สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(11 กันยายน 2569)--------------บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ TSFC ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ในวาระครบรอบ 30 ปี มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในทศวรรษที่ 4 ยกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินเฉพาะทางสู่การเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อ (Strategic Financing Partner)” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจการลงทุนและบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่ของไทยเพื่อความยั่งยืน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน และร่วมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย
นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 30 ปีของบริษัทฯ ว่า TSFC ได้เตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อที่มีบทบาทมากขึ้นและขับเคลื่อนโดยการศึกษาการนำเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมรองรับธุรกิจการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่
ท่ามกลางบริบทตลาดทุนโลกและไทยที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วย AI แพลตฟอร์มดิจิทัล ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ กระแสเงินทุนข้ามพรมแดน และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับทิศทางและยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคต TSFC มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย
1.) การขยายโซลูชันสินเชื่อและหลักประกันประเภทใหม่: เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการขยายประเภทหลักประกันจากหุ้นจดทะเบียนให้ครอบคลุมตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts: DRs) พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการรับหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นกู้ (Debentures) เป็นหลักประกัน ภายใต้กลักเกณฑ์และกรอบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดและรัดกุมของบริษัทฯ
2.) การรุกตลาด Private Wealth Financing: ศึกษาและพัฒนาแนวทางการการให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (Securities-backed Lending Solutions) ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการบริหารสภาพคล่องให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High-Net-Worth) และรองรับการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management ในประเทศไทย
3.) การยกระดับองค์กรด้วย Technology, Data & AI: เดินหน้าพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยง การติดตามและการบริหารพอร์ตหลักประกัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดสินใจ และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
กรรมการผู้จัดการ TSFC กล่าวอีกว่า ด้วยรากฐานความสำเร็จตลอด 30 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2539 ในฐานะสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Finance Corporation: SFC) เฉพาะทางของประเทศไทย ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สนับสนุนการทำงานของตลาดทุนไทย โดยได้ทำหน้าที่เป็น “จุดเชื่อมต่อสำคัญ" ของตลาดทุนไทยระหว่างสภาพคล่อง ความเชื่อมั่น และโอกาสทางการเงิน ผ่านการพิสูจน์บทบาทท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในหลายช่วงเวลา นับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เรื่อยมาจนถึงความผันผวนในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษของ TSFC ไม่ได้เกิดจากการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเติบโตภายใต้วินัยด้านความเสี่ยง ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
การอัดฉีดสภาพคล่องสู่ระบบ: สนับสนุนสินเชื่อและเงินทุนสะสมแก่ตลาดทุนไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาท
เคียงข้างพันธมิตร: ให้การสนับสนุนบริษัทหลักทรัพย์ไทยมากกว่า 20 บริษัท สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน: ทำกำไรจากการดำเนินงานสะสมรวมกว่า 2,600 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกว่า 1,400 ล้านบาท มีวินัยการบริหารความเสี่ยง: สามารถรักษาระดับหนี้เสีย (NPL) ให้ต่ำกว่า 0.5% ติดต่อกันยาวนานกว่า 15 ปี สะท้อนวัฒนธรรม
การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดอย่างเป็นระบบตั้งแต่การพิจารณาเครดิต การติดตามและประเมินมูลค่าหลักประกันรายวัน การควบคุมการกระจุกตัว ตลอดจนการบริหารสภาพคล่อง และได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร: ที่ระดับ BBB (Investment Grade) มีแนวโน้ม Stable ช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ผู้ให้เงินทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนร่วมในตลาด
“จากฐานความแข็งแกร่งของ TSFC ที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งที่สร้างมา เราต้องการต่อยอดให้ก้าวไปไกลกว่าเดิมด้วยการเสริมสร้างเสถียรภาพ เปลี่ยนความผันผวนเป็นโอกาส และร่วมกำหนดทิศทางใหม่ของตลาดทุนไทย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตัวเลขและความสำเร็จเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า TSFC ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนไทยสามารถรับมือและผ่านพ้นความผันผวนมาได้ และด้วยวินัยทางการเงิน งบดุลที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีที่เรากำลังเร่งพัฒนา TSFC พร้อมทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน” นายอุดมการ กล่าว