ราหูอม GOLDEN WEEK
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ส.ค. 69 ขยายตัว +3.4%YOY ต่ำกว่าตลาดคาดที่ อย่างไรก็ตามยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายของ FED ที่ 2.0% ขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯ ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปี สะท้อนว่ากำลังซื้อยังแข็งแรง ส่วนราคาน้ำมันดิบโลกยังทรงตัวในระดับสูง หลังสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ตึงตัวมากขึ้น
• ความเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ อาจหนุนให้ธนาคารกลางเดินหน้านโยบายการเงินเข้มข้น สะท้อนจาก FEDWATCH TOOL คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ FEDมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า อีกทั้ง BOND YIELD สหรัฐฯ ยังพุ่งขึ้นต่อ
• ประเด็นที่คาดว่าตลาดจะให้น้ำหนักต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยเพิ่มเติมคือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ และเงินเฟ้อยุโรป เดือน ก.ย. 69
REGION RADAR
• MICRON งบแข็งแกร่งและยังสามารถทำสถิติใหม่ได้ต่อเนื่อง รายได้รวมอยู่ที่ $5.42 หมื่นล้าน +379% YOY (สูงกว่าคาด 5%) ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 87% (ตลาดคาดที่ 86%) ขณะที่EPS อยู่ที่ $33.4 +1003% YOY (สูงกว่าคาด 5%)
• GOOGLE เปิดตัวโมเดล AI เรือธง “GEMINI 4 ARGON” จุดเด่นของโมเดลใหม่นี้คือมีผลทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นพบว่า GEMINI 4ARGON สามารถทำคะแนนในหลาย BENCHMARK สำคัญชนะโมเดลคู่แข่งอย่าง GPT-6 ASTRA และ CLAUDE FABLE 5
THAI FOCUS
• เศรษฐกิจไทยเผชิญศึกหลายด้านในช่วงนี้ ทั้งประเด็นน้ำท่วมไม่คาดคิดประชาชนไม่ทันเตรียมรับมือเหมือนปี 54 ประเด็นกระเป๋าในสนามบิน และฝนที่อาจตกเยอะ 5 –8 ต.ค. เพิ่มปริมาณน้ำเหนือไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวะโบ๊ะบ๊ะพอดีกับช่วง GOLDEN WEEK หรือหยุดยาวของจีน 1 –7 ต.ค. พอดี
• ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังน่าเป็นห่วง ด้วยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อGDP อยู่ที่ 67.45% ใกล้เพดานวินัยการคลังที่ 70% ทำให้เหลือพื้นที่กู้เงินเพิ่มเติมได้อีกไม่มาก
SYNAPSE STRATEGY
• ต่างชาติถล่มขายหุ้นไทย 7 วัน ทะลุ3 หมื่นล้านบาท ด้วยหลายปัจจัยทั้ง BOND YIELD สหรัฐทะลุ 5.3% เร่งสูงกว่าไทยขึ้น กดดันบาทอ่อนและไทยต้องรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆ น้ำท่วม ฯลฯ ในช่วงฤดูจับจ่ายใช้สอยพอดีพร้อมกับอุณภูมิทางการเมืองที่สูงขึ้น
• โดยวานนี้มูลค่าซื้อขายหุ้นไทยหนาแน่นเกิน 1 แสนล้านบาท และหุ้นในSET100 ลงกันถ้วนหน้ามีบวกอยู่ 4 ตัวเท่านั้น “กลยุทธ์แนะนำอ่านบทวิเคราะห์ INVESTMENT+ 4Q26 ที่ออกวันนี้” TOPPICK BDMS,CK, ITC
HORIZON MARKET VIEW
เงินเฟ้อชะลอ...แต่ยังไม่เพียงพอให้ตลาดมั่นใจ
วานนี้สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ส.ค. 69 ขยายตัว +3.4%YOY ต่ำกว่าตลาดคาดที่ อย่างไรก็ตามยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายของ FED ที่ 2.0% ขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯ ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปีสะท้อนว่ากำลังซื้อยังแข็งแรง
ส่วนราคาน้ำมันดิบโลกยังทรงตัวในระดับสูง หลังสต็อกน้ำมันสหรัฐส่งสัญญาณตึงตัวมากขึ้น โดยข้อมูลจากหน่วยงานพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดีเซลและสต็อกน้ำมันเบนซินในเขตมิดเวสต์อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ตลาดกำลังกังวลว่า รัฐบาลอาจพิจารณาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อรักษาปริมาณสำรองภายในประเทศ
ความเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ อาจหนุนให้ธนาคารกลางเดินหน้านโยบายการเงินเข้มข้น สะท้อนจากFEDWATCH TOOL คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ FED มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า อีกทั้ง BONDYIELD สหรัฐฯ ยังพุ่งขึ้นต่อ
