Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

37

 

ภาพรวมมองไปตรงไหนก็ตึง


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงโดยเฉพาะดัชนี NASDAQ +1.6% หลัง NVIDIAให้คาดการณ์รายได้เติบโตประมาณ 70% ในปีงบประมาณถัดไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของตลาดยังคงเป็นลักษณะ "SELECTIVE BUY" ที่กระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มากกว่าการฟื้นตัวในวงกว้าง
• ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ได้แก่ ดัชนี CRC 40 ร่วงแรงราว -1.7%ท่ามกลางความกังวลด้านความเสี่ยงทางการเมืองและการคลังของฝรั่งเศส, น้ำมันพุ่งเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ, ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกยังไม่หมด จากพลังงานและอาหาร,เจ้าหน้าที่ FED ส่งสัญญาณ HAWKISH เพิ่มความเสี่ยงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด,
รายงานการประชุม ECB สะท้อนมุมมองค่อนข้างเข้มงวด

 

REGION RADAR
• MARVELL (MRVL US) รายงานงบออกมาดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นปรับตัวลงในช่วง AFTER-HOURS ราว 7% เนื่องจากตลาดผิดหวังเรื่องดีลล่าสุดกับทาง GOOGLE ซึ่ง CEO ระบุว่ารายได้จากGOOGLE จะยังไม่เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในปีงบประมาณ 2028
• หุ้นในกลุ่ม SOFTWARE ปรับตัวขึ้นดีมากในสัปดาห์นี้ เนื่องจากวานนี้มีการรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งมากในกลุ่ม SOFTWAREและ CYBERSECURITIES อาทิ CROWDSTRIKE และSALESFORCE

 

THAI FOCUS
• ยอดส่งออกไทยเดือน ก.ค. โตแรง +21.6% YOY (สูงกว่าคาด) ดันยอดรวม 7 เดือนแรกโต 18.2% หนุนให้หุ้นกลุ่มส่งออกที่เติบโตเด่น
อาทิ อิเล็กฯ (KCE, HANA) น้ำมันสำเร็จรูป (PTTEP, TOP, SPRC)เกษตรและอาหาร (STA, NER, ITC, AAI)
• ความเสี่ยงภายนอก สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีเซมิฯและสินค้าไอทีเพิ่มของสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดการย้ายฐานการผลิตกลับไปยังสหรัฐฯ ความเสี่ยงภายในยอดผู้ติดเชื้อในไทยพุ่งแตะ 3.7 หมื่นคน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดัน SET และทำให้เกิดแรงขายในหุ้นกลุ่มเปิดเมือง เหมือนปี 2020

 

SYNAPSE STRATEGY

• วานนี้ต่างชาติเทขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 5.45 พันล้านบาท และ SHORTTFEX 3.7 หมื่นสัญญา ซึ่งหุ้นที่ถูกขายส่วนใหญ่ราคาปรับขึ้นมาเยอะตั้งแต่ต้นปี อาทิ DELTA, TTB, GULF, CPALL MINT และ TISCO ซึ่งถือเป็นจังหวะทยอยสะสม หากพื้นฐานธุรกิจไม่เปลี่ยน
• 3 หุ้นเด่นแนะนำ (เน้นปลอดภัยและพื้นฐานแกร่ง) ได้แก่ 1.ADVANCกำไรครึ่งปีหลังมีแนวโน้มโตเด่น 2.BDMS หุ้น DEFENSIVE ที่ราคายัง LAGGARD 3.STA หุ้นเติบโตตามการส่งออก

 

HORIZON MARKET VIEW
เฝ้าระวัง !!! แรงกดดันเต็มไปหมด
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงโดยเฉพาะดัชนีNASDAQ +1.6% หลัง NVIDIA ให้คาดการณ์รายได้เติบโต
ประมาณ 70% ในปีงบประมาณถัดไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของตลาดยังคงเป็นลักษณะ "SELECTIVE
BUY" ที่กระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มากกว่าการฟื้นตัวในวงกว้าง ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงรอบ
ด้าน ได้แก่ดัชนี CRC 40 ร่วงแรงราว -1.7% ท่ามกลางความกังวลด้านความเสี่ยงทางการเมืองและการคลังของฝรั่งเศสโดยหุ้นธนาคารถูกขายหนัก เช่น BNP PARIBAS, SOCIETE GENERALE และ CREDIT AGRICOLE ขณะที่
OAT-BUND SPREAD กว้างขึ้นแตะ 88 BPS สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงฝรั่งเศส ส่งผลให้ตลาด
หุ้นและตราสารหนี้เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น


