วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ออกข้าง เนื่องจากนักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อPPI ของสหรัฐ ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้มีแรงขายกดดันในหุ้นกลุ่มใหญ่ อาทิ พลังงาน และ อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดีมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคาร เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,615.07 จุด-2.82 จุด -0.17% มูลค่าการซื้อขาย 69,918 ลบ. Program Trading -1,121.9 ลบ. ต่างชาติ-2,027.4 ลบ.TFEX -4,710 สัญญา ตราสารหนี้ +610.8 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ205,000 ราย
+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 391,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า อาจลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล
+ รมว.คลัง เปิดเผยถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะครบกำหนด 4 เดือน ในสิ้นเดือนก.ย.นี้ว่าหลังจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลาโครงการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อออกไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งก.คลังจะน าข้อเสนอมาพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย.นี้
+ บอร์ดอีวีอนุมัติมาตรการภาษีสรรพสามิต 3 อัตรา สกัดกั้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเตรียมชง ครม.รีดภาษีนำเข้าขั้นสูงสุดนำร่อง หวังปกป้องฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ
+ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% จากเดิมที่ 2.0% เพราะได้แรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวต่อเนื่อง 5 ไตรมาส และภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี โดยคาดว่าปีนี้การส่งออกจะโตได้ถึง 17.8% จากเดิม 8.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 1.8%
+ ก.คลังลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลาโครงการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อออกไปอีก 1-2 เดือนซึ่งก.คลังจะนำข้อเสนอมาพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 316.56 จุด หรือ -0.60% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงเกินคาดได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์/บาร์เรลโดยสัญญาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าภาวะอุปทานตึงตัวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าถูกโจมตีมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.
- สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 5.4%YoY ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.3%หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 4.8% ในเดือนก.ค.
- เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 70%ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.เพิ่มขึ้นจาก 64% ก่อนการเปิดเผยดัชนี PPI
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมตามการคาดการณ์ของตลาด โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงกดดันจากสหรัฐรายงานดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงิน
เฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ท าให้เกิดความกังวลว่าเฟด อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการ
ประชุมสัปดาห์หน้า มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,600– 1,625 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
- รัฐอุดหนุน Solar Roof : GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA
- High Season กลุ่มโรงพยาบาล 3Q69 : BDMS PR9 BH
- FTSE Rebalance ใช้ราคาปิด (19 ก.ย. 69) : Large Cap เข้า – ออก CPN Mid Cap เข้า CPN ออก BTS LH SCCC TUSmall Cap เข้า BTS FTREIT LH SCCC THAI TU ออก BLAND SPCG TPIPP
- ลุ้นมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส : ERW CENTEL AWC
- Apple จะเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่น : COM7 SYNEX SPVI CPW ADVICE