ้นรายตัว ผ่านช่องทางตรงและ NVDR อยู่บ้างใน 11 วัน โดยหุ้น 10 อันดับแรกที่ต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุด กลุ่มหุ้น HIGH SEASON CPF BH BCH กลุ่มหุ้น LAGGARDกลุ่ม SCB SAWAD กลุ่มพลังงาน PTT PTTGC TOP IRPC IVL


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมนิ่งๆ หนุนเม็ดเงินกระจายไปสหรัฐฯ
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.5% - 0.6% ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่ดูนิ่งๆ ทั้ง BOND YIELD10Y สหรัฐฯ ปรับลดลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 มาอยู่ที่ 5.28% และราคาน้ำมันดิบ BRENT ยังคงยืนอยู่บริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึง FEDSPEAK INDEX ที่ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 10.1 จุด ขณะที่คืนนี้เวลาตี 1รอติดตามรายงานการประชุม FOMC FED MINUTES

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่กระจายไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับกระจุกตัวอยู่ในบาง SECTOR โดย 1 เดือน S&P500บวกแค่ 3 SECTOR ได้แก่ TECHNOLOGY, COMMUNICATION SERVICES, ENERGY สะท้อนความเชื่อมั่นต่อกำไรของบริษัทเทคโนโลยียังสูง สวนทางกับมุมมองต่อเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ได้แข็งแกร่งพอให้เม็ดเงินกระจายไปทุก SECTOR พร้อมกัน


REGION RADAR
งาน INVESTOR DAY ในรอบ 5 ปีของ MARVELL น่าประทับใจ
MARVELL TECHNOLOGY (MRVL US) ได้จัดงาน INVESTOR DAY เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมี CEO ได้ให้ภาพรวมการเติบโตของบริษัทในอนาคต และสิ่งที่ตลาดคาดหวังและจับตามากสุดคือเป้าหมายการเติบโตระยะยาวซึ่งในรอบนี้บริษัททำได้ค่อนข้างน่าประทับใจ เป้าการเติบโตที่บริษัทได้ให้ในงานครั้งนี้สูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ เริ่มที่เป้ารายได้ FY2028 บริษัทได้ปรับเป้าขึ้นสู่ระดับ $2.0 หมื่นล้าน (ตลาดคาดที่ $1.8 หมื่นล้าน)เป้ารายได้ FY2031 ที่$7.0-$9.0 หมื่นล้าน (ตลาดคาดที่ราว $4.5 หมื่นล้าน) และ EPS ในปี 2030 ที่ไม่ต่ำกว่า$30 (ตลาดคาดที่ $19) จากงาน INVESTOR DAY ในครั้งนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท และเชื่อว่าในระยะสั้นราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อจาก EARNING UPGRADE CYCLE ของนักวิเคราะห์และการปรับราคาเป้าหมายขึ้น

 

GOOGLE ประกาศซื้อพลังงานนิวเคลียร์จาก CONSTELLATION ENERGY ระยะเวลา 20 ปี
CONSTELLATION ENERGY GROUP (CEG US) +12% หลัง GOOGLE ได้ประกาศทําสัญญาซื้อขายพลังงานกับบริษัทเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะเพิ่มกําลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ 890 เมกะวัตต์และดึงดูดเงินลงทุนมากกว่า $4.3 พันล้าน เพื่อปรับปรุงและอัปเกรดระบบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 11 แห่งของCONSTELLATION ในโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นอกจากนี้ บริษัทและ GOOGLE ยังตกลงในสัญญาจัดหาพลังงานระยะเวลา 15 ปี สำหรับกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 2.7 กิกะวัตต์ภายในเขต PJM และระบุว่าจะร่วมมือกันสำรวจโอกาสในการพัฒนาการผลิตพลังงานใหม่ๆ ร่วมกัน โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มPOWER โดยเชื่อว่า THEME ถัดไปหลังจาก MEMORY และ PHOTONIC ที่จะเกิด BOTTLENECK ในอนาคตแนะนำลงทุนใน DR: CEG23, BE03, GEV23 และ PWR80

 