น้ำมันพุ่ง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 1.8% สู่ 83.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง
ความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์
มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่ออุปทานพลังงานโลกและความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะถัดไป
ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกยังไม่หมด จากพลังงานและอาหาร ซึ่งข้อมูลในอดีต ภาวะเอลนีโญที่เกิดขึ้นพร้อมกับ
แนวโน้มดัชนีราคาอาหารโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่อาจผลักดันเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ส่งผลให้ธนาคาร
กลางสำคัญทั่วโลกอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดคาด

 

เจ้าหน้าที่ FED ส่งสัญญาณ HAWKISH เพิ่มความเสี่ยงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด โดย JEFF SCHMID ประธาน
FED สาขา KANSAS CITY ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันยังไม่ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมี
นัยสำคัญ ขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของ FED สะท้อนว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันอาจยังไม่เข้มงวด
เพียงพอในการควบคุมแรงกดดันด้านราคา นอกจากนี้ ด้าน BETH HAMMACK ประธาน FED สาขา
CLEVELAND ระบุว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ สะท้อนมุมมอง
สนับสนุนการคงจุดยืนเชิงเข้มงวดของ FRF ต่อไป อย่างไรก็ดี คืนนี้เวลา 21.00 น. จับตา KEVIN WARSH
ประธาน FED กล่าวสุนทรพจน์ที่ JACKSON HOLE


รายงานการประชุม ECB สะท้อนมุมมองค่อนข้างเข้มงวด โดยมีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 69
และยังเปิดโอกาสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะถัดไป หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะจาก
ปัจจัยด้านพลังงาน

 


REGION RADAR
MARVELL เผยผลประกอบการดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง
MARVELL (MRVL US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้รวมอยู่ที่ $2.74 พันล้าน +37% YOY (สูงกว่าคาด 1%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.94 +40% YOY (สูงกว่าคาด0.7%) โดยได้แรงหนุนหลักมาจากรายได้ในกลุ่ม DATA CENTER ที่โตแข็งแกร่งจากความต้องการด้านชิป
เชื่อมต่อ (OPTICAL DSPS) ระดับ 800G และ 1.6T เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับคำสั่งซื้อชิปสั่งทำพิเศษเฉพาะทาง(XPU) ที่มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้สำหรับปีงบประมาณ 2027 ขึ้นสู่ระดับ $1.20หมื่นล้าน (จากเดิม $1.15 หมื่นล้าน) และสำหรับปีงบประมาณ 2028 ขึ้นสู่ระดับ $1.80 หมื่นล้าน (จากเดิม $1.65หมื่นล้าน) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวลงในช่วง AFTER-HOURS ราว 7% เนื่องจากตลาดผิดหวังเรื่องดีลล่าสุดกับทาง GOOGLE โดยมีมูลค่าดีลสูงถึง $1.2 แสนล้าน ซึ่ง CEO ระบุว่ารายได้จาก GOOGLE จะยังไม่เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในปีงบประมาณ 2028


หุ้นกลุ่ม SOFTWARE กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง
หุ้นในกลุ่ม SOFTWARE ปรับตัวขึ้นดีมากในสัปดาห์นี้ สะท้อนผ่าน ISHARES EXPANDED TECHSOFTWARE ETF (IGV US) ซึ่งเป็น ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่ทำธุรกิจ SOFTWARE ปรับตัวขึ้นแรงราว 7% ใน

สัปดาห์นี้ เนื่องจากวานนี้มีการรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งมากในกลุ่ม SOFTWARE และCYBERSECURITIES อาทิ CROWDSTRIKE และ SALESFORCE ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มSOFTWARE และ CYBERSECURITIES ในระยะสั้น แนะนำเก็งกำไร DR: CRWD80, NOW19 และ PLTR06


