Tourism Sector
การฟื้นตัวปีหน้า ให้น้ำมากกับ “มูลค่า” มากกว่าแค่ “จำนวน”
เราคงน้ำหนักกลุ่มท่องเที่ยว มากกว่าตลาด โดยประเด็นสำคัญของรอบนี้เปลี่ยนจากการมองเพียง “นักท่องเที่ยวจะกลับมากี่คน” ไปสู่ นักท่องเที่ยวกลุ่มไหนเข้ามา พักนานแค่ไหน และบริษัทใดสามารถเปลี่ยนการฟื้นตัวเป็นรายได้ได้ดีที่สุด หลังโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไปจากก่อนโควิดชัดเจน แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2025 อยู่ที่ 33.0 ล้านคน ต่ำกว่าปี 2019 ถึง 17% แต่รายได้จากที่พักกลับอยู่ที่ 5.56 แสนล้านบาท สูงกว่าปี 2019 แล้ว 2.5% จากสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่สูงขึ้น ระยะเวลาพำนักนานขึ้น และสัดส่วนการใช้จ่ายกับที่พักที่เพิ่มขึ้น
นักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) คือแรงขับเคลื่อนด้านมูลค่าของกลุ่ม โดยปี 2025 มีสัดส่วนเพียง 35.5% ของจำนวนนักท่องเที่ยว แต่สร้าง 47.4% ของรายได้ท่องเที่ยวและราว 54% ของรายได้ที่พัก จุดเด่นไม่ได้มาจากการใช้จ่ายต่อวันที่สูงกว่า เพราะจริงๆ ต่ำกว่านักท่องเที่ยวระยะใกล้ แต่เกิดจากระยะเวลาพำนักเฉลี่ยที่ 14.6 วัน เทียบ 7.3 วัน ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักต่อทริปอยู่ที่ 25,800 บาท หรือราว 2.2 เท่า ของนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) ขณะเดียวกันสัดส่วนเงินที่ใช้กับที่พักของนักท่องเที่ยวระยะไกลสูงถึง 40.1% เทียบ 30.3% สำหรับระยะใกล้
สำหรับปี 2027 เราคาดนักท่องเที่ยวฟื้นเป็น 34.0 ล้านคน (+6.6% YoY) โดยระยะไกลโต 7.7% YoY เร็วกว่าระยะใกล้ที่ 5.9% แต่จุดสำคัญคือแม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังต่ำกว่าปี 2019 ราว 15% รายได้จากที่พักกลับคาดเพิ่ม 11.4% YoY เป็น 6.23 แสนล้านบาท หรือสูงกว่าปี 2019 ราว 15% สะท้อนว่ากลุ่มโรงแรมไม่จำเป็นต้องรอจำนวนนักท่องเที่ยวกลับไปใกล้ 40 ล้านคนเพื่อสร้างรายได้สูงกว่าก่อนโควิด โดยจีนและเอเชียเหนือช่วยเติมจำนวน ขณะที่ยุโรป สหรัฐฯ รัสเซีย อิสราเอล และตะวันออกกลางช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่าย
ในระดับหุ้นรายตัว AWC เป็นหุ้นโรงแรมเด่นที่สุด สำหรับภาพดังกล่าว เพราะได้ทั้งการฟื้นของจีนและฐานลูกค้าระยะไกลที่คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของรายได้ห้องพักต่างชาติ อีกทั้งรายได้ห้องพักในหลายตลาดโตเร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น จีน +32% YoY เทียบจำนวนนักท่องเที่ยว +25%, สหรัฐฯ +11% เทียบจำนวนนักท่องเที่ยวทรงตัว ขณะที่แรงส่งระยะสั้นยังชัด โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่เปิดให้บริการ (RevPAR) 3Q26 โต 24% YoY และยอดจองรายได้ห้องพักล่วงหน้า 4Q26 โตประมาณ 30%+ YoY จึงยังเห็นแรงส่งต่อเนื่องถึง 1Q27
ส่วน CENTEL เป็นหุ้นที่มีโอกาสเด่นขึ้นในปี 2027 จากสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นของสินทรัพย์ที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ ทั้ง ดูไบที่คาดพลิกจากขาดทุนราว 100 ล้านบาทสู่จุดคุ้มทุน, มัลดีฟส์จากขาดทุนราว 200 ล้านบาทสู่จุดคุ้มทุน, ญี่ปุ่นที่ผ่านฐาน ADR สูงของปี 2025 และโรงแรมไทยที่กลับมาเปิดหลังปรับปรุง หากทุกส่วนฟื้นเต็มที่ มีโอกาสเพิ่มกำไรราว 350 ล้านบาท ทำให้กำไรปี 2027 สูงกว่าประมาณการของเราราว 7.6% และสูงกว่าตลาด 8.8% โดย 3Q26 อาจเป็นไตรมาสอ่อนตัวสุดท้ายก่อนเห็นการฟื้นชัดขึ้นตั้งแต่ 4Q26–1Q27
Fundamental view: คงน้ำหนักกลุ่มท่องเที่ยว มากกว่าตลาด โดยหุ้นที่เน้นคือ AOT, AWC และ CENTEL
ทั้งนี้ โดยสรุปในส่วน AOT เหมาะกับการฟื้นของ “จำนวน” และได้แรงหนุนเพิ่มจาก PSC ที่สูงขึ้นเต็มปีงบประมาณใน FY27, AWC เด่นที่สุดในภาพการฟื้นทั้ง “จำนวนและมูลค่า” ต่อเนื่องถึง 1Q27 ขณะที่ CENTEL มีโอกาสเห็นการฟื้นของกำไรเด่นตลอดปี 2027
ส่วน ERW ยังได้ประโยชน์จากฤดูกาลท่องเที่ยวสูงใน 4Q26 แต่แรงส่งหลังจากนั้นมีน้อยกว่า AWC และ CENTEL