THAI FOCUS
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยดูดี ทั้งเงินเฟ้อไทยต่ำคาด + WORLD BANK ปรับเป้า GDP ขึ้น
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยดือน ก.ย.69 +2.82%YOY ต่ำกว่าคาดที่ +3.10%YOY ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน(CORE CPI) ซึ่งหักราคาอาหารสดและพลังงานออก ก็ขยายตัวเพียง +1.50%YOY ต่ำคาดเช่นกัน ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันด้านราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนเริ่มเบาบางลง ซึ่งหากประเมินตามสมมติฐานว่าในช่วงที่เหลือของปี อัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน (MOM) ไม่ขยายตัวเลย (0%) แนวโน้มเงินเฟ้อแบบ YOY ก็จะทรงตัวอยู่ในกรอบประมาณ 2.7% - 2.9% ไปจนถึงสิ้นปีซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของ
ธปท.ที่ 3% ถือเป็นปัจจัยบวกช่วยลดแรงกดดันต่อ ธปท. ในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต โดย ASP มองว่า ธปท.ยังคงดอกเบี้ย 1% จนถึงสิ้นปี


ธนาคารโลก (WORLD BANK) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 2.0%(จากเดิมที่เคยคาด 1.3%) แรงหนุนมาจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กฯ -ชิ้นส่วนที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI CAPEX ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกยังคงแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงจาก เอลนีโญ (EL NIÑO) ที่ทำให้เกิดภัยแล้ง ซึ่งจะเข้ามากระทบผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ของเกษตรกรไทย ส่วนแนวโน้มในอนาคตคาด GDP ไทยจะเติบโต 2.3% ในปี 2027 และ2.4% ในปี 2028โดยคาดเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงสู่ 1.0% ในปี2027 ดังนั้นในมุมภาพรวมเศรษฐกิจไทยดูดี ทั้งเงินเฟ้อไทยต่ำคาดและมีแนวโน้มลดลงอยู่ในกรอบของ ธปท. จึงไม่มีความจำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย + WORLD BANK ปรับเป้า GDP ไทยขึ้น แม้เทียบกับเพื่อนบ้านจะยังโตต่ำกว่า แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดีกว่าอดีต

SYNAPSE STRATEGY
ต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 11 วันทำการ แต่ยังทยอยสะสมอยู่บางตัว
ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องถึง 11 วันทำการ มูลค่ารวมกว่า 4.0 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีลดลงจากระดับสูงสุดที่ 7.6 หมื่นล้านบาทในช่วงกลาง ก.ค.69 เหลือเพียง 1.6 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งการที่ต่างชาติเทขายส่งผลกระทบโดยตรงต่อดัชนี SETINDEX ให้ผันผวน และปรับตัวลงตั้งแต่ กลาง ก.ค.69 ที่ 1657 จุด สู่ระดับ 1582 จุด(-4.5%)


แม้ว่าภาพรวมต่างชาติจะเทขายตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณาในรายหุ้น พบว่า ยังพอมีหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิผ่านช่องทางตรงและ NVDR อยู่บ้าง โดยหุ้น 10 อันดับแรกที่ต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุด ล้วนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง 3 กลุ่ม
▪ กลุ่มเข้าสู่ช่วง HIGH SEASON อย่าง CPF BH BCH
▪ กลุ่ม LAGGARD กลุ่ม SCB SAWAD
▪ กลุ่มพลังงาน PTT PTTGC TOP IRPC IVL

ส่วน TOPPICKS หุ้นไทย 3 ตัววันนี้ เลือก
SCC : ได้รับผลบวกจากการรวมธุรกิจโอเลฟินส์กับ PTTGC แต่ราคาหุ้นยัง LAGGARD (ปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม)
MAJOR : เข้าสู่ช่วงพีคซีซั่น มีหนังทำเงินทยอยเข้าฉาย และมีการปกป้องหุ้นขาลงด้วยโครงการซื้อหุ้นคืน
PTT :ราคาหุ้นยัง LAGGARD กลุ่มอยู่มาก บวกกับยังได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้คาดงบไตรมาส 3/2569 น่าจะดีต่อเนื่อง QOQ

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้