THAI FOCUS
ส่งออกโตต่อรับเทรนด์ AI ท่ามกลางความท้าทายจากภาษีชิปสหรัฐฯ และ COVID กลับมา
วานนี้มีประกาศข้อมูลการค้าเดือน ก.ค.69 มูลค่าการส่งออกของไทยพุ่งสูงถึง 34,789.1 ล้านเหรียญฯ +21.6%YOY สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 17.8%YOY ทำให้ภาพรวม 7 เดือนแรกของปีโตแล้ว 18.2% และสร้างความมั่นใจว่าการส่งออกทั้งปีนี้ จะสามารถเติบโตในระดับเลข 2 หลัก แม้ว่ามูลค่าการนำเข้าของไทยจะสูงกว่า จนทำให้ขาดดุลการค้าในเดือนนี้แต่เห็นการขาดดุลที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยกลุ่มหุ้นที่มีธุรกิจส่งออกจะเติบโตได้ดี อาทิกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (KCE, HANA) เติบโตอย่างร้อนแรงถึง +67%YOY รับกระแส AI และความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กฯทั่วโลกกลุ่มน้ำมันสำเร็จรูป (PTTEP, TOP, SPRC) ขยายตัวถึง +120% (YOY)
กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ยางพารา (STA, NER) โต +33%, อาหารสัตว์เลี้ยง (ITC, AAI) โต +17% รวมถึงไก่แปรรูปที่ยังขยายตัวได้ด

แม้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะส่งออกได้ดี แต่ปัจจัยเสี่ยงระดับโลกเริ่มกลับมาคือ นโยบายการพิจารณาเก็บภาษีอุตสาหกรรม SEMICONDUCTOR เพิ่มเติมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจขยายขอบเขตไปถึงสินค้าปลายน้ำ เช่น แล็ปท็อป
, เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ DATA CENTER เพื่อบีบให้เกิดการย้ายฐานการผลิตกลับไปยังสหรัฐฯ ซึ่งผลกระทบต่อ
หุ้นไทย HANA, CCET, KCE และ DELTA จะได้รับผลกระทบในแง่ของ SENTIMENT เชิงลบ (ความกังวลของตลาด
ฯ) มากกว่าผลกระทบต่อกำไรโดยตรง เนื่องจากไทยอยู่ในสายการผลิต ที่อาจได้รับแรงกระแทกทางอ้อมจากการ
ชะลอตัวของอุปสงค์สินค้าระดับโลก


ส่วนอีก 1 ปัจจัยเสี่ยงในไทย คือ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19ในไทยที่สูงระดับ 3.7 หมื่นคน ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศ
อย่างมีนัยฯ ซึ่งเมื่อย้อนดูภาพกราฟ SET INDEX ในอดีต ณ ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต COVID-19 มักจะผันผวนแรง
โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเปิดเมือง MEDIA PETRO ETRON PROP TOURISM


SYNAPSE STRATEGY
วานนี้ต่างชาติเทขายหนักทั้งตลาดหุ้นและ FUTURES กลยุทธ์การลงทุนยังไงดี
วานนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงอยู่ในโหมดลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นไทย โดยมีแรงเทขายสุทธิในตลาดหุ้นสูงถึง5.45 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันตลาดอนุพันธ์ (TFEX) ต่างชาติก็มีสถานะ SHORT สุทธิสูงถึง 3.7 หมื่นสัญญา ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น โดยมีนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศเป็นผู้พยุง SET เอาไว้

ซึ่งหุ้นที่ถูกเทขายหนัก (OUTFLOW) เฉพาะวานนี้คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นำโดย DELTA ถูกเทขาย 242 ล้านบาทตามมาด้วยหุ้นธนาคารอย่าง TTB (204 ล้านบาท) รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อย่าง GULF ADVANC CPALL MINTTISCO โดยส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเยอะตั้งแต่ต้นปี(YTD) จึงทำให้มีแรง TAKE PROFIT ออกมาบ้างในช่วงสั้น ซึ่งหากหุ้นตัวไหนพื้นฐานไม่เปลี่ยน ถือเป็นโอกาสทยอยสะสม

 

ในสภาวะตลาดที่ตึงตัวและมีความผันผวน หุ้นไทย (เน้นพื้นฐานแกร่งและปลอดภัย):
• ADVANC : แม้ FLOW ต่างชาติไหลออกวานนี้ แต่ราคาหุ้นไม่ลงแรง สะท้อนถึงมีแรงซื้อสวนกลับ พร้อมกับแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง (2H69) ที่แข็งแกร่ง คาดโตทั้ง HOH และ YOY พร้อมปันผลจูงใจที่ระดับ4.9%
• BDMS : หุ้นปลอดภัย (DEFENSIVE) ที่ราคายัง LAGGARD คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน
• STA : หุ้นเด่นกลุ่มยางพาราที่เติบโตตามการส่งออกของไทย คาดกำไรไตรมาส 3 โต YOY รับอานิสงส์ราคายางโลกที่พุ่งสูงขึ้น

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้