สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(25 กันยายน 2569)----------สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ
SET index ดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อหุ้นไทยจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์ นอกจากนี้ ความคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนอกรอบการประชุม UNGA รวมถึงแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ ก็มีส่วนช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้เพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมาระหว่างรอติดตามประเด็นการพบปะเจรจาระหว่างปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และปธน. สี จิ้นผิงของจีน ก่อนจะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือนส.ค. ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงแรงซื้อหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง
• ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,607.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.48% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,166.04 ล้านบาท ลดลง 6.14% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.30% มาปิดที่ระดับ 224.44 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (28 ก.ย.-2 ต.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,555 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,630 จุด ตามลำดับ
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนส.ค. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนส.ค. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ย. ของจีน ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน