Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

56

 

 

Global Strategist’s View ประเด็นสำคัญจากรายงาน Cross Asset เดือนตุลาคม Part 1


แนวโน้มตลาดหุ้นโลกปี 2027: กำไรยังโต แต่แรงส่งจาก Earnings Revision และ Re-rating อาจลดลง


ตลาดหุ้นโลกอยู่ในขาขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2023 โดย MSCI ACWI ให้ผลตอบแทนเป็นบวกทุกปี และมีผลตอบแทนสะสมในช่วงประมาณ 3 ปี 9 เดือนที่ผ่านมาเกือบ 88% หากดัชนียังรักษาผลตอบแทนเป็นบวกได้จนถึงสิ้นปี 2026 จะทำให้ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้นติดต่อกันสี่ปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Bull Market ปี 2003–2007


ปี 2026 เป็นปีที่ตลาดกลับมาให้ความสำคัญกับกำไรมากขึ้น หลังจากช่วงปี 2023–2025 ที่ทั้งกำไรและการขยายตัวของ PER ช่วยผลักราคาหุ้นขึ้นพร้อมกัน ตั้งแต่ต้นปีถึงกลางเดือนกันยายน 2027 MSCI ACWI เพิ่มขึ้นประมาณ 12.1% ขณะที่ Forward EPS 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ทำให้ Forward PER ลดลงราว 13.7% กล่าวง่าย ๆ คือ ราคาหุ้นยังขึ้น แต่กำไรที่ตลาดคาดไว้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาหุ้นมาก จึงทำให้ PER ลดลง

ปี 2027 มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วง Mid-Cycle Digestion ของ AI และวัฏจักรกำไร กำไรตลาดหุ้นโลกยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ Growth Rate เริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น ขณะที่แรงส่งจากการปรับประมาณการกำไรขึ้นมีโอกาสลดลง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้พื้นที่สำหรับการขยายตัวของ PER จำกัด ภายใต้ Base Case เราประเมินว่า MSCI ACWI มีโอกาสให้ผลตอบแทนในกรอบประมาณ 5–14% แต่เส้นทางของตลาดจะมีความผันผวนและมีการพักฐานระหว่างปีมากขึ้น


BLS Wealth ยังไม่มองว่าปี 2027 เป็นช่วงปลายของ AI Cycle เนื่องจากการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อ ขณะที่ระยะอิ่มตัวของวัฏจักรการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีรอบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นใกล้ช่วงปี 2030–2031 มากกว่า ดังนั้น ความเสี่ยงในปี 2027–2028 จึงน่าจะมาจากแรงส่งของกำไรที่ชะลอลงและการเปลี่ยนกลุ่มผู้นำของตลาด มากกว่าการสิ้นสุดของ AI Supercycle




สรุปภาพตลาดหุ้นไทยวานนี้ หุ้นไทยหลุด 1600 (เล็กน้อย) แม้จะมีแรงหนุนจากอิเล็กฯ ที่ไม่ใช่ DELTA แต่เป็น KCE CCET HANA ที่เด่นกว่า รวมทั้งกลุ่ม ICT ที่ค่อยๆ ขยับขึ้นต่อ แต่ก็สู้แรงขายทำกำไรกลุ่มธนาคารและพลังงานที่ต่อเนื่องไม่ได้ แรงกดดันหลักมาจาก LBANK AOT PTT PTTEP GULF SCB KTB BBL BAY เป็นต้น


แนวโน้มตลาดหุ้นไทย Sector Rotations


อัพเดท Sectors rotation ตลาดหุ้นไทย ตามที่เราเริ่มเห็นอาการ ราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร และเตือนล่วงหน้าถึงการพักฐาน โดยแนะใครต้องการซื้อรับปันผลหุ้นธนาคาร ควรรอรับล่าง และคงคาดกลุ่มที่ด้อยกว่าตลาด เช่น ค้าปลีก สินเชื่อบุคคล สื่อสาร ฯลฯ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ยังอ่อนกว่าตลาด

ส่วนกลุ่มที่เราแนะนำซื้อไว้ก่อนหน้า เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ รอบนี้เราต้องเริ่มติดตามผลตอบแทนหากราคาหุ้นไหลลงหลุดแนวรับ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA ระยะสั้น เราจะทยอยทำกำไร และเริ่มหมุนหาหุ้นกลุ่มถัดไป

ด้านความกังวลเรื่อง บอนด์ยิลด์สหรัฐฯที่กำลังเดินหน้าเข้าหาจุดสูงสุด เราประเมินว่าเป็นไปตามมุมมองเชิงสถิติที่เราพบ นัยยะของการปรับฐานของ บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะตามมาหลังจากขึ้นทำระดับสูงสุดในเดือน ต.ค.

