Market Wrap-Up
- SET วันที่ 20 ส.ค.69 ปิด +0.23 จุด อยู่ที่ 1,609.99 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,362 ลบ. สถาบันซื้อ 882 ลบ. ต่างชาติซื้อ 961 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 802 ลบ. และรายย่อยขาย 1,042 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,145 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTEP,AOT,BCP,SCB,STECON และยอดขาย GULF,ADVANC,DELTA,TOP.SCC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,811 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น LRCX01,SMIC01,MTC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,430 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 36,542 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 347 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.32%, S&P500 -0.87%, Nasdaq -1.0% จากแรงขายกลุ่มสินค้าอุปโภค -1.93%, บริการสุขภาพ -1.89% ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 & 30 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.704% และ 5.259% ตามลำดับ แม้ว่า ก.คลังสหรัฐประกาศจะซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10, 20 และ 30 ปี โดยจะเพิ่มวงเงินจากเดิม $2 พัน ล. เป็นอย่างน้อย $4 พัน ล.ในแต่รอบ เริ่มตังแต่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.38% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2.3% อยู่ที่ $87.83/บาร์เรล ส่วน Warmart -9.2% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมาต่ำกว่าคาด สาเหตุมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทางข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 6,000 อยู่ที่ 206,000 ต่ำกว่าคาดที่ 210,000 ราย และค่ำวันนี้ติดตาม US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.
- ตลาดหุ้นยุโรป -0.17% จากแรงขายกลุ่มท่องเที่ยวสันทนาการ -0.7%, สินค้าหรูหรา เช่น Kerring -3.6%, LVMH -2.8% ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +2.36% อยู่ที่ $93.78/บาร์เรล หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ – อิหร่านมีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ส่งผลให้กลุ่มพลังงาน +0.9% ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจ PPI เยอรมัน ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.0% & คาด 2.7% YoY สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี สาเหตุมาจากราคาสินค้าขั้นกลาง & พลังงานที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกังวล ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในปีนี้ ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ส.ค.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ +1.36% นำโดยอุปกรณ์ขนส่ง, พลังงานไฟฟ้า & ก๊าซ และกลุ่มเภสัชภัณฑ์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 2.863% กอปรหุ้นกลุ่มยานยนต์ เช่น Toyota Motor +4.2% จากคาดการณ์สหรัฐ – แคนาดาใกล้บรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดา ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +5.89% นำโดย Samsung Electronics +9.5%, SK Hynix +12.7% ได้ปัจจัยหนุนจาก US Bond Yield 10 & 30 ปี ปรับลดลง ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.24% หลัง ธ.กลางจีนคงดอกเบี้ย LPR จีน 1 & 5 ปี ไว้ที่ 3.0%, 3.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ตามคาดการณ์ ส่วนเช้านี้ Core CPI ญี่ปุ่น ก.ค. ปรับขึ้น 1.8% & มิ.ย. 1.6% YoY และ PMI ภาคการผลิตญี่ปุ่น ส.ค.อยู่ที่ 55.1 & ก.ค. 54.5 , ภาคบริการ ส.ค. อยู่ที่ 52.3 & ก.ค. 51.5
- SET วานนี้ +0.23% ปริมาณการซื้อขาย 2 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 802 ลบ. รายย่อยขาย 1,042 ลบ. สถาบันซื้อ 882 ลบ. และต่างชาติซื้อ 961 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มเกษตร & อาหาร +1.97% นำโดย CPF +5.3% จากคาดการณ์ผลประกอบการในงวด 2H/69 มีโอกาสฟื้นตัวตามราคาเนื่อหมู & ไก่ในจีนและไทยมีโอกาสฟื้นตัวจากฐานต่ำในงวด 1H/69 ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตยางพารา และน้ำตาลทรายก็ได้ปัจจัยหนุนจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากภาวะ Super el nino ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปรับลดลง โดยเม็ดเงินลงทุนบางส่วนยังเลือกพักตัวในหุ้นกลุ่ม Dividend & Defensive เช่น ธนาคาร, โรงพยาบาล เพื่อลดความผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ US Bond Yield ยังมีความผันผวนสูง ส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มอิเล็ก ฯ, โรงไฟฟ้า จากความกังวลต่อต้นทุนทางการเงินที่อาจปรับสูงขึ้น โดยภาพรวม Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดอาเซียนวานนี้ยังมียอดซื้อสุทธิ +58.5 ล.ดอลลาร์สหรัฐ หลัง ก.คลังสหรัฐได้เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐเป็น 2 เท่า โดยสัปดาห์หน้าติดตามผลการประชุมแจ็คสัน โฮล วันที่ 27 – 29 ส.ค. และถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในช่วงค่ำวันที่ 28 ส.ค. รวมถึงงาน Thailand Focus วันที่ 26 – 28 ส.ค. ซึ่งจากสถิติ SET มักปรับขึ้นในช่วงก่อนเปิดงานประชุมราว 2%
