Today’s NEWS FEED

News Feed

ส.อ.ท. หารือกระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นฟูโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบอุตสาหกรรม

65

 
 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 9 ตุลาคม 2569 )--------เร่งคืนกำลังการผลิต รักษาห่วงโซ่อุปทาน เสนอสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมยานยนต์และยกระดับการจัดการกากอุตสาหกรรม
 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเสนอแนวทางสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและเร่งคืนกำลังการผลิต ควบคู่กับการผลักดันมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับปรุงกฎระเบียบด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของภาคอุตสาหกรรม เพื่อรักษาฐานการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
 
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. หารือร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ส.อ.ท. ภายใต้กลไก MIND x FTI ครั้งที่ 2/2569 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพ โดยทั้งสองหน่วยงานกำหนดแนวทางประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน และสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อประสานความร่วมมือ ติดตามปัญหา และผลักดันการแก้ไขอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
 
เร่งฟื้นฟูโรงงานจากอุทกภัย รักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน
ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญของประเทศ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเดินทางและการขนส่ง ส่งผลให้การผลิตและการส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก
 
ผลกระทบยังขยายวงไปถึงผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดย ส.อ.ท. ประเมินว่า หากภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน สะท้อนให้เห็นว่าอุทกภัยไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะโรงงานในพื้นที่ประสบภัย แต่ยังกระทบต่อระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง
 
เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ "Response–Rescue–Recovery" เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการ พร้อมประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมความพร้อมของพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
 
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมชื่นชมการดำเนินงานของ ส.อ.ท. ที่มีการวางระบบและประสานงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยเน้นย้ำความสำคัญของระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการขยะจากอุทกภัย และการเตรียมความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
 
พิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SMEs เร่งคืนกำลังการผลิต
ส.อ.ท. หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมุ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูสถานประกอบการ รักษาการจ้างงาน และเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินการผลิตได้โดยเร็ว
 
ส.อ.ท. ระบุว่า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีเงินทุนสำรองจำกัด กำลังเผชิญภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ ควบคู่กับข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ วงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
 
ส.อ.ท. เน้นย้ำว่า การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการเยียวยาความเสียหาย การเติมสภาพคล่อง และการเร่งคืนกำลังการผลิต โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและตรงจุด ลดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต และรักษาความต่อเนื่องของภาคธุรกิจ
 
เร่งฟื้นตลาดรถยนต์ไทย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนและรักษาฐานการผลิต
อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นอีกหนึ่งภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศที่ซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน
 
การจำหน่าย และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นตลาดภายในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
 
ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงรถยนต์ใหม่ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาแนวทางการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ
 
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นให้สามารถดำเนินธุรกิจและลงทุนในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานความร่วมมือกับ ส.อ.ท. เพื่อผลักดันแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐาน Euro 6 โครงสร้างภาษีสรรพสามิต และหลักเกณฑ์ Local Content ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และทิศทางการลงทุน
 
ผลักดันกฎหมายกากอุตสาหกรรม ยกระดับการกำกับดูแลและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ส.อ.ท. เสนอข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรม รวม 11 ประเด็น เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพ ลดภาระและความซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเสนอให้พัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัล (e-License) ผลักดันแนวทาง End of Waste เพื่อส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ และสนับสนุนพื้นที่นำร่อง Sandbox มาบตาพุด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม
 
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้พิจารณายกระดับระบบกำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม เพื่อป้องปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เกี่ยวกับการติดตามเส้นทางการเงิน ตลอดจนการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัลและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้หินฝุ่นทดแทนทรายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
 
เดินหน้าประเด็นอุตสาหกรรมสำคัญ ปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ
นอกจากประเด็นเร่งด่วนข้างต้น ที่ประชุมยังหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ไขข้อจำกัดของอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่
•  การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
•  การผลักดันโครงการ Buy Thai
•  การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
•  การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT)
•  การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย
•  การปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต
 
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานและติดตามข้อเสนอร่วมกับ ส.อ.ท. อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับข้อสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญหากฎหมาย มาตรการส่งเสริม และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาและพัฒนามาตรการสนับสนุนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
 
การหารือภายใต้กลไก MIND x FTI จึงเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อเสนอจากภาคเอกชนสู่การดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การฟื้นฟูผู้ประกอบการ และการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถรับมือกับความท้าทายและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

แดนบวก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นหุ้นใหญ่ หุ้นโรงไฟฟ้า อย่าง GULF GPSC ปรับตัวขึ้น SCC บวก ทำให้ดัชนีตลาดเช้าวันนี้..

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้