แรงขายพันธบัตรสหรัฐฯ ในตลาดรอบนี้ ยังคงพบแรงขายที่หนักหน่วงตามแรงกดดันทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และเงินเฟ้อ รวมถึงการตั้งเป้าขายลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ อย่างที่ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในหลายประเทศประกาศนโยบายลดสัดส่วนตามที่เราเคยให้ข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้

แต่หากพิจารณาการซื้อขายผ่าน OAS (Option-Adjusted Spread) โดยเฉพาะในกลุ่มหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อจำนอง เริ่มพบคูปองที่กลับมาให้ส่วนลดที่น่าจูงใจและคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจาก สถาบันการเงินทั้งในและนอกสหรัฐฯให้ไหลกลับ และเราคาดว่าจะส่งผลให้กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับฐานของ บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ในที่สุด และเราคงคำแนะนำ เริ่มสะสมหุ้นที่เล่นตรงข้าม บอนด์ยิลด์ เช่น ที่เราเพิ่มหุ้น โรงไฟฟ้า BGRIM GPSC


What to watch ติดตามรายงาน PCE สหรัฐฯ คืนนี้ ตลาดคาดทรงตัวในระดับสูง 0.3% m-m
ภาวะการผลิตโลกที่ยังแข็งแกร่ง วันพุธตลาดคาดจีนรายงาน PMI 50.1 จาก 49.8
วันพฤหัส คาด US ISM 55 ทรงตัวในระดับสูงจาก 54.6
รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวันเปิดเผยว่า ไต้หวันยังคงหารือกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ พร้อมได้รับคำยืนยันจากสหรัฐฯ ว่า นโยบายที่มีต่อไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


หุ้นแนะนำวันนี้
BGRIM การเร่งขยายคอขวดเชื่อมโยงโครงข่ายและไฟฟ้าเสรี (Smart grid) และการปลดล็อกการขายไฟในกลุ่มพลังงานพื้นฐาน คือ ก๊าซ(พลังงานไอน้ำ) เพื่อหนุนให้เกิดการซื้อไฟฟ้าตรงจากผลิต และข้ามพื้นที่ได้คาดจะหนุนธุรกิจโรงไฟฟ้า และการขายไฟ Data center โดยตรง
แนวรับ 18.5 ต้าน 19.5/20 Stop loss 18.3

 

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Econ

Thailand’s MPI Reset: เมื่อการวัดใหม่อาจเปลี่ยนภาพภาคการผลิตและ GDP ไทย
การปรับปรุงดัชนี MPI มีเป้าหมายเพื่อให้สะท้อนถึงโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผ่านการปรับปีฐาน เพิ่มความครอบคลุมสินค้าและโรงงาน ปรับโครงสร้างน้ำหนัก และทยอยพัฒนาวิธีคำนวณสู่ระบบ Chain Volume Measures ในระยะถัดไป

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจอาจนำไปสู่การปรับ GDP ทั้งปัจจุบันและย้อนหลัง โดยจากการวิเคราะห์ Sensitivity เราประเมินว่าหากดัชนี MPI ปี 2026 ที่เพิ่มขึ้นทุก 0.5 ppt อาจเพิ่มการเติบโตของ GDP ปี 2026 ราว 0.09 ppt และหากดัชนี MPI ถูกปรับขึ้นราว 3 ppt GDP ปี 2026 อาจเพิ่มขึ้นใกล้ 2.5% YoY (กรณีฐาน)

อย่างไรก็ดี GDP ที่สูงขึ้นจากการปรับ MPI ไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นในทันที แต่สะท้อนการวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่แล้วได้ครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้น

 

