สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 2 กันยายน 2569 ) ------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 2 กันยายน 2569 คาด SET แกว่งผันผวน หลัง Bond Yield สหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ คาดตลาดเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นพลังงานต้นน้ำ และหุ้นประกันฯ ทางด้านกระแส Fund Flow ยังต้องติดตามต่อแม้วานนี้นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิวันแรกหลังขายสุทธิ 6 วันทำการติดต่อกัน ประเด็นติดตามวันนี้ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีแกว่งลง ขาด Momentum หนุน ภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.5%DoD แตะ $94.52/bbl จากกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดจะกระทบต่ออุปทานน้ำมัน หลังสหรัฐเริ่มโจมตีเป้าหมาย IRGC ส่วนรัสเซียได้โจมตีทางอากาศในยูเครน กดดันให้ Bond Yield ทั่วโลกปรับขึ้น ระยะสั้นมองลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเกิดภาวะ Risk off โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC) และประกันชีวิต (BLA TLI)
• กบน. ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันขึ้น 0.75 บาท/ลิตรสำหรับกลุ่มดีเซล และ 0.60 บาท/ลิตรสำหรับกลุ่มเบนซิน (มีผลตั้งแต่ 2 ก.ย. นี้) ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง คาดกดดันต้นทุนค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือน ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC) และไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• ราคาก๊าซฯ ยุโรปปรับขึ้นเหนือระดับ 70 ยูโร/MWh สูงที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2023 กังวลยุโรปไม่สามารถจัดหาก๊าซฯ-LNG สำรองได้ทันฤดูหนาวนี้ ส่วนราคาดีเซลปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน สะท้อนความกังวลสงครามในหลายภูมิภาค มองบวกต่อ BCP ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงกลั่นและ OKEA ในนอร์เวย์
• ครม. สัญจรมีมติอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในเส้นทางสายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวมราว 1.07 แสนลบ. ประกอบด้วย เส้นทาง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และ ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ หวังเพิ่มศักยภาพขนส่ง-กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ โดยคาดก่อสร้าง 3Q27 มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ก่อนที่ 491,456 คน ชะลอ 12%WoW จากนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันหลังผ่านพ้นช่วงพีคของฤดูร้อน รวมถึง Sentiment ลบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT ERW CENTEL)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026 แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1580/1575 – 1600/1605
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)
Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่ราคาก๊าซฯ คาดจะคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องใน 3Q26 และในระยะยาวมีแผนจะขยายกำลังการผลิตก๊าซฯ ในอ่าวไทย และขยายโครงการในต่างประเทศต่อเนื่อง คาดกำไรปกติปี 2026F จะเติบโต 27%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 153.50 บาท
BCH: ปัจจัยสนับสนุนจากสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H26 โดยรายได้ใน ก.ค. 2026 ขยายตัว 7%YoY เร่งตัวจากใน 2Q26 ที่ขยายตัว 1%YoY และคาดจะเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนในปี 2027F ตามการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วย โดยใน 4Q26 คาดจะมี Upside จากการปรับขึ้นอัตราค่าบริการประกันสังคม เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.30 บาท