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่คาดว่าตลาดจะให้น้ำหนักต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยเพิ่มเติมคือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ได้แก่
• การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ เดือน ก.ย. 69 โดย CONSENSUS คาดชะลอตัวลงเหลือ85,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนที่ 162,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ หากเห็นสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง อาจหนุนให้ FED มีท่าที HAWKISH ต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน หากตลาดแรงงานสหรัฐฯอ่อนแอลง อาจลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
• เงินเฟ้อยุโรป เดือน ก.ย. 69 โดย CONSENSUS คาดปรับตัวสูงขึ้นเป็น +3.5%YOY จากเดือนก่อนที่+ 3.2% ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อยุโรปเร้งตัวขึ้นอย่างมีนัยฯ อาจหนุนให้ ECB ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
REGION RADAR
MICRON งบแข็งแกร่งและยังสามารถทำสถิติใหม่ได้ต่อเนื่อง
MICRON TECHNOLOGY (MU US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้รวมอยู่ที่ $5.42 หมื่นล้าน +379% YOY (สูงกว่าคาด 5%) ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 87% (ตลาดคาดที่ 86%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $33.4 +1003% YOY (สูงกว่าคาด 5%) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากราคาชิป DRAM ที่ยังคงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 55% QOQ และชิป NAND เพิ่มขึ้นราว 85%QOQ นอกจากนี้ บริษัทได้ให้ GUIDANCE แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2027 ที่ดีต่อเนื่อง คาดรายได้อยู่ที่ระดับ $6.0 -$6.3 หมื่นล้าน (ตลาดคาดที่ $5.7) และคาด EPS อยู่ที่ระดับ $36-8 -$38.8(ตลาดคาดที่ $36.0) นอกจากนี้ CEO ระบุว่า “MICRON สร้างสถิติผลประกอบการสูงสุดในปีงบประมาณ 2026 และเราคาดว่าปีงบประมาณ 2027 จะเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”จากผลประกอบการของ MICRON ในรอบนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่ม MEMORY โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้หลักจากชิป NAND อาทิ DR: SNDK80 เนื่องจากราคาNAND มีการปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก
GOOGLE เปิดตัวโมเดล AI เรือธง “GEMINI 4 ARGON”
ALPHABET (GOOGL US) ประกาศเปิดตัวโมเดล AI ใหม่อย่าง GEMINI 4 ARGON ซึ่งโมเดลนี้เป็นโมเดลFRONTIER ที่มีขนาดใหญ่กว่าตระกูล "PRO" เดิมอย่างชัดเจน เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลและการลงมือทำงานแบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งได้แก้จุดอ่อนด้านการเขียนโค้ด โดยจุดเด่นที่สำคัญสำหรับโมเดลใหม่นี้คือมีผลทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นพบว่า GEMINI 4 ARGON สามารถทำคะแนนในหลาย BENCHMARK สำคัญชนะโมเดลคู่แข่งอย่าง GPT-6 ASTRA และ CLAUDE FABLE 5 โดยเรามองประเด็นนี้เป็นบวกอย่างมากต่อ DR:GOOGL01 เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีพัฒนาการด้านโมเดล AI ที่ตามหลังคู่แข่งอย่างมาก แต่การมาของGEMINI 4 ARGON ในครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทยังสามารถที่จะกลับมาแข่งขันในสนามโมเดล AI ได้อีกครั้ง
THAI FOCUS
เศรษฐกิจไทยเจอศึกรอบด้าน จังหวะเปราะบางรับ GOLDEN WEEK
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกันในช่วงต้นเดือน ต.ค. ทั้ง ความเสี่ยงจากน้ำท่วมเหตุการณ์ที่กระทบความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และข้อจำกัดทางการคลัง ขณะที่จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นพอดีกับช่วง GOLDEN WEEK ของจีน 1–7 ต.ค. ซึ่งตามปกติควรเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญของภาคท่องเที่ยวไทย