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 - 1,600 แนวต้าน 1,620 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัว หลัง US Bond Yied 10 ปี & 30 ปี ยังผันผวนสูง และยังรอผลการประชุมแจ็คสัน โฮลในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,GUNKUL,ADVANC,BJC,CRC,BH,BDMS,BCH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / เก็งกำไรระยะสั้น PTT,PTTEP หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น
- TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.70 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2H69 เติบโต YoY ได้โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดยจะปรับลดความเข้ามงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ลง สะท้อนการมองคุณภาพสินทรัพย์และการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งตั้งเป้า NPL ไว้ในกรอบ 5-1.8% และลดระดับ credit cost เหลือ 2.0-2.5% ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY ได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 5.81 พันล้านบาท +18%YoY และ 6.28 พันล้านบาท +8%YoY
- BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานใน 3Q69 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวดี หนุนด้วยปัจจัยตามฤดูกาล โดยเดือนก.ค.69 ที่ผ่านมา Volume ผู้ป่วยสามารถเติบโตได้ High Single Digit%YoY ด้านรายได้ผู้ป่วยไทย +9%YoY หนุนด้วยรายได้ Preventive Care รวมถึง Operating Room U-rate ที่สูงขึ้น ผ่านการตลาดที่เข้มข้น การร่วมงานกับประกันฯ และการดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ +6%YoY หนุนด้วยผู้ป่วย USA, เมียนมาร์, ยุโรป แม้ว่าจะยังมีปัจจัยกดดันมาจากผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลาง แต่ฐานรายได้ผู้ป่วยกัมพูชาต่ำแล้วใน 3Q69 ขณะที่รายได้กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง -10%YoY แต่เป็นลบน้อยลงจาก 2Q69 ที่ -13%YoY ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ ปี70 ของ BDMS ที่ระดับ 16,222 ลบ.( +2%YoY) และ 17,657 ลบ.(+9%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ย. +$2.0 อยู่ที่ $87.83 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$2.16 อยู่ที่ $93.78/บาร์เรล หลังสหรัฐใช้ ม.ปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ขณะที่ UAE ได้ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่าน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธมุ่งเป้าโจมตี UAE ส่งผลให้สถานการณ์อาจยืดเยื้อ
Gold Update (+) Comex Gold ธ.ค. +$26.10 ปิดที่ 4,571.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี, 30 ปี ปรับลดลง หลัง ก.คลังสหรัฐจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจาก 2 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างน้อย 4 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ
Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +58.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นไทย +29.25 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +38.26 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -9.0 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.7 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +15 จุด อยู่ที่ 2,791
(+) BitCoin เช้านี้ +6.36% อยู่ที่ 74,081 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
17 ส.ค. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569
19 ส.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สัปดาห์ที่3 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569
ต่างประเทศ
19 ส.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
20 ส.ค. US รายงานการประชุม FOMC
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
21 ส.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( ส.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( ส.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th