Bank Sector

ปัจจัยแวดล้อมเริ่มกลับมาเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร
แม้เราคาดกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารใน 3Q26 จะอ่อนตัวลง 11% YoY (และทรงตัว QoQ) จาก NIM และกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง แต่หากไม่รวมกำไรจากเงินลงทุนที่บันทึกเข้ามามากในปีที่แล้ว เราคาดกำไรปกติ 3Q26 ของกลุ่มธนาคาร จะเพิ่มขึ้น 5% YoY และ 7% QoQ ซึ่งสูงกว่าแนวโน้มการเติบโตของ GDP 3Q26 ที่เราคาดการณ์ที่ 2% YoY และอ่อนตัวลง 0.3% QoQ หนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมปรับเพิ่มขึ้น และ credit cost อ่อนตัวลง โดยเราคาดว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะยังเห็นต่อเนื่อง สอดคล้องกับบทวิเคราะห์เศรษศาสตร์ที่เราออกวันนี้ ซึ่งเราเห็น scope for upside สำหรับการเติบโตของ GDP ในปี 2026 อยู่บ้าง ซึ่งเมื่อรวมกับแนวโน้มการลงทุนที่น่าจะเร่งตัวขึ้นในปี 2027 ก็น่าเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มธนาคารได้ต่อเนื่อง

โดยเราคาดว่าธนาคารที่จะรายงานกำไรปกติเติบโต YoY นำโดย KKP, TISCO, BBL, KBANK และ TTB ขณะที่ KTB เราคาดว่าจะรายงานกำไรอ่อนตัวลง YoY ส่วน SCB น่าจะรายงานกำไรทรงตัว YoY ใน 3Q26

ทั้งนี้ เราประเมินปัจจัยหนุนกำไรปกติของกลุ่มธนาคารในไตรมาสนี้อยู่ 2 เรื่องคือ credit cost ที่ลดลง หนุนจากภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ที่น่าจะยังควบคุมได้ และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเราเห็น NAV ของธุรกิจบริหารสินทรัพย์และปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของธุรกิจโบรกเกอร์ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ถ้ามองไปที่ 4Q26 เราประเมินกำไรปกติของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% YoY (รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และ credit cost ลดลง) แต่ลดลง 8% QoQ (ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล) โดยเราคาด NIM ของกลุ่มธนาคารน่าจะทรงตัวได้ QoQ และได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ใน 2Q26 ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ก็น่าจะยังควบคุมได้

 

 

DOHOME
ดูโฮม
กำไร 3Q26 ยังฟื้น แต่แรงส่งเริ่มหมด
DOHOME ยังมีแนวโน้มกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง โดยเราคาดกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท (+38% YoY, -54% QoQ) จากยอดขายที่ดีขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายลดลง ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เดือน ก.ค.–ส.ค. โต 5–7% YoY จากฐานต่ำปีก่อน แต่คาดชะลอเหลือราว 2% ในเดือน ก.ย. ทำให้ทั้งไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 4% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัว YoY แม้อัตรากำไรของเหล็กลดต่ำกว่ากรอบปกติ 10–12% จากขาดทุนสต๊อก เพราะสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของตัวเองที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่เริ่มลดลง หลังบริษัทเลื่อนเปิดร้านขนาดใหญ่ทั้งหมดในปี 2026 แม้มีแผนเปิด ToGo 12–15 สาขา แต่ร้านขนาดเล็กคิดเป็นเพียงราว 3% ของยอดขายรวม ขณะที่สาขาขนาดใหญ่แห่งถัดไปจะเปิดใน 1Q27 ทำให้การเติบโตของยอดขายในช่วงที่เหลือต้องพึ่งการฟื้นของ SSSG เป็นหลัก

ภาพปี 2027 ยังไม่น่าสนใจนัก เพราะอุปสงค์ทั้งฝั่งครัวเรือนและก่อสร้างยังไม่แข็งแรง โดย เราคาดการบริโภคภาคเอกชนโตเพียง 2.6% YoY ขณะที่งบลงทุนภาครัฐปีงบประมาณ 2027 ลด 8.4% YoY เหลือ 7.89 แสนล้านบาท ต่อเนื่องจากที่ลด 7.6% ในปี 2026 จึงคาด SSSG ปี 2027 เพียง 1.5% และกำไรหลักลดลง 5% YoY เป็น 773 ล้านบาท จากฐานอัตรากำไรที่กลับสู่ระดับปกติและแรงหนุนจากสาขาใหม่ที่น้อยลง

Fundamental view: คงคำแนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท แม้หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2027 ราว 15x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก แต่เรามองว่าส่วนลดดังกล่าวสะท้อนการเติบโตของกำไรที่อ่อนลงมากกว่าจะเป็นมูลค่าที่น่าสนใจ โดยหากราคาหุ้นปรับขึ้นจากความคาดหวังยอดขายหลังน้ำท่วม มองเป็นจังหวะ ขายเมื่อราคาปรับขึ้น มากกว่าไล่ซื้อ


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้