1. น้ำท่วมมาเร็ว ความเสียหายอาจไม่ได้หยุดแค่พื้นที่น้ำท่วม ความแตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 คือ ครั้งนี้หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมในลักษณะที่ ประชาชนและภาคธุรกิจมีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เดิมไม่ได้ถูกมองว่าเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมสูง ความเสี่ยงยังไม่จบ เพราะช่วง 5–8 ต.ค. ยังต้องติดตามปริมาณฝนเพิ่มเติม ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำเหนือและน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบแม่น้ำเจ้าพระยา หากเกิดขึ้นพร้อมกับข้อจำกัดในการระบายน้ำ ความเสี่ยงอาจเปลี่ยนจากเพียง “น้ำรอการระบาย” ไปสู่ DISRUPTION ต่อการเดินทาง การค้า การ
บริโภค และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2. จังหวะไม่เป็นใจ เพราะชน GOLDEN WEEK ของจีนพอดีช่วง 1–7 ต.ค. เป็น GOLDEN WEEK ของจีน ซึ่งถือเป็น HIGH SEASON สำคัญสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศ แต่ไทยกลับมีปัจจัยลบด้านภาพลักษณ์และความสะดวกในการเดินทางเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและประเด็นเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระในสนามบิน ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา แต่รวมถึง SPENDING PERHEAD, ระยะเวลาพำนัก และความเชื่อมั่นต่อการเดินทางมาไทย หากข่าวเชิงลบเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนกำลังตัดสินใจเดินทาง อาจทำให้โอกาสจาก GOLDEN WEEK ถูกลดทอนลง
3. ปัญหาคือ ภาครัฐมีพื้นที่รับแรงกระแทกน้อยลง อีกข้อจำกัดสำคัญคือฐานะการคลัง โดยสัดส่วน หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่บริเวณ 67.45% เข้าใกล้กรอบเพดาน 70% มากขึ้น ทำให้ FISCAL SPACE สำหรับการออกมาตรการขนาดใหญ่เพิ่มเติมมีจำกัดกว่าช่วงวิกฤตในอดีต หมายความว่า หากความเสียหายจากน้ำท่วมลากยาวและต้องใช้งบประมาณทั้งเพื่อ เยียวยาประชาชน ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ภาครัฐจะต้องบริหารทรัพยากรอย่างระมัดระวังมากขึ้น
มุมมองเชิงกลยุทธ์ โจทย์เศรษฐกิจไทยในช่วงนี้จึงไม่ใช่ความเสี่ยงเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็น “หลายแรงกดดันที่เกิดขึ้นพร้อมกัน” ทั้งน้ำท่วมกระทบกิจกรรมเศรษฐกิจและการบริโภค, GOLDEN WEEK เสี่ยงเสียโอกาสรายได้ท่องเที่ยว, กรอบวินัยการคลังจำกัด ความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง ทำให้ช่วงต้น 4Q69 ต้องจับตาว่า ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นเพียง TEMPORARY DISRUPTION หรือเริ่มส่งผ่านไปสู่การบริโภค การท่องเที่ยว และGDP ในวงกว้างมากขึ้น
SYNAPSE STRATEGY
7 วัน ต่างชาติเทขาย 3 หมื่นล้าน…ราหูอมตลาดหุ้นไทย
แรงขายต่างชาติกลับมากดดันตลาดหุ้นไทยอย่างหนัก โดยมียอดขายสุทธิราว 3.06 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยลบที่เข้ามาพร้อมกันหลายด้าน เริ่มจาก BOND YIELD 10 ปี สหรัฐเร่งตัวขึ้น และขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทนพันธบัตรไทย ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนสหรัฐ–ไทยกว้างขึ้น กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยล่าสุด U.S. 10-YEAR TREASURY YIELD เคยขึ้นแตะบริเวณ5.30% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 โดย YIELD ที่สูงขึ้นยังทำให้ DISCOUNT RATE สูงขึ้น กดดันVALUATION และ P/E ที่นักลงทุนยอมจ่าย เมื่อมาชนกับความเสี่ยงในประเทศ ทั้งน้ำท่วม เศรษฐกิจช่วงฤดูจับจ่าย และอุณหภูมิการเมืองที่สูงขึ้น จึงยิ่งเร่งแรงขายแบบ RISK-OFF
ภาพความกังวลดังกล่าวสะท้อนชัดผ่านการซื้อขายล่าสุด โดย มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยพุ่งเกิน 1 แสนล้านบาทขณะที่หุ้นใน SET100 ปรับตัวลงเกือบทั้งกระดาน เหลือหุ้นบวกเพียง 4 บริษัท สะท้อนว่าแรงขายไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะหุ้นหรือ SECTOR ใด SECTOR หนึ่ง แต่เป็นลักษณะ แรงขาย ACROSS THE BOARD หรือกระจายทั่วตลาด
กลยุทธ์แนะนำถือเงินสดเพิ่ม 30 – 40% ของพอร์ต เปลี่ยนจาก “หาหุ้นขึ้น” เป็น “หาหุ้นที่ทนแรงขาย” เลือกหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน CPF, ITC, KCE, HANA หุ้นผันผวนต่ำ HIGH SEASON BH, BDMS, BCH, PR9
“ที่สำคัญ แนะนำอ่าน INVESTMENT+ 4Q26 ที่เผยแพร่วันนี้ เพื่อเตรียมกลยุทธ์รับตลาดช่วงไตรมาสสุดท้าย”
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์