10 ก.ย. 2569 12:38:36 45
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(10 กันยายน 2569)------------ที่ตำบลบ้านร่อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “สมบัติ กะมะรินทร์” เกษตรกรวัย 71 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับการเลี้ยงสัตว์มาเกือบตลอดชีวิต จากที่เคยเลี้ยงวัวและควาย เขาผันตัวมาเลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 36 ปีแล้ว โดย 6 ปีหลังสุดเขาเลือกทุ่มเทให้กับการเลี้ยงไก่ไข่อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ยังคงเป็นแรงผลักดันมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือรายได้ที่ใช้จุนเจือครอบครัว ส่งลูกหลานเรียนจนจบวิทยาลัยเทคนิคในจังหวัด และความรักในสัตว์ที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อาชีพที่ต้องแลกด้วยวินัยและความใส่ใจทุกวินาที
การเลี้ยงไก่ไข่ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด สมบัติเล่าว่า หากดูแลไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารไม่เพียงพอ อุณหภูมิในโรงเรือนไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การขาดน้ำเพียง 3 ชั่วโมง ก็อาจทำให้แม่ไก่หยุดให้ไข่นานถึง 1-2 วัน ความกังวลของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องโรคระบาด แต่ยังรวมถึงต้นทุนพลังงานที่ผันผวนตามราคาน้ำมันในแต่ละวัน ทุกเช้าตั้งแต่ตี 4 คุณสมบัติต้องตื่นมาให้อาหาร ตักมูลไก่ลงบ่อก๊าซชีวภาพ และเริ่มเก็บไข่ตั้งแต่ 8-9 โมงเช้า ซึ่งเป็นวินัยที่ต้องทำซ้ำทุกวันโดยไม่มีวันหยุด จุดเปลี่ยนจากความไม่แน่นอน สู่รายได้ที่มั่นคงทุกเดือน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสมบัติเห็นเกษตรกรรายอื่นที่ร่วมงานกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง จึงตัดสินใจติดต่อขอคำแนะนำ นับแต่นั้นมา สัตวบาลหรือที่เกษตรกรเรียกกันติดปากว่า “หมอ” ก็เข้ามาเยี่ยมฟาร์มแทบทุกเดือน ให้คำแนะนำตั้งแต่ปริมาณอาหารที่เหมาะสมราว 118-120 กรัมต่อตัวต่อวัน ไปจนถึงการจัดการน้ำ ไฟ และอากาศภายในโรงเรือน ผลลัพธ์ที่ได้คือผลผลิตไข่ที่มีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่ทำให้สมบัติวางใจในการทำอาชีพนี้ต่อไปได้อย่างไม่หวั่นไหว คือระบบประกันราคา เพราะไม่ว่าราคาไข่ในตลาดเปิดจะผันผวนเพียงใด รายได้ของเขาก็ยังคงมั่นคงในทุกเดือน “ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนอาชีพเลย จะทำแบบนี้ไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว หรือจนกว่าลูกหลานจะไม่รับช่วงต่อ ต้องขอบคุณซีพีเอฟที่ทำให้ผมมีวันนี้ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว และส่งลูกหลานเรียนจบ” จากมูลไก่สู่พลังงานและปุ๋ยอินทรีย์ ต้นทุนที่ลดลงกว่า 70%
นอกเหนือจากรายได้ที่มั่นคงแล้ว สมบัติยังนำมูลไก่ในฟาร์มมาสร้างมูลค่าเพิ่มอีกสองทาง ทางแรกคือการหมักในบ่อก๊าซชีวภาพ เพื่อผลิตก๊าซสำหรับปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้ใช้กับพัดลมและปั๊มน้ำภายในฟาร์ม ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 70% จากเดิมที่เคยจ่ายค่าไฟกว่า 20,000 บาทต่อเดือน เหลือเพียงประมาณ 5,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ทางที่สองคือการนำมูลไก่ที่เหลือจากบ่อก๊าซมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกผักสวนครัว เช่น มะเขือ แตงกวา มะนาว และสะเดา ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และยังได้ผักปลอดสารเคมีไว้บริโภคเองในครอบครัวอีกด้วย วันนี้ที่สมบัติฟาร์ม เสียงไก่ยังคงดังทุกเช้ามืดเช่นเดิม ไม่ต่างจากวินัยของสมบัติที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตลอด 36 ปี และความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไข่ไก่ ที่เป็นอาหารพื้นฐานที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการ และคุณภาพดี
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
นายกล้วยหอม มองตลาดหุ้นไทย วันนี้ หุ้นใหญ่ สายพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ปิโตร ยังได้ ยังไหว ฝั่งแบงก์ ก็น่าจะได้รอบแล้ว ....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์