คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: หลังคลายความกังวลในประเด็นการเมือง และ แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังมีความกังวลในทิศทางราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ยังทรงตัวเหนือ 100ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวรับ-ต้าน
1,580–1,600
กลยุทธ์การลงทุน
1) รับมาตรการภาครัฐ : GULF , GPSC, GUNKUL,KTB, SCC, STECON, WHA, WHAUP, AWC,BJC, LHHOTEL, OR, CPALL, CPN2) พลังงาน+ เดินเรือ : PTTEP, PRM, PSL, TTA,RCL
3) เฟดมีแนวโน้ม Hawkish: BLA, TIPH, TLI, SCB,TISCO, TTB, KKP, KBANK
4) คาดผลการดำนินงานโตต่อใน 2H69 : BTG,CPALL, CRC, MRDIYT, PR9, TFG, GFPT
การเมืองเริ่มดีแต่ยังมีน้ำมันกดดัน
เรื่อง สว.ผ่านไป สถานีต่อไปลุ้นมาตรการ: ที่ประชุมกกต.มีมติส่งฟ้องผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าทำผิดกฏหมายเลือกตั้งในคดีฮั้วสว.จำนวน 77 ราย โดยเป็นผู้ที่ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งสว.มีจ านวน 26 รายซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อยเนื่องจากจำนวนสว.ที่เหลือยังมากกว่า 1ใน 3 ของเก้าอี้สว.ทั้งหมด ทำให้วุฒสภายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ นอกจากนี้ไม่มีรายชื่อของกรรมการบริหาร และ สส.พรรคภูมิใจไทยในการส่งฟ้องครั้งนี้มองทำให้ตลาดคลายความกังวลในภาพเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะถัดไป และ ตลาดจะหันไปให้น้าหนักกับมาตรการที่เตรียมผลักดันออกมา ซ่ึงปลัดกระทรวงการคลังเผยว่าเตรียมขยายสิทธิ์ในโครงการ โซลาร์รูฟท้อปครัวเรือนจาก 1 เป็น 1.5ล้านสิทธิ์และ เตรียมขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพิ่มเป็นเฟส 2ซึ่งมองอาจขยายโครงการไปจนถึงสิ้นปีมองเป็นบวกกับหุ้นกลุ่มDomestic เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว อาหาร และ เครื่องดื่มที่พ่ึ่งพากำลังซื้อในประเทศ นอกจากนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Solar Cell เช่น GUNKULGPSC และ GULF จะรับอานิสงส์จากการขยายสิทธ์ในโครงการเช่นกันส่วนการประชุมครม.วันนี้คาดจะพิจารณาในโครงการก่อสร้างต่างๆมองบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และ วัสดุก่อสร้าง
ระหว่างที่รอเขา(FED) ต่างชาติลุ้นเข้าซื้อไทยไปก่อน : มองตลาดให้น้าหนักกับการประชุมเฟดครั้งนี้จึงอาจยังไม่เร่งรีบเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งวานนี้เห็นแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่เพียง -48.63 ล้านบาท ลดลงจาก 2 วันทำการก่อนหน้าที่ขายสุทธิอยู่ 2-3 พันล้านบาท และ ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจในแง่ของDividend Yields ซึ่งล่าสุด Yields อยู่ที่ 3.82% จึงอาจเห็นการเข้ามาพักเงินก่อนถึงการประชุมเฟด เป็นบวกต่อหุ้น Big Cap
ราคาน้ำมันยังไม่ทำให้ตลาดสบายใจ : ราคาน้ำมันดิบ WTI แกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 102.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานการปิดท่อน้ำมันEast-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากถูกโจมตีจนได้รับความเสียหาย สร้างความกังวลในภาพอุปทานน้ำมันเพิ่มเติม ขณะที่การเจรจาระหว่างอิหร่าน และ โอมาน ถูกเลื่อนไปและไม่มีความคืบหน้าใดๆเพิ่มเติม ยังกดดันภาพรวมการลงทุน แต่มองหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ยัง Trading รับทิศทางราคาพลังงานได้
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+) นายกฯ เข้าหารือกับอดีตนายกฯอังกฤษ เพื่อเพิ่มขีดจำกัดการแข่งขันของไทยรวมถึง ดึงการลงทุนอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์มายังไทย พร้อมย้ำการเดินหน้าเข้า OECD จะเกิดขึ้นในปี 71
(+) IFC ภายใต้ World Bank Group มองว่าประเทศไทยไม่ได้มีปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ จริงๆ แล้วไทยเริ่มต้นจากสถานะที่มีจุดแข็ง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และกำลังแรงงาน
(+) บอร์ดบีโอไอเผยโครงการลงทุนผ่านกลไก "Thailand FastPass“ มีจำนวนสะสมรวมทั้งสิ้น 42 โครงการ มีมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 344,000 ล้านบาทและคาดว่าจะสร้างการจ้างงานคนไทยรวมกว่า 27,000 คน
(+) คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เผย 8 เดือนล่าสุด มีต่างชาติเข้าลงทุนไทย 835 ราย เพิ่มขึ้น 22%y-y คิดเป็นเม็ดเงิน 2.49 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%y-y
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์IAA - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร, IAA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์