AT THE OPEN (#ATO)
U.S Bond Yield เด้ง กดดัน แต่ยังได้น้ำมันหนุน
หุ้นเด่นเลือก BCP และ BH
SET Index คาดพักฐานในกรอบ 1600-1615 จุด แรงกดดันมาจากความกังวลของ U.S. Bond Yield ระยะยาวเด้งกลับ รวมถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางที่การเปิดฮอร์มุซไม่คืบหน้า ส่วนฝั่งในประเทศสัญญาณ Earnings Revision กำไรตลาดเริ่มทรงตัว โดย EPS69/70 อยู่ที่ 109/115 บาทต่อหุ้นเติบโต 25%/6%YoY ถือเป็นฐานกำไรที่แข็งแกร่ง เปิดโอกาสเก็งกำไรหุ้นรายตัว หุ้นเด่นวันนี้เลือก BCP และชอบ BH
ปัจจัยต่างประเทศเป็นลบหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับลงทุกดัชนีประมาณ -1% (Dow Jones ลดลง -1.32% S&P500 ลดลง -0.87% และNasdaq ลดลง -1.00%) กดดันจากกังวล U.S. Bond Yield 10/30 ปีเด้งกลับ มาใกล้จุดสูงสุดเดิม โดย U.S. Bond Yield 10 ปี เพิ่ม 6.7 bps แตะ 4.7% และ 30 ปี เพิ่ม 7.1 bps มาที่ 5.25% จากตลาดประเมินมาตรการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็น 4 พันล้านเหรียญฯ (จากเดิม2 พันล้านเหรียญฯ) เป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว ด้านการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่คืบหน้า แถมล่าสุดสหรัฐฯ จะใช้มาตรการกดดันเศรษฐกิจอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุน Brent ปรับขึ้น 2% แตะ 93 เหรียญฯ สภาพแวดล้อมข้างต้นจะเป็นลบต่อตลาดหุ้นในภาพรวม แต่สำหรับตลาดหุ้นบ้านเรา Downside จะจำกัดกว่าเมื่อเทียบกับต่างประเทศเนื่องจากกลุ่ม Oil&Gas จะช่วยประคองตลาดยังชอบ กลุ่มโรงกลั่นจากค่าการกลั่นยังอยู่ระดับสูง Top Pick เลือก BCP
ปัจจัยในประเทศเรามองสัญญาณ EPS Revision เริ่มนิ่ง โดย EPS ปี 69/70 ทรงตัวที่ 109/115 บาทต่อหุ้นจากช่วงต้นสัปดาห์ ถือเป็นการเติบโต 25%/6%YoY ในเชิงกลยุทธ์บน Theme Earnings Play แนะนำเน้นลงทุนกลุ่มที่ 2H69 มีแนวโน้มเติบโตเด่น ได้แก่ ท่องเที่ยว (Top Pick เลือก AOT, ERW) โรงพยาบาล (BH, CHG) เครื่องดื่ม (SAPPE) อาหารสัตว์เลี้ยง (ITC) ไฟแนนซ์ (TIDLOR, KTC, ASK) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA) และ อสังหาฯ (SPALI) ภาพรวมจากปัจจัยหนุนด้านดีมานด์ ฟื้นตัวของกำไร และต้นทุนที่คลี่คลาย
Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,609.99 จุด +0.23 จุด (+0.01%) | มูลค่าการซื้อขาย 8.23 หมื่นล้านบาท การฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นโลก จาก Bond Yield ลดลงหลังคลังสหรัฐฯเตรียมเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรฯระยะยาว กลุ่มบวกเด่นวานนี้ FOOD +1.97% จาก CPF SAPPE แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัว YoY ใน 3Q69 กลุ่ม ร.พ.+1.62% จาก BDMS รายได้เดือน ก.ค. ฟื้นตัวเร่งขึ้น: โต +8% YoY (เทียบกับ 1%YoY ในช่วง 2Q69) BH จากบริษัทคาด 3Q69 รายได้ยังขยายตัว ได้ต่อ 3%YoY ตรงข้ามกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP -5% จากแนวโน้มกำไรผ่าน Peak ใน 2Q69 และแรงขาย HANA -5.6%
DAILY Stock Pick
BCP
รับรู้ SAF เต็มไตรมาสใน 3Q69
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 65.00 บาท
EBITDA โครงการ SAF ทำได้สูงถึง 1 พันลบ. แม้ว่าจะเริ่ม COD เพียงแค่ 40 วันใน 2Q69 ขณะที่ 3Q69 เป็นต้นไปรับรู้เต็มไตรมาส พร้อมกับ GRM ที่เราคาดว่า 2H69 ยังคงสูงกว่า USD10/bbl หนุนผลประกอบการ
Valuation น่าสนใจ PE’70 เพียง 3.6 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น พร้อมรับเงินปันผลสูงถึง 7%
Technical View
แนวรับ : 47.50 บาท
แนวต้าน : 50.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 46.50 บาท
WEEKLY Stock Pick
BH
กำไรโตเด่น HoH ผสาน laggard สงคราม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 215.00 บาท
BH ให้ผลตอบแทน -8.5% ซึ่ง Laggard กว่า SETHELTH -8% และ SET +5.3% นับตั้งแต่เกิดสงคราม
แนวโน้มกำไร 2H69 โต HoH จากทั้งการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME และการควบคุมต้นทุนดีต่อเนื่อง
Technical View
แนวรับ : 195.00 บาท
แนวต้าน : 210.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 188.00 บาท
KEY FACTOR
ตลาดกลับมากังวล เงินเฟ้อและ Bond Yield หลังราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นแตะระดับ 93 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทำให้ความหวังการเปิดเส้นทางน้ำมันในตะวันออกกลางลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นแตะ 4.70% และ 30 ปี กลับมาแตะ 5.26% แม้ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเพื่อช่วยพยุงตลาด ผสานกับความกังวลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนของสหรัฐฯกลับมากดดัน
ภาพรวมเป็น ลบระยะสั้น ส่งผลต่อ Valuation และกระแสเงินทุนตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากน้ำมันอาจทำให้ Fed มีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบาย แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอ สำหรับหุ้นไทย มอง กลุ่มที่อ่อนไหวต่อ Bond Yield นำโดย FIN, PROP อาจผันผวนระยะสั้น เช่นเดียวกับกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูงและพึ่งพากำลังซื้อในประเทศ ขณะที่ ENERG พลิกกลับมาได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน
EYES ON
ในสัปดาห์ การปรับมุมมองคาดการณ์หลังผ่านพ้นงบฯ 2Q69
21 ส.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ ยูโรโซน เดือน ส.ค.
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA | ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA | ออมทรัพย์ โง้วศิริ, IAA โทร. 02 658 5000