Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET แกว่งขึ้นจำกัด Fund Flow ยังไหลออก"

78


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 ตุลาคม 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คาด SET แกว่ง sideways-up หนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลงหลังอุปทานน้ำมันในตลาดโลกเริ่มฟื้นขึ้น คาดกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำในระยะสั้นแต่หนุนหุ้นโรงกลั่น-โรงไฟฟ้า นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ น่าจะแรงหนุนตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอาจมีความผันผวนจากปัจจัยในประเทศ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมที่เข้าสู่ช่วงเฝ้าระวัง รวมถึงนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 10 วัน รวมกว่า 3.7 หมื่นลบ. ประเด็นวันนี้ ติดตามการประชุม ครม. คาดพิจารณามาตรการเยียวยาเพิ่มเติม ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แต่ยังอ่อนแรง ทำให้การฟื้นตัวยังมีกรอบจำกัด


ประเด็นสำคัญ
• Kpler เผยยอดส่งออกน้ำมันดิบของกลุ่มอ่าวเปอร์เซียเร่งตัวขึ้นแตะ 18.3 ล้านบาร์เรล/วัน สูงกว่าช่วงก่อนสงคราม หลังซาอุฯ ขยายการระบายน้ำมันผ่านหลายเส้นทาง เช่นเดียวกับการส่งออก LNG ที่เร่งตัวสูงสุดนับแต่ ก.พ. ขณะที่ Saudi Aramco ลดราคาน้ำมัน OSP ส่งมอบเอเชียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่บวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) และกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ก่อน 522,532 คน (+8.2% WoW) หนุนจากเทศกาลวันชาติจีนและวันหยุดยาวในภูมิภาค รวมถึงตลาดระยะไกลที่เริ่มขยายตัว ด้านกระทรวงคมนาคมจับมือ 6 พันธมิตรลงนาม MOU เตรียมนำร่องต้นปี 2027 มอบแพ็กเกจท่องเที่ยวระยะสั้นฟรีให้แก่ผู้โดยสารต่อเครื่อง 6–8 ชั่วโมง ใน 4 สนามบินหลัก (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต กระบี่) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายนอกสนามบิน มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT)
• สทนช. เตือนช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. 2026 จะมีฝนตกเพิ่มและเฝ้าระวังเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วไทย ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาคงระบายน้ำที่ 2,500 ลบ. ม./วินาที และระดับน้ำอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออก, ตะวันตก และกลางคงอยู่ในระดับสูง หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (HMPRO GLOBAL)
• รมว.คลัง เผยไทยได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 5 ประเทศเป้าหมายการย้ายฐานลงทุนยุคใหม่ ชูจุดเด่นความเป็นกลางทางการเมืองและแหล่งหลบภัยการลงทุน เดินหน้าดึงดูดทุน AI ชิป และ PCB เข้าประเทศ ควบคู่กับ ตลท. ที่เตรียมผลักดันโครงการ BOI to IPO ฟื้นตลาดหุ้นปี 2027 ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• คณะกรรมการแก้ไขปัญหารับซื้อไฟฟ้าเอกชนเผย เอกชนยอมปรับลด/ยกเลิกสัญญาเพียง 2-3% จากกว่า 400-500 สัญญา หลังรัฐเสนอลดราคารับซื้อเหลือ 2.15 บาท/หน่วย โดยผู้ที่ยอมเจรจาส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายเล็ก มองเป็นกลางต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (GULF BGRIM GPSC)


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1565/1560 – 1585/1590

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะยังผันผวน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยถูกกดดันจากภายนอก ทั้งท่าที Hawkish ของเฟดที่ดัน Bond Yield สูงจน Fund Flow ไหลออก และราคาพลังงานสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่วนในประเทศมี Overhang จากเฝ้าระวังน้ำท่วมระลอกใหม่ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและกดดันบรรยากาศลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น
3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)


Daily Top Picks

CPN: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความคาดหวังต่อสภาพอากาศที่อาจไม่รุนแรงเท่าในสัปดาห์ก่อน คาดกำไรปกติ 3Q26F จะเติบโต YoY และ QoQ สนับสนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและยอดขายของผู้เช่าที่เติบโตต่อเนื่อง และ Upside จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residence เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.00 บาท

KKP: ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตที่ก้าวกระโดดผ่านรายได้ค่าธรรมเนียมผ่าน New S-curve จากบริษัทย่อย “Dime” และธุรกิจธนาคาร คาดกำไรสุทธิ 3Q26F จะเติบโต 23%YoY โดดเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ 2.06 พันลบ. ตามสินเชื่อและ Non-NII และอัตราปันผลทั้งปีที่ 7.50 บาท/หุ้น หรือ 6.7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 